บท
ตั้งค่า

Chapter 2

“เบาๆหน่อยหล่อน อัดอั้นตันใจมาจากที่ไหนเนี่ย” พี่บีบี๋ทำท่าจะดึงแก้วสีอำพันออกจากมือฉัน ซึ่งกระดกพรวดเดียวมาเกือบหกแก้ว ตอนนี้ไม่รู้เลยหน้ากับปากอันไหนมันชากว่ากัน วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ถ่ายละครเรื่องแรกและอาจจะเป็นเรื่องเดียวของฉัน เพราะที่เข้าวงการได้ก็เพราะเงินคุณพ่อคุณแม่ทั้งนั้น มันจะมีอะไรน่าภูมิใจกันล่ะ พยายามทำอะไรพวกท่านก็คงไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ฉันทำอยู่ดี

“ฟลอไม่อยากเป็นดาราแล้วพี่บี๋” ฉันสะอื้นไห้ออกมาดังๆ ด้วยความน้อยอกน้อยใจ จะมีใครสักคนรักและเห็นฉันเป็นคนสำคัญบ้างไหม

“อ้าวทำไมล่ะ หล่อนกำลังจะดังนะ”

“ดังเหรอ?” ฉันแค่นยิ้มพลางพูดอย่างประชดประชันชีวิตของตัวเอง

“พี่ได้เงินจากบ้านฟลอมาเท่าไหร่ล่ะ บ้านฟลอให้เงินให้ค่ายละครหลายล้านเพื่อให้ฟลอได้แสดงละคร เล่นแข็งเป็นมนุษย์หินฟลินสโตนอย่างฟลอ เส้นสายใหญ่จนผู้กำกับไม่กล้าด่า ฮือ..” ฉันยกแก้วขึ้นดื่มพรวดเดียว พอดื่มเยอะก็เริ่มปวดฉี่

“อ้าว จะไปไหน” พี่บี๋ถามเมื่อเห็นฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้ ร้านอาหารที่เรามาวันนี้เป็นร้านที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ผู้จัดการหนุ่มเปิดห้องวีไอพีให้ฉันกินดื่มร้องไห้ฟูมฟายได้โดยไม่มีใครรู้ใครเห็น ทว่าติดอย่างเดียวน่าจะมีห้องน้ำในตัว

“ไปเข้าห้องน้ำค่ะ” ฉันเดินตัวเปล่าออกจากห้องอาหาร พยายามเดินให้ตรงและครองสติให้ได้มากที่สุด ห้องน้ำอยู่ด้านนอกตัวอาคารติดกับประตูด้านหลังที่เป็นซอยเล็กๆ ซึ่งมีไฟประดับวิบวับราวกับมีงานฉลองตลอดทั้งซอย ฉันเผลอเดินชมบรรยากาศยามค่ำคืน จนเดินมาถึงร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆสไตล์อิซากายะ ชื่อร้าน (give me) once moment in time ภายในร้านไม่มีคนแล้ว แต่ทางร้านยังไม่ได้ปิดป้าย Close ฉันเผลอเดินเข้าไปในนั้นราวกับต้องมนต์

“คุณครับร้านเราต้องจอง ไม่รับวอล์คอิน” เชฟหนุ่มรูปร่างสันทัดในชุดสีขาวสวมหมวกสีเดียวกันเอ่ยขึ้น

“ทำไมล่ะ ฉันมีเงินจ่าย ปฏิเสธลูกค้าแบบนี้ได้ยังไง” ด้วยความที่ไม่เคยโดนขัดใจมาตลอดทั้งชีวิตรวมถึงดีกรีแอลกอฮอล์ในเลือดพุ่งสูงแล้ว ฉันจึงหงุดหงิดที่โดนเจ้าของร้านปฏิเสธ

“กลับไปเถอะครับร้านเราปิดแล้ว” ผู้ชายตรงหน้าพูดอย่างนุ่มนวล แต่อารมณ์ฉันมันพลุ่งพล่านแล้ว เอาอะไรมาฉุดก็หยุดไม่อยู่

“ไม่ ฉันจะสั่งอาหารกิน มีอะไรในร้านเอามาเสิร์ฟให้หมด อ้อ..ลืมบอก ฉันรวยมีเงินจ่าย”

“ทางเราต้องขออภัยจริงๆครับ เชฟของเราไม่ทำอาหารแล้ว” เขาค้อมศีรษะพลางผายมือให้ฉันออกจากร้าน

“ไม่ ฉันไม่ไป” ฉันยังนั่งอยู่หน้าเคาท์เตอร์อย่างไม่ยอมแพ้

“เชฟพริกมีอะไร” เสียงทุ้มนุ่มของคนตัวสูงในชุดเชฟสีขาวดังขึ้น เชฟอีกคนเดินออกมาหน้าร้าน ฉันนิ่งมองคนตรงหน้าอย่างตกตะลึง..

‘หล่อมากกก’ อยากจะใส่กอไก่อีกล้านตัว ใบหน้าเรียวได้รูปขาวจัดรับคิ้วเข้มๆ ดวงตาสีเดียวกัน จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางอมชมพู เขาน่าจะเป็นพระเอกได้สบายๆ

“ผมบอกเธอว่าร้านเราไม่รับวอล์คอินและกำลังจะปิด เธอก็ไม่ยอมไปครับ”

“ฉันมีเงินจ่ายค่าล่วงเวลาของร้าน ปฏิเสธลูกค้าแบบนี้ ฉันจะโพสท์ลงโซเชียล” ฉันพูดแกมขู่ ทว่าเขาไม่กลัวเลยสักนิด ใบหน้าหล่อเหลากดยิ้มมุมปาก

“เชิญโพสท์ตามสบายเลยครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญคุณออกจากร้านเราได้แล้ว” ร่างสูงเดินมาคว้าแขนฉันเขาพยายามจะดันฉันออกจากร้าน

“ไม่ไป ฉันจะสั่งอาหารกิน” ฉันดันร่างตัวเองชนกับร่างหนาเพื่อที่จะเข้าไปในร้าน

“โอ้ย ทำไมแรงเยอะจังวะ” เสียงสบถจากเชฟหนุ่ม ทำให้ฉันยิ่งดึงดันไม่ยอมออกไป

“ก็ไม่ไป ทำไมต้องไล่ด้วย ฮือ..ชีวิตของฉัน ทำไมมีแต่คนไม่ต้องการ อยากตาย ตายไปจากโลกนี้เลย” อยู่ๆน้ำตาของฉันก็ไหลพราก จะเดินออกไปให้รถชนให้รู้แล้วรู้รอด ฉันสะบัดมือให้พ้นจากการเกาะกุมของเขา กำลังจะเดินออกจากร้านอาหารนั้น แสงไฟจากรถกระบะสาดมากระทบสายตา ฉันยกมือขึ้นบัง เอี๊ยดด..เสียงรถเบรก พร้อมกับมือของใครสักคนที่ฉุดดึงฉันเข้าไปข้างถนน ฉันลืมตาขึ้นพร้อมกับรับรู้ว่าตัวเองนอนทับร่างหนาอยู่

“ลุกออกไปด้วย หนักจะตาย” เสียงบ่นของเขา ทำให้ฉันรีบลุกออกจากอกกว้างนั้นอย่างรวดเร็ว

“หนักอะไร น้ำหนักของฉันแค่สี่สิบปลายๆ” คนอะไรหน้าตาก็หล่อดีอยู่หรอก เสียแต่พูดจาไม่ค่อยจะเข้าหูไปหน่อย

“ถ้าอยากจะตายมาก ก็อย่ามาตายที่หน้าร้านของผม ย่านนี้คงได้กลายเป็นซอยผีสิง” ขนาดจะตายยังมีคนห้ามมาตายที่ของเขาอีก ทำไมชีวิตของคุณหนูฟลอเรนซ์มันรันทดอะไรอย่างนี้นะ

“ร้องไห้อีกแล้ว จะขี้แยอะไรนักหนา เข้าไปในร้านก่อน ไปล้างหน้าล้างตา มอมแมมยังกะลูกหมา” เชฟหนุ่มถอนหายใจยาวๆ เขาเดินนำฉันเข้าไปในร้าน

“เชฟภามเป็นอะไรรึเปล่าครับ ที่แขนคุณมีเลือดออกนะ” เชฟอีกคนในร้านเอ่ยถามด้วยความห่วงใย

“ผมไม่เป็นไร ผมจะขึ้นไปอาบน้ำ คุณให้เธอคนนี้ไปล้างหน้าในห้องน้ำแล้วส่งเธอขึ้นรถแท็กซี่ด้วยแล้วกัน” เขาถอนหายใจยาวๆอีกครั้งอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสองของร้าน ทว่าพอล้างหน้าเสร็จกลับมีถ้วยซุปร้อนๆวางอยู่ตรงเคาท์เตอร์

“ดื่มซุปร้อนๆก่อนครับ เดี๋ยวผมจะทำข้าวหน้าเนื้อย่างให้ ผมเชฟพริกครับ” เขาแนะนำตัวพลางยิ้มอย่างเป็นมิตร

“ขอบคุณค่ะ” ฉันยิ้มตอบพลางดื่มซุปที่เชฟหนุ่มเอามาเสิร์ฟ

“คุณคือฟลอเรนซ์ ดาราช่องสองรึเปล่าครับ ที่เล่นเรื่องเด็ดหัวใจนายมาเฟีย” แสดงว่าเชฟคนนี้สนใจวงการบันเทิงอยู่เหมือนกันนะเนี่ย

“ใช่ค่ะ ฝากผลงานด้วยนะคะ” ฉันส่งยิ้มการตลาดให้เขา ทำเหมือนที่พี่บีบี๋เคยสอนไว้ อ่อนน้อมถ่อมตนมีสัมมาคารวะ

“น้องสาวผมชอบคุณมากเลยครับ ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมครับ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel