บท
ตั้งค่า

Chapter 1

ฉันแบกใบหน้าที่สุดแสนจะง่วงงุนเดินเข้าหอพักหญิง ‘สิรินารถ’ ที่แสนจะเก่าแก่ ผนังปูนด้านนอกที่ทาสีชมพูเริ่มหลุดลอกไปตามกาลเวลา ราคาที่พักจึงถูกตามไปด้วย ฉันไม่ได้พักอยู่คนเดียว หากแต่อาศัยแชร์ห้องกับเพื่อนอีกสองคน อย่างว่าแหละ..ต้นทุนชีวิตของคนไม่เท่ากัน แต่ฉันก็ไม่คิดจะโทษใครหรอกนะ ฉันเชื่อว่าทุกคนมีสมองและสองมือ ถ้าเราตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างมันต้องสำเร็จอย่างแน่นอน

“ยัยเพลง เที่ยวดึก..เอ่อ ไม่สิ เที่ยวจนผับปิดอีกแล้วเหรอ?” ชะเอมรูมเมทหนึ่งในสองถามขึ้น ฉันไม่ตอบฝืนยิ้มเซียวๆพลางชูถุงน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ส่งให้เพื่อนสาว

“น้ำเต้าหู้หวานน้อยร้านป้านิดเจ้าประจำค่ะ”

“ค่าน้ำเต้าหู้จ้ะ” ชะเอมยื่นแบงค์ยี่สิบให้ ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ

“ซื้อมาฝาก เมื่อวานชะเอมทำสุกี้ให้เพลงกินไม่คิดเงินสักบาทเลย แลกกันนะ” บ้านชะเอมขายเนื้อหมูในตลาดที่สุโขทัย เพื่อนสาวเข้ามาเรียนในเมืองกรุงโดยไม่ต้องขวานขวายอะไรมาก ชะเอมกลับบ้านทีไรมักจะมีหมูเห็ดเป็ดไก่ของฝากจากบ้านอัดแน่นในตู้เย็นเป็นประจำ ฉันก็พลอยได้อานิสงส์มีอาหารจากรูมเมทสาวในบางมื้อและชะเอมไม่ยอมให้เพื่อนออกเงิน เธออ้างว่าได้มาจากบ้านฟรีๆเหมือนกัน แค่เพื่อนช่วยกินก่อนจะเน่าก็พอ

“เมื่อไหร่จะเลิกเที่ยวซะทีเนี่ย เช้าวันจันทร์จะเรียนรู้เรื่องเหรอ อดนอนทั้งคืนขนาดนั้น” ชะเอมยังวกมาเรื่องเดิม เธอกำลังแต่งตัวเพื่อเตรียมไปเรียนเช้า ว่าที่คุณครูภาษาไทยแต่งกายถูกระเบียบกระโปรงทรงเอคลุมเข่าใส่กับเสื้อนักศึกษาพอดีตัวไม่รัดติ้วเหมือนนักศึกษาหญิงบางคณะ นี่สินะ..ที่เรียกว่าแม่พิมพ์ของชาติ

“ไปหาแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายนิดหน่อย เจอผู้งานดีแซ่บเวอร์” ฉันเฉไฉ ไม่ยอมตอบความจริงให้เพื่อนรู้ ให้ชะเอมเข้าใจว่าไปเที่ยวแหละ ดีแล้ว..

“หาตามเน็ตก็ได้ ดูซีรี่ส์อยู่ห้อง เที่ยวกลางค่ำกลางคืนมันอันตรายนะ” ชะเอมพูดด้วยความห่วงใย

“โอเคค่ะคุณแม่” ฉันโผเข้ากอดเพื่อนสาว พลางซบหน้าที่ไหล่เล็กๆนั้นอย่างออดอ้อน

“ไปอาบน้ำได้แล้ว รีบไปเรียนเลย อ้อ..ทำข้าวกล่องเผื่อ วางอยู่บนโต๊ะนะ ทำเผื่อกิ๊บด้วย มาถึงจะได้กิน” ชะเอมบอกพลางเก็บข้าวของใส่กระเป๋าสะพายและเดินออกจากห้อง วันนี้มีเรียนไม่เช้านักเกือบสิบโมงยังพอมีเวลางีบ เมื่อคืนนอนบนโซฟาที่ผับไม่ค่อยสบายตัวเลย แต่ทำไงได้หอพักมีเวลาเปิดปิดจะกลับมานอนที่หอหลังจากเลิกงานก็ไม่ทัน ใช่แล้ว..ฉันทำงานพิเศษที่ผับคืนวันศุกร์และเสาร์ แต่วันอาทิตย์ถูกเรียกตัวไปแบบเฉพาะกิจเนื่องจากพนักงานขาด ฉันจึงจำเป็นต้องไปช่วยงานที่ร้านตามคำขอร้องของเจ้ก้อย เจ้าของร้านซึ่งอายุมากกว่าฉันเพียงไม่กี่ปี พออาบน้ำแต่งตัวกินน้ำเต้าหู้หนึ่งถุงกับปาท่องโก๋สองชิ้นเรียบร้อยแล้วจึงคว้าข้าวกล่องที่รูมเมทสาวทำเผื่อลงในกระเป๋า

‘ประหยัดมื้อเที่ยงไปอีกวัน’ ฉันอมยิ้มอย่างมีความสุขกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ

“เพลงจะไปเรียนแล้วเหรอ? ฮ้าว..” กิ๊บรูมเมทอีกคนเดินเข้ามาในห้องพอดี กิ๊บอยู่ปีสองแต่อายุเท่าฉันกับชะเอม เธอดรอปเรียนเพราะมีปัญหาเรื่องค่าเทอมจึงทำให้เรียนช้าไปหนึ่งปี กิ๊บเป็นคนชวนฉันไปทำงานพิเศษที่ผับ โดยฝากฝังฉันกับเจ้ก้อยอีกที

“จ้า ชะเอมทำอาหารเผื่ออยู่บนโต๊ะนะ” ฉันบอกก่อนจะออกจากห้องไปอีกคน กิ๊บนอกจากจะทำงานเป็นสาวเชียร์เบียร์ในร้านแล้ว ยังรับจ๊อบเป็นพริตตี้ตามงานต่างๆ แล้วแต่จะมีคนจ้างไป กิ๊บเล่าให้ฟังอย่างหมดเปลือกว่าทุกคืนเธอจะออกไปต่อกับแขก หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นสาวไซด์ไลน์นั่นแหละ

‘บางที เราก็ไม่มีโอกาสดีๆในชีวิตนักหรอก ถ้าเลือกได้ใครจะอยากทำงานแบบนี้’

“เจ้ก้อยฝากมาให้ ขอบคุณที่ไปช่วยงานนะ” กิ๊บยื่นซองเงินพิเศษที่ได้รับนอกเหนือจากค่าจ้างรายวันที่ฉันได้วันละหกร้อย แลกกับการเดินรับออเดอร์เกือบค่อนคืน ตอนผับปิดก็ช่วยพนักงานคนอื่นๆเคลียร์ร้านกว่าจะเสร็จก็ตีสามแล้ว ฉันเลยถือโอกาสแอบงีบบนโซฟาชั้นวีไอพีที่เจ้ก้อยอนุญาตด้วยความสิเน่ห์หา ก่อนจะกลับห้องในตอนเช้า

“ขอบคุณนะกิ๊บ” ฉันยิ้มกว้างและปิดประตูห้องพัก เดินมารอรถเมล์ที่เลยจากหอพักประมาณห้าร้อยเมตร พอถึงมหา’ลัยก็ตรงไปยังโต๊ะประจำของกลุ่ม

“เที่ยวมาเหรอ? หน้าดูง่วงๆ” มิ้นท์ทัก

“ก็ไปดูผู้มาเขียนนิยายน่ะสิ” ฉันก็ยังเก็บเรื่องไปทำงานพิเศษไว้เป็นความลับกับเพื่อนในกลุ่ม ถึงจะสนิทกันแค่ไหน เรื่องบางเรื่องมันก็ไม่น่าจะเปิดเผยให้ใครรู้ โดยเฉพาะการเป็นสาวกลางคืนที่ทำงานในผับ โชคดีที่ไม่มีคนรู้จักมาเที่ยวในเวลาที่ฉันทำงาน เพราะผับที่ฉันทำงานอยู่ลูกค้าเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีอายุพอสมควร ไม่ค่อยเป็นที่นิยมของนักศึกษามหา’ลัย อาจเพราะค่าเมมเบอร์ที่ราคาแพงหูฉี่ ก็แพงกว่าค่าเทอมฉันละกัน..

“แล้วทำหน้าเคลิ้มๆจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่เนี่ยนะ เลิกเที่ยวคืนวันอาทิตย์ได้แล้ว” มิ้นท์บ่นพลางส่งน้ำส้มแบรนด์ของที่บ้านให้หนึ่งขวด

“ขอบคุณค่ะคุณมิ้นท์” ฉันส่งยิ้มหวานๆไปให้แทนคำขอบคุณ ช่อม่วงเพื่อนสาวคนสวยลูกครึ่งไทยอังกฤษเดินมานั่งที่โต๊ะ มิ้นท์จึงยื่นน้ำส้มให้ช่อม่วงด้วย

“ขอบใจนะมิ้นท์ เรามีตอกโบกิผัดหมูสามชั้นมาด้วย ลองชิมกันไหม?”

“อร่อยอ่ะช่อม่วง ทำครั้งแรกจริงเหรอ? เธอคือแม่นางแดจังกึมชัดๆเลย” ฉันเคี้ยวแป้งหนุบหนับที่ผัดด้วยโคชูจังแล้วหลับตาพริ้ม มันอร่อยจริงๆนะ..

“อร่อยมาก” พาร์ทส่งยิ้มให้ช่อม่วง ฉันกับมิ้นท์จึงส่งยิ้มให้อย่างรู้กัน ก็พาร์ทแอบชอบช่อม่วงตั้งแต่ปีสอง แอบดูแลเทคแคร์ไม่ห่างแต่ช่อม่วงก็เหมือนจะรู้แต่ทำเป็นไม่รับรู้ พวกฉันก็ไม่อาจเดาได้

“พะ..พี่..” ทันทีที่เห็นร่างสูงที่เดินมาพร้อมกันสามคนฉันก็เหมือนคนติดอ่าง ดวงตาเบิกกว้างแทบไม่กระพริบราวกับเจออะไรบางอย่างที่ตัวเองไม่คาดคิดว่าจะได้เจอ

“อะไรยัยเพลง ยังกะเห็นผะ..” มิ้นท์ก็อึ้งไปราวกับโดนสาปพอๆกันกับฉัน

“ช่อครับ” พี่ไคโร อดีตเดือนวิศวะ หนุ่มฮ็อตที่สาวๆต่างไม่มีใครไม่รู้จัก ก็กิติศัพท์ความเจ้าชู้ของเขามันดังกระฉ่อนไปทั่วมหา’ลัย เขาเอ่ยทักทายเพื่อนสนิทของฉันราวกับคนที่สนิทกันมานาน

“พี่ไคโร พี่ออโต้ พี่เกียร์ สวัสดีค่ะ” ฉันผู้ซึ่งรู้จักหนุ่มหล่อคนดังแทบทุกคนในมหา’ลัยเอ่ยทักทายหนุ่มหล่อทั้งสาม ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เจอหนุ่มฮ็อตคณะวิศวะพร้อมกันถึงสามคนในระยะประชิดขนาดนี้ เห็นใกล้ๆแล้ว หล่อวัวตายควายล้มจริงๆ

“พี่ๆมาเที่ยวคณะอักษรฯเหรอคะ?” ฉันถามขึ้น ทุกคนในกลุ่มมองดูก็รู้ว่าพี่ไคโรสนใจช่อม่วงและคล้ายกับจะรู้จักกันมาก่อน แต่ช่อม่วงก็คือช่อม่วงที่ไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนเลยแถมยังแสดงออกว่าไม่ชอบอย่างชัดเจน

“พี่พาเพื่อนมาตามหาหัวใจครับ ไอ้ไคมันเรียกหาน้องช่อม่วงจนจะบ้าแล้ว เลยพามันมาหาว่าที่เพื่อนสะใภ้สักหน่อย” พี่เกียร์ผู้ซึ่งมีใบหน้าหล่อเหลาผิวคร้ามคมต่างจากเพื่อนทั้งสองซึ่งมีผิวขาวจัดพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่มีลักยิ้มทั้งสองข้าง ยิ้มทีฉันกับมิ้นท์แทบใจละลาย

ช่อม่วงเดินหายไปกับพี่ไคสักพัก ราวๆห้านาทีจึงเดินกลับมาที่โต๊ะ

“ช่อคะ พี่ไปเรียนก่อนนะ ไว้จะไลน์หา ตอบพี่บ้างล่ะ” พี่ไคเดินตามหลังช่อม่วงมาติดๆ

“งั้นพวกพี่ไปก่อนนะครับ” พี่ออโต้กับพี่เกียร์ลุกขึ้นจากม้านั่ง พี่ไคโรยิ้มกว้างพร้อมกับโบกมือให้ช่อม่วง จากนั้นฉันจึงถามเพื่อนสาวด้วยความอยากรู้ ได้ความว่าพี่ไคสนใจช่อม่วงและพยายามก่อกวน ช่อม่วงไม่ได้สนใจพี่ไคเพราะไม่อยากเป็นเป้าสายตาของใคร เพื่อนคนนี้ของฉันเป็นคนที่ประหยัดคำพูด ถามคำตอบคำ นานๆทีจะมีส่วนในบทสนทนา ฉันซะอีกที่พูดมากจนได้ฉายาว่า

‘พูดจนพาร์ทหลับ’ ก็ตอนที่วิดิโอคอลทำรายงานกัน ฉันสรุปหัวข้อรายงานจนพาร์ทหลับคากล้อง..

การที่เป็นคนช่างพูดช่างจาของฉันก็มีส่วนดีเหมือนกัน เพราะฉันเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย แม้ว่าจะเพิ่งเจอกันครั้งแรกแต่ฉันก็ไม่รู้สึกเคอะเขินที่จะเริ่มต้นการสนทนา ก็ไม่รู้สิ..มันคงเป็นข้อดีเพียงอย่างเดียวที่ฉันมีล่ะมั้ง..

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel