บท
ตั้งค่า

Chapter 3

“ยินดีค่ะ” เชฟพริกยกกล้องขึ้นมาถ่ายคู่กับฉัน เขามองรูปอย่างพึงพอใจ จากนั้นเราก็คุยกันอย่างถูกคอ ไปๆมาๆ เราก็เอาเหล้าสาเกออกมาดื่ม จากที่เมาอยู่แล้วฉันก็แทบจำอะไรไม่ได้..

Pham talks

พออาบน้ำเสร็จ ผมก็เดินลงมาเชคความเรียบร้อยในร้าน ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้ผมหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ผู้หญิงขี้เมาเจ้าปัญหาที่มาก่อกวนร้านเล็กๆ ที่เคยสงบเงียบมาตลอด กำลังชนแก้วเหล้าสาเกกับเชฟผู้ช่วยของผม เสียงพูดคุยประสานกับเสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วทั้งร้าน

“เอ้า..ชน!!” ใบหน้าเล็กๆ ที่ไม่ได้เรียกว่าสวยแต่ออกแนวน่ารักเสียมากกว่า เธอหันมามองผมทำตาปรือๆ ฉ่ำๆ พร้อมกับถือแก้วเชื้อเชิญให้ผมไปดื่มด้วย

“นี่มันอะไรกันเชฟพริก บอกให้ส่งแขก แต่เอาเหล้าสาเกมาดื่ม ผมจะหักเงินเดือนคุณ” ผมแกล้งขู่ไปแบบนั้นเอง เอาเข้าจริงผมก็ไม่กล้าหักเงินเดือนเชฟผู้ช่วยคนสนิทของผมหรอก

“หักเลยคร้า..เดี๋ยวฟลอจ่ายให้ จะสักเท่าไหร่เชียว เอามาดื่มจนหมดร้านเลยค่ะ” ผู้หญิงตัวเล็กกำลังท้าทายอำนาจมืดของผมอย่างไม่เกรงกลัวสักนิด จุ้นจ้านสร้างแต่เรื่องเป็นที่สุด

‘นางมารน้อย’ ผมแอบตั้งฉายาของยัยนี่ในใจ

“ให้เวลาอีกสิบนาที ส่งแขกขึ้นรถกลับบ้าน” ผมยื่นคำขาดก่อนที่จะขึ้นไปนอนชั้นบน ผมเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน จู่ๆก็มีร่างบางของหญิงสาวเข้ามานอนข้างๆ กลิ่นเหล้าสาเกคละคลุ้ง ฉุนจนต้องย่นจมูก ผมเปิดโคมไฟหัวเตียง

“เฮ้ย!! เธอเข้ามาห้องฉันได้ยังไง” ผมตกใจจนเผลอผลักยัยนางมารน้อยตกเตียง

“ง่วงนอน ประตูไม่ได้ล็อก” แล้วเธอก็ปีนขึ้นมานอนบนเตียงหน้าตาเฉย ท่าจะเมาหนักเพราะยัยนี่ไม่ได้ลืมตามามองผู้ชายอกสามศอกที่นอนข้างๆเลยสักนิด

“ออกไปเดี๋ยวนี้ ฉันไม่ชอบนอนกับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะผู้หญิงขี้เมาสร้างแต่ปัญหาเหมือนเธอ” ผมออกปากไล่ แต่คนตัวเล็กไม่ได้สนใจเลยสักนิด เธอดึงผ้าห่มผืนของผมไปห่มหน้าตาเฉย

“อยากลองดีนักใช่ไหม?” ผมยื้อยุดฉุดผ้าห่มคืน แต่มันม้วนไปกับร่างของหญิงสาวจนแน่น ผมพ่นลมหายใจออกมายาวๆ นี่มันวันซวยอะไรของผมเนี่ย!! สายตาของผมมองออกไปนอกหน้าต่าง ป้ายโฆษณานมเปรี้ยวขนาดใหญ่ปรากฎภาพของคนที่นอนอยู่ข้างๆ ผมค้นประวัติของเธอในกูเกิล

‘พริมา ธนานุกูลเวช ชื่อเล่นฟลอเรนซ์’ ดาราสาวดาวรุ่ง ลูกสาวคนสุดท้องของนักธุรกิจดัง ไพศาล ธนานุกูลเวช อะไรนะ..ยัยนี่เป็นน้องสาวของพี่เวนิสหรอกเหรอ? ไม่เห็นจะเหมือนพี่สาวเลยสักนิด..

แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ้าม่านเข้ามา ฉันใช้มือบังแสงแดดที่มันแยงตา พลางกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตาตัวเอง เงาของใครบางคนยืนอยู่ริมหน้าต่าง หัวหน้าแม่บ้านน่าจะเข้ามาทำความสะอาดและเสิร์ฟอาหารเช้าเหมือนที่เคยทำ เนื่องจากไม่มีใครที่จะเข้ามาห้องนอนของฉันในเวลาเช้าตรู่ขนาดนี้

“ป้าจันทร์ช่วยดึงผ้าม่านทึบให้ฟลอหน่อยค่ะ ฟลออยากนอนต่อ” ฉันงึมงำในลำคอ ไม่รู้ว่าป้าจันทร์จะได้ยินไหม เพราะแสงแดดยังส่องแยงตาฉันอยู่

“ป้าจันทร์ช่วยปิด..” ฉันพูดเสียงดังขึ้นอีกระดับ พยายามลืมตาขึ้นให้ได้มากที่สุดเพราะอาการปวดหัวจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อคืน ทำให้ร่างกายยังรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่อยากลุกจากเตียงนุ่มๆดูดวิญญาณนี่เลย ทว่าพอฉันมองคนที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างชัดเท่านั้นแหละ ร่างสูงที่พันผ้าเช็ดตัวท่อนล่างเพียงหมิ่นเหม่ หยดน้ำเกาะพราวไปทั่วแผ่นอกกว้าง ใบหน้าหล่อเหลาเลิกคิ้วจ้องมองสบตากับฉัน

“ใครอ่ะ หล่อจัง ซิกซ์แพ็คก็แน่น ฝันแน่ๆ เธอต้องฝันแหละฟลอเรนซ์” ฉันกัดปากอมยิ้มด้วยความเขิน ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้า พอก้มลงมาเห็นเสื้อผ้าที่ติดกายเท่านั้นแหละ..

“กรี๊ดดดดด” ทั้งเนื้อทั้งตัวของฉันมีเพียงเสื้อชั้นในกับกางเกงในตัวจิ๋ว แสดงว่ามันไม่ใช่ความฝัน จึงเปิดผ้าห่มออกมาอีกครั้ง แต่ดึงมันขึ้นมาจนถึงคอเพื่อปิดบังเรือนร่างที่เกือบจะเปลือยเปล่า

“นายเป็นใคร เข้ามาห้องฉันได้ยังไง” ฉันตะโกนถามด้วยความตกใจ

“มองรอบๆห้องให้ดี นี่มันห้องฉัน” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น ดวงตาคมปราดสายตามองฉัน ใบหน้าของเขาเรียบตึงไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ฉันมองภายในห้องตามที่เขาบอก สมองคิดประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ฉันไปดื่มกับพี่บีบี๋ เดินไปเข้าห้องน้ำ แต่ไปโผล่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆในซอยแคบๆ จากนั้นก็ดื่มเหล้าสาเกกับเชฟหนุ่มที่ชื่อพริก แล้วภาพก็ตัดมาที่ตรงนี้

“แล้วฉันมานอนตรงนี้ได้ยังไง”

“ก็เธอบุกเข้ามาตอนฉันนอนหลับ”

“เมื่อคืนนี้เรา..เอ่อ..เรา” ฉันพูดอะไรไม่ออก เพราะสภาพนี้เวอร์จิ้นของฉันคงไม่น่าเหลือแล้ว ฉันอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆอีกครั้ง

“ทำไมนายต้องฉวยโอกาสทำคนเมา แล้วทำไมฉันต้องมาพลาดพลั้งกับคนอย่างนายด้วย” ว่าที่คู่หมั้นของพี่เวนิสเป็นถึงลูกชายคนโตของเจ้าของโรงแรมดัง ที่มีสาขาทั่วประเทศ ส่วนฉันไปคว้าเชฟโนเนมที่ไหนก็ไม่รู้ ถึงจะหล่อมากแต่ไม่ได้โปรไฟล์ดีอย่างผู้ชายของพี่เว เทียบไม่ได้เลย..สักนิด

“คนอย่างฉันมันเป็นยังไง?” เขากดเสียงเข้ม น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือความไม่พอใจชัดเจน

“ก็เป็นแค่พ่อครัวธรรมดาๆ ฉันคือคุณหนูฟลอเรนซ์ แห่งตระกูลธนานุกูลเวช รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ ความบริสุทธิ์ที่รักษามาเกือบยี่สิบห้าปี ถูกผู้ชายแปลกหน้าทำลายไปแล้ว

“ไม่อยากให้คนรู้สินะ” ผู้ชายตรงหน้ากดยิ้มมุมปาก เขาหัวเราะเบาๆ ฉันมีลางสังหรณ์บางอย่างว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น

“..............”

“ฉันมีทั้งภาพนิ่งคลิปวิดิโอ ภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่ที่เธอเข้ามาในร้านฉัน” ร่างสูงเดินย่างสามขุมเข้ามาที่เตียง

“อย่าเข้ามานะ ถ้านายคิดจะทำอะไรฉันอีก ฉันจะ..จะ กัดลิ้นตายเลยคอยดู ฮือ..” เขาทรุดนั่งลงตรงปลายเตียงพลางหยิบมือถือขึ้นมา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel