

นิยาย


ซื่อจื่อ... ข้าขอคืนตำแหน่งภรรยาเอกได้หรือไม่!
ในสายตาของฉือชิงหว่าน นางรู้ดีว่า กู้จิ่งสิงหาได้มีใจให้นางไม่ กู้จิ่งสิง คือซื่อจื่อแห่งจวนอิงกั๋วกง บุรุษผู้มากความสามารถ นิสัยฮึกเหิมดุจม้าศึก มองไปทั่วทั้งเมืองเปี้ยนจิง เขาคือดวงดาวที่สว่างเจิดจ้าที่สุดผู้หนึ่ง ส่วนนางเป็นเพียงคุณหนูแห่งจวนจงอี้ป๋อที่ตกอับ มีเพียงรูปโฉมพอประทังเกียรติ บังเอิญได้ครองตำแหน่งภรรยาเอกของเขา กลับกลายเป็นเหตุให้เขาไม่อาจสมรสกับสตรีในดวงใจ... ท่านหญิงฉางหนิง กู้จิ่งสิงเข้าใจว่า เมื่อนำฉือชิงหว่านเข้าจวนแล้ว วันเวลาผ่านไป นางย่อมต้องหวั่นไหวให้เขาในที่สุด หลังแต่งงาน กู้จิ่งสิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “เจ้ามิจำเป็นต้องตื่นแต่เช้าไปส่งข้าเข้าราชสำนักทุกวัน” ฉือชิงหว่านตอบเพียง “เจ้าค่ะ” ต่อมาเขาเชิดคางเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงกระด้างปนน้อยใจ “ภรรยาของสหายข้าล้วนทำอาหารไปเยี่ยมสามี เจ้าก็ควรไปบ้าง” ฉือชิงหว่านรับคำ “ได้เจ้าค่ะ” ทว่าภายในใจกลับอดบ่นมิได้ กู้จิ่งสิงไม่อยากให้ผู้คนเห็นเขาอยู่เคียงนางในที่สาธารณะ แต่ก็หวั่นว่านางจะว่างเกินไปจนคิดหาทางก่อเรื่องกวนใจเขา การแต่งงานสูงศักดิ์เช่นนี้ ช่างราวกลืนเข็มแหลมลงคอ ครั้นกู้จิ่งสิงออกศึก และกลับมาพร้อมชัยชนะอันเกรียงไกร สิ่งที่เขาพากลับมามิใช่เพียงเกียรติยศ หากยังมีสตรีในดวงใจของเขา... ท่านหญิงฉางหนิง ฉือชิงหว่านใช้ชีวิตอย่างหวาดหวั่น รอคอยหนังสือหย่าจากเขาวันแล้ววันเล่า ทว่ากลับมิได้มาถึงเสียที การมีคมดาบห้อยแขวนเหนือศีรษะเช่นนี้ ช่างบีบคั้นหัวใจนัก นางจึงตัดสินใจลงมือก่อน มิรอให้เขาเป็นผู้เอ่ยคำ เมื่อกู้จิ่งสิงเห็นหนังสือขอหย่า ดวงตาหงส์แวววาวของเขาพลันลุกโชนดุจเปลวเพลิง ทั้งยังตระหนักว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา ภรรยาตัวน้อยของเขาล้วนเพียงเสแสร้งเอาใจ นางส่งมา เขาฉีกทิ้ง เมื่อส่งมาอีกครั้ง เขาก็ฉีกอีกครั้ง ครั้นถึงวันหนึ่ง ความอดกลั้นของกู้จิ่งสิงแตกสะบั้น เขาฉุดรั้งฉือชิงหว่านไว้ภายในม่านเตียง สีหน้าหยอกเย้าที่เคยมีพลันเลือนหาย เหลือเพียงสายตาแดงก่ำ เปี่ยมด้วยความคับแค้นและหวาดหวั่นประหนึ่งสัตว์ร้ายที่กลัวสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุด “ต้องทำเช่นไร เจ้าจึงจะมีข้าอยู่ในหัวใจบ้าง?”


ภารกิจลับ จับปีศาจมาเป็นสามี
ซูถังถังแอบหลงใหลในรูปโฉมงดงามของอาจารย์มาโดยตลอด แต่ไม่คาดคิดเลยว่าสุดท้ายกลับเป็นฝ่ายถูกอาจารย์วางยา จนยินยอมมอบกายและร่วมรักกับเขาในหลากหลายท่วงท่า บนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไม่ต้องแลกเปลี่ยน ที่แท้อาจารย์ต้องการให้นางไปยังหอคอยปีศาจสิบเก้าชั้นในตำนาน ว่ากันว่าในแต่ละชั้นล้วนมีบุรุษรูปงามเหนือผู้ใด แต่แท้จริงแล้วพวกเขาคือเหล่าปีศาจและมารที่บำเพ็ญเพียรมานับหมื่นนับแสนปี วิธีเอาชนะพวกเขามีเพียงอย่างเดียว นั่นคือใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งแก่นพลังแห่งปีศาจ อะไรนะ? เพียงชั้นแรกก็ไม่มีสตรีผู้บำเพ็ญตนคนใดผ่านด่านสำเร็จมานานกว่าห้าร้อยปีแล้ว ภารกิจนี้ยากเกินไปหรือไม่! เรื่องไร้ยางอายที่ทำลายศักดิ์ศรีได้ทุกเมื่อเช่นนี้ ซูถังถังจึงทำได้เพียงกัดฟันเดินหน้าต่อไปโดยไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมถอย ทั้งตามตื๊อบุรุษรูปงามและปราบปีศาจไปพร้อมๆ กัน อะไรนะ? หากพิชิตบุรุษรูปงามสำเร็จ พวกเขาจะเผยร่างที่แท้จริงออกมา? ซูถังถังถึงกับตะลึงงัน เช่นนั้นนางควรเอาชนะพวกเขาดีหรือไม่? แต่ผลตอบแทนก็ดีไม่น้อย เพราะหลังจากสำเร็จภารกิจ พวกเขาจะกลายเป็นคู่สัญญาผูกพัน สามารถอัญเชิญมาช่วยเหลือได้ทุกเมื่อ เดี๋ยวก่อน ข้ายังไม่ได้เรียกพวกเจ้าสักหน่อย แล้วขึ้นมาทำไม? มาทีละคนยังไม่พอ สองคน สามคนก็มาพร้อมกันอีก ไม่เอา ไม่เอาจริงๆ! อาจารย์ ข้าไม่อยากปีนหอคอยแล้ว ข้าอยากกลับบ้าน!


เมื่อนกกระจอกขึ้นกิ่งหงส์ แต่สามีสูงส่งกลับเป็นคนวิปลาส!
อาเหมยเป็นเพียงเด็กสาวกำพร้าในดินแดนชายแดนอันห่างไกล ทว่าวันนั้น นางกลับบังเอิญช่วยชีวิตบุรุษผู้หนึ่งเอาไว้ บุรุษหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามราวเซียนหลุดลงมาจากสรวงสวรรค์ เพราะลุ่มหลงในใบหน้าอันหล่อเหลา นางจึงพาเขากลับมาดูแลที่บ้าน แม้บุรุษผู้นั้นจะสูญเสียความทรงจำ แต่กิริยาวาจากลับสุภาพอ่อนโยนและเปี่ยมด้วยมารยาท ยามนอนร่วมเตียงเดียวกัน เขาก็ไม่เคยล่วงเกินนางแม้แต่น้อย ทั้งยังรู้ดีว่าชีวิตของนางยากลำบาก จึงคอยลากขาที่พิการช่วยนางทำงานอยู่เสมอ อาเหมยตกหลุมรักเขา และหวังว่าสักวันจะได้ร่วมผูกผมเป็นสามีภรรยากับเขา โชคดีที่สวรรค์เมตตา สุดท้ายนางก็ได้แต่งงานกับเขาจริงๆ จากหญิงฆ่าหมูแห่งชายแดน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งซื่อจื่อเฟยแห่งตำหนักรุ่ยอ๋อง พลิกชะตาจากนกกระจอกบนพื้นดิน กลายเป็นหงส์สูงศักดิ์ในชั่วข้ามคืน ผู้คนรอบข้างต่างพากันอิจฉาและกล่าวว่า กู้เหมยฮวาช่างโชคดีเหลือเกินที่คว้ากิ่งหลิวสูงส่งนี้มาครอง ต่อให้ถูกเหล่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์ค่อนแคะนินทาว่าหยาบช้าไร้การศึกษา กู้เหมยฮวาก็ไม่เคยเก็บมาใส่ใจ ในเมื่อนางและเซี่ยจิ่งหลานรักใคร่กัน เหตุใดต้องสนคำพูดของผู้อื่น กระทั่งวันหนึ่ง นางได้เห็นธาตุแท้อันเย่อหยิ่งและเย็นชาของเขา “ก็แค่หญิงชาวบ้านผู้หยาบกระด้างคนหนึ่ง จะเอาอะไรไปเทียบกับกู้ชิงเหอได้” มิน่าเล่า... ไม่ว่านางจะพยายามเพียงใดก็ไม่เคยตั้งครรภ์เสียที ที่แท้เขารังเกียจนางถึงเพียงนี้ รังเกียจจนไม่อยากมีบุตรร่วมสายเลือดกับนาง ถึงขั้นดื่มยาห้ามบุตรก่อนร่วมอภิรมย์ทุกครั้ง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางจากไปเสียยังจะดีกว่า เพื่อเปิดทางให้เขาและสตรีในดวงใจได้ครองคู่กันสมปรารถนา ทว่านางกลับคาดไม่ถึงว่า หลังจากเขียนหนังสือหย่าแล้ว ตนเองจะถูกเขาจับกุมขังเอาไว้ บุรุษผู้เคยอ่อนโยนดั่งหยกเนื้อดีในวันวาน บัดนี้ได้ฉีกหน้ากากจอมปลอมทิ้งจนหมดสิ้น เขากักขังนางไว้ด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและแข็งกร้าว กู้เหมยฮวาจึงได้ตระหนักในตอนนั้นเองว่า นางไปยั่วคนเสียสติเข้าแล้วจริงๆ หลังพยายามหลบหนีแล้วถูกจับกลับมา นางมองเงาร่างที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความหวาดกลัว พลางถดกายหนีไปด้านหลัง ทว่าอีกฝ่ายกลับคว้าข้อเท้านางเอาไว้แน่น ตรวนเย็นเยียบถูกสวมลงบนข้อเท้า นัยน์ตาของบุรุษตรงหน้าเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและมืดมน เขาก้มลงบีบคางนางให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัส ริมฝีปากร้อนรุ่มประทับลงบนลำคอ น้ำเสียงเย็นเยียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความคลั่งไคล้จนแทบเสียสติ “อาเหมย... เจ้าคิดจะหนีไปที่ใด?” “ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากมีลูกกับข้าหรือ? เช่นนั้นข้าจะช่วยเจ้าให้สมปรารถนาเอง”


เมื่อตัวประกอบล่อลวงตัวร้าย แล้วหนีไปพร้อมลูกในครรภ์
หลินซูเหยาทะลุเข้าไปอยู่ในนิยายเทพเซียนเรื่องหนึ่ง ในฐานะตัวประกอบหญิงตัวร้าย ที่ถูกกำหนดให้ตายภายในสามบทแรก ในนิยายต้นฉบับ ร่างเดิมของนางเพื่อให้ได้ครอบครองพระเอก ถึงขั้นวางยาทั้งตัวเองและเขา แต่ทันทีที่พระเอกได้สติกลับคืนมา นางก็ถูกแทงทะลุอกด้วยกระบี่เล่มเดียว เมื่อหลินซูเหยามองพระเอกตรงหน้า เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ดวงตาเย็นชาไร้เยื่อใย นางแทบอยากคุกเข่าลงตรงนั้นทันที เพื่อเอาชีวิตรอด นางลากขาที่อ่อนยวบ หนีโซซัดโซเซเข้าไปในแห่งหนึ่งอย่างไร้ทิศทาง และบังเอิญพบกับชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง หลินซูเหยาน้ำตาคลอเบ้าทันที สวรรค์ยังไม่ทอดทิ้งข้า! ในสติที่เลือนราง นางใช้ทุกวิถีทางที่มี จนสามารถคว้าตัวเขามาได้สำเร็จ ค่ำคืนอันสับสนวุ่นวายผ่านไป เมื่อหลินซูเหยาลืมตาตื่น สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าหล่อเหลาเยือกเย็นดุจเซียน ภายใต้สายตาที่ยากจะคาดเดานั้น นางเผลอเลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว “เอ่อ…ฤทธิ์ยาน่าจะยังไม่หมด…” ชายหนุ่มก้มลงจูบนาง เสียงแหบต่ำ “อืม” เพียงชั่วพริบตาที่หลงใหลในความงาม หลินซูเหยาก็ดำดิ่งจนถอนตัวไม่ขึ้น กระทั่งวันหนึ่งนางเผลอเข้าไปลึกถึงใจกลางแดนลับ และเห็นชายหนุ่มผู้อ่อนแอคนนั้น สีหน้าเรียบเฉย กำลังขยี้คอคนผู้หนึ่งจนขาดใจ ตราเลือดกลางหน้าผากวูบไหวปรากฏขึ้น ครานั้นเอง หลินซูเหยาถึงได้ตระหนัก คนตรงหน้าคือตัวร้ายผู้ทำลายโลกในหนังสือเล่มนี้! หลินซูเหยายิ้มแห้งๆ “ไม่ไหว ไม่ไหว…ข้าไปก็ได้…” นางหนีมาได้ไม่นาน เมื่อกลับถึงสำนักกลับพบว่าท้องของตนเริ่มนูนขึ้นทีละน้อย ขณะกำลังสับสนไม่รู้จะทำอย่างไร ตัวร้ายผู้นั้นก็ตามหานางพบจนได้ ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา เขากอดนางแน่น ไม่ยอมให้นางหนีไปไหนอีก “ยังคิดจะหนีอีกหรือ?” เช้าวันถัดมา หลินซูเหยาขดตัวอยู่ลึกในตำหนักแห่งหนึ่ง มองโซ่เงินที่คล้องอยู่รอบข้อเท้า หัวใจก็พังครืนอีกครั้ง ***** เมื่อพันปีก่อน อวิ๋นหลิงจวิน ปรมาจารย์กระบี่แห่งสำนักอวิ๋นเมี่ยวเผลอเข้าสู่มารวิถี และใช้พลังเพียงลำพัง ทำลายครึ่งหนึ่งของโลกบำเพ็ญเพียร เหล่าผู้ยิ่งใหญ่จึงจำต้องร่วมมือกันผนึกเขาไว้ แต่วันหนึ่งหญิงสาวที่หลงเข้าไปในแดนลับ กลับปลุกเขาจากการหลับใหล ยั่วยวนเขาครั้งแล้วครั้งเล่า จนทั้งสองกลายเป็นสามีภรรยากันโดยไม่ตั้งใจ นางปลุกเขา…แล้วกลับหนีไป ใต้ผาเทียนเจวี๋ย อวิ๋นหลิงจวินฟันกระบี่เดียว ตัดขาดบันไดสู่สวรรค์ ชายผู้เย็นชามาโดยตลอดยกยิ้มบางๆ แต่ในดวงตากลับปั่นป่วนด้วยความมืดมนอันบิดเบี้ยว เขากอดเอวนางไว้แน่น กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผิดคาด “อาเหยา…ไม่ต้องการข้าก็แล้วไป หรือแม้แต่ลูกของเรา เจ้ายังไม่ต้องการแล้วหรือ?” หลินซูเหยา “ไม่ใช่…เดี๋ยวก่อน…ข้าขออธิบายก่อน!”


ตัวร้ายจิตป่วยในนิยาย...กลายเป็นสามีของข้าไปเสียแล้ว
ถ้าจะพูดถึงคนที่ซวยที่สุดในโลกใบนี้ ชื่อของไป๋ซืออวี่...คงต้องอยู่บนสุดของรายชื่อนั้นแน่ เพราะอยู่ดีๆ วิญญาณของเธอกลับทะลุมิติเข้าไปอยู่ในร่างของหญิงสาวแสนโง่เขลา นางร้ายของเรื่องที่เป็นดั่งดอกบัวขาวซ่อนพิษในนิยายดราม่าแนวย้อนยุคที่เธอเพิ่งอ่านจบ! และเหมือนสวรรค์จะยังไม่พอใจกับโชคร้ายของเธอ... ตัวละครนี้ยังเป็นคู่หมั้นของตัวร้ายสายยันเดเระ ผู้มีฉายาจากเหล่านักอ่านว่า “ปีศาจร้ายจิตป่วย” เซียวหานเจวี๋ย! ในเนื้อเรื่องเดิม หญิงสาวคนนี้ทั้งรังเกียจ ดูแคลน และนอกใจเขา แถมยังใช้สถานะคู่หมั้นเป็นเครื่องมือในการลอบขโมยความลับเพื่อทำลายเขาอีกด้วย แต่สุดท้ายก็ถูกจับได้ และต้องตายอย่างทรมานด้วยยาพิษที่เขาป้อนให้ด้วยมือของตนเอง ที่สำคัญ...เธอดันโผล่มาในจังหวะซวยสุดของเรื่อง อย่างคืนเข้าหอพอดี! ไป๋ซืออวี่ถึงกับช็อกจนหัวใจเต้นรัว “ไม่นะ! ถ้าจะหนีการแต่งงานตอนนี้...ยังพอทันไหมเนี่ย!?” เพื่อเอาชีวิตรอดจากตัวร้ายผู้แสนเย็นชา ขี้หึงขั้นรุนแรง และเกลียดการใกล้ชิดกับผู้หญิงเป็นที่สุด เธอจำต้องพลิกบทบาทจากคู่หมั้นผู้โง่เขลา กลายเป็นภรรยาผู้อ่อนโยน คอยยิ้มหวาน พูดจานุ่มนวล และทำทุกอย่างเพื่อให้เขาเชื่อใจ หวังเพียงว่าสักวัน...จะได้หย่าอย่างสงบ แต่เซียวหานเจวี๋ย ชายผู้โหดเหี้ยม เจ้าคิดเจ้าแค้น และระแวงทุกสิ่ง กลับไม่เคยหลงกลใครง่ายๆ สายตาเย็นเยียบของเขามองความอ่อนโยนของเธอราวกับเหยี่ยวที่กำลังรอเหยื่อเผยธาตุแท้ จนกระทั่งวันหนึ่ง...เมื่อไป๋ซืออวี่รวบรวมความกล้า เอ่ยปากขอหย่า สีหน้าของเขากลับสงบจนน่าหวาดกลัว มือใหญ่จับข้อมือเธอไว้ ลูบไล้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นโดยไม่พูดสักคำ ร่างบางสั่นระริก ร้องไห้เงียบๆ บนเตียงนุ่ม ส่วนเขาคลายสายแพรที่มัดผมของเธอออกช้าๆ จากนั้นใช้มันมัดข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น ก่อนโน้มตัวลงจูบซับหยาดน้ำตาที่หางตาเบาๆ แล้วกระซิบเสียงพร่าดั่งคำสาป “อาอวี่... เจ้าจะอยู่กับข้าด้วยความเต็มใจ หรืออยากให้ข้าหักขาเจ้า แล้วขังเจ้าไว้เคียงข้าตลอดไปดี?”


ระบบปากร้าย ช่วยฉันพิชิตใจดอกบัวดำ
หนิงหนิงทะลุเข้ามาในนิยาย กลายเป็นตัวประกอบผู้ชั่วร้าย แต่นางตั้งใจจะใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ จนกระทั่งถูกผูกติดกับระบบปากร้ายที่เอาแต่หาเรื่องใส่หัวนางไม่หยุด แถมยังบังคับว่า ต้องด่าพระรองโรคจิตอีกด้วย