Delight Chapter 5 หยุดมองเธอไม่ได้
ร่างบางขอตัวเข้ามาเปลี่ยนชุดใหม่ก่อน เพราะเธอคงจะไม่ใส่ชุดบิกินีไปขับรถเล่นกับเขาอยู่แล้ว ถึงจะไม่รู้ว่าจะได้นั่งรถอะไรก็ตาม…
“ฮันโหลแก ฉันจะออกไปนั่งรถเล่นกับพี่โรมนะ”
ลูกแก้วโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสาวเพื่อบอกว่าเธอจะออกไปข้างนอกกับโรมิโอ เดี๋ยวทุกคนจะแตกตื่นเป็นห่วงว่าเธอหายไปไหน
“ไม่มั่นใจว่าจะไปนานไหม เลยโทรมาบอกไว้ก่อนกลัวพวกแกจะเป็นห่วงว่าหายไปไม่บอก”
-“โอเค เดี๋ยวตอนเย็นฉันก็จะไปดินเนอร์กับพี่เอริคเหมือนกัน ส่วนยัยพริมกำลังไปเล่นกับลูกๆของพี่โซลี่ย์”-
“ฉันคงไม่ได้ไปไหนนานหรอก เดี๋ยวก็กลับมาพี่เขาคงพาไปดูทะเลที่อื่น”
-“ได้ เดี๋ยวฉันบอกพริมให้”
-“ไปนานๆก็ได้ ทริปนี้แกอยากทำอะไรก็ทำไปเลย ทำสิ่งที่อยากทำ มีความสุขกับมันนะเพื่อน”
“อื้ม รับรองว่าสนุกแน่ เอาจริงๆฉันว่าฉันเริ่มชอบพี่เขาแล้วนะ”
-“ก็พอจะดูออกอยู่ค่ะเพื่อน อย่ามัวเสียเวลารีบไปใช้เวลากับพี่เขาได้แล้ว” จากนั้นสองสาวก็วางสายจากกัน ลูกแก้วหันมาสนใจเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ต่อ
เธอเปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงสีแดงลายดอกไม้สีขาวเล็กๆ เป็นกระโปรงที่ต้องผูกที่ไหล่ทั้งสองข้าง และแน่นอนว่าเธอไม่ได้สวมใส่บราแต่ใช้เป็นที่ปิดจุกแทน
จึกๆ เธอเดินไปหาโรมิโอที่ยืนรออยู่หน้าบ้านสะกิดจิ้มลงไปที่ไหล่หนาเบาๆ
“รออยู่นานไหมคะ”
“ไม่นาน แล้วตัวเล็กแต่งตัวเสร็จแล้วหรอครับ…” เมื่อเขาหันตัวกลับมามองเธอก็ถึงกับตกตะลึงในความสวยของเธอ ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางมันยิ่งเพิ่มความสวยของเธอ และชุดสีแดงก็ขับสีผิวเธอให้ผ่องใสขึ้นมากว่าเดิม
ฟึ่บฟั่บ เธอยกมือขึ้นมาโบกไปมาเมื่อเห็นว่าโรมิโอนิ่งไป
“พี่โรมคะ” ฟึ่บ! เธอเขย่งเท้าขึ้นเพื่อที่จะมองเขาใกล้ ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจเบาๆถูกพ่นออกมาจนร่างบางสัมผัสได้
“พี่โรม!” เธอเรียกเขาให้ดังขึ้น
“ห๊ะ! อ๋อโทษทีเมื่อกี้พี่..”ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงไม่ให้เธอรู้ว่าเขาตกตะลึงในความสวยของเธอ หมดคราบมาเฟียผู้หยิ่งยโสโอหังไปเลย….โรมิโอคนเดิมมันหายไปตั้งแต่เจอเธอ
พูดตามความจริงเขาหยุดมองเธอไม่ได้เลย…
“ฮ่าๆ ไปกันเลยไหมคะ” เธอยกมือมาปิดปากแล้วขำเล็กน้อยให้กับท่าทางที่เคอะเขินของเขา เธอเพิ่งเคยได้เห็นผู้ชายเขินเธอครั้งแรกเลย
“ครับ” เขาผายมือออกมาให้เธอจับ ลูกแก้วมองมือหนาอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนกับว่าชั่งความคิดอะไรบางอย่าง
หมับ!
“ฉันหวังว่าพี่โรมจะไม่ทำให้ผิดหวังนะคะ”
“ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับ”
จากที่จับมือกันธรรมดาก็กลายเป็นการประสานมือเข้าด้วยกันของทั้งคู่ มือที่แสนอบอุ่นนี้ ทั้งเขาและเธอไม่อยากปล่อยมือจากกันเลย
“รอก่อนนะตัวเล็ก เหมือนรถที่พี่เตรียมไว้จะยังมาไม่ถึง”
เมื่อเขาเดินมาถึงหน้าบ้านแล้วยังไม่ให้ว่าลูกน้องเตรียมรถไว้ให้ตามที่สั่ง มาเฟียหนุ่มก็เริ่มมีอาการหงุดหงิดขึ้นมา มือหนาล้วงไปหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมา
“เฮ้ย!รถที่กูบอกให้พวกมึงเตรียมกันมันอยู่ไหน!..” เขาที่ปล่อยมืออกจากมือเธอแล้วจะเดินไปคุยโทรศัพท์ที่อื่น แต่ก็ถูกมือเล็กของร่างบางจับไว้ไม่ให้ปล่อย เขาเลยเลี่ยงไม่ได้ กลับมาจับมือพร้อมกับคุยโทรศัพท์กับลูกน้องไปด้วย
“ไหนรถที่กูสั่งให้เตรียมวะ พวกมึงทำงานกันยังไงถึงได้ช้าแบบนี้วะ!” ตะคอกเสียงใส่ปลายสายจนคนตัวเล็กที่อยู่ข้างๆ ยังตกใจไปด้วย
-“เกิดปัญหานิดหน่อยครับนายท่าน” เสียงดันเต้ลูกน้องคนสนิทเอ่ยออกมาอย่างเป็นกังวล
“ปัญหาอะไร!” น้ำเสียงแข็งกร้าวถามออกไป
-“มีคนแอบตัดสายเบรคครับ ตอนนี้พวกผมกำลังจัดการหารถคันใหม่และจะตรวจสอบให้ดีก่อนเอาไปให้ เพื่อความปลอดภัยของเจ้านาย”
“ตัดสายเบรค..?! จัดการให้เรียบร้อยและตรวจสอบให้ดีอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก” ติ๊ด!
“ไว้เราค่อยไปก็ได้นะคะ” จากที่เธอฟังเหมือนกับว่ากำลังจะเกิดปัญหา
“ไม่ครับ พี่บอกแล้วจะพาไปรออีกหน่อยเดี๋ยวรถก็จะมาแล้ว” น้ำเสียงหนักแน่นและยืนยันที่จะทำตามที่พูด
“ค่ะ”
รอไปอีกเกือบ20นาทีได้ก็มีรถPorscheคันหรูแบบเปิดประทุนสีขาวขับเข้ามาจอดและมีรถอัลฟาร์ดสีดำตามหลังมาด้วย
“ขอโทษที่ให้รอนานครับเจ้านาย” เบรย์ตันเดินมายืนพร้อมกล่าวคำขอโทษโค้งตัวยื่นกุญแจรถหรูไปให้เจ้านายของเขา
“ขออภัยครับ”และลูกน้องอีกสองคนที่เพิ่งลงมาจากรถอัลฟาร์ดก็กล่าวขอโทษเช่นกัน
“อย่าให้เกิดปัญหาแบบวันนี้อีกนะ ตามหาไอ้ตัวคนทำให้เจอ”
“ครับ!!!”ทั้งสาม คนรับคำ เบรย์ตัน ไบรเดน ดันเต้ ทั้งสามคนคือบอดี้การ์ดคนสนิทของโรมิโอที่เขาสามารถเชื่อใจและไว้ใจได้ แต่ก็ยังมีบอดี้การ์ดคนอื่นอีกแต่เพียงสามคนนี้คือบอดี้การ์ดที่ใกล้ชิดกับเขาที่สุด
“ผมได้ส่งข้อมูลให้จินแล้วครับ จินกำลังตามหาคนทำ คิดว่าจะเจอตัวภายในวันนี้ครับ”
“ดี คงไม่ต้องให้ถึงมือกูหรอกนะ แค่พวกหนูสกปรกพวกมึงคงรู้ว่าควรจะกำจัดยังไง”น้ำเสียงเหี้ยมโหดพูดออกมาอย่างเยือกเย็น เหมือนเขาลืมไปแล้วว่ามีใครอีกคนอยู่ข้างๆ
“ตัวเล็ก…ตัวเล็ก”เธอเหมือนตกอยู่ห้วงความคิดทำให้ไม่ได้ยินที่เขาเรียก
“ตัวเล็กครับ” เขาเรียกเธอให้ดังขึ้น
“คะ!..เอ่อว่าไงคะ”
“เราเสียเวลามามากพอแล้ว พี่จะชดเชยเวลาให้ตัวเล็กถ้าอยากไปไหนให้บอกพี่ได้เลยนะครับ” น้ำเสียงที่อ่อนหวานแตกต่างจากที่คุยกับลูกน้องที่ใช้น้ำเสียงดุดันจนคนฟังรู้สึกกลัว
‘เขาเป็นแค่ช่างภาพจริงหรอ?’ เธอยังคงเข้าใจว่าเขาเป็นเพียงช่างภาพ
ขณะที่นั่งรถหรูเปิดประทุนรับลมกับชมวิวทิวทัศน์ทะเลกับภูเขา ในหัวเธอก็ยังไม่หยุดคิดถึงรูปประโยคที่เขาได้คุยกับลูกน้อง และไหนรถของลูกน้องยังคอยตามมาดูแลอีก นี่มันไม่เหมือนคนธรรมดามาเที่ยวเลยนะ…
“ขอฉันถามอะไรสักหนึ่งอย่างหน่อยได้ไหมคะ”
“อยากจะถามสิบคำถามพี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ”
“พี่.. พี่โรมเป็นแค่ช่างภาพจริงหรอคะ”
“พี่บอกตัวเล็กตอนไหนหรอว่าพี่เป็นช่างภาพ” เขาขับรถให้ช้าลงหันมามองเธอยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ร่างบางก็เอียงคอหันมาคิ้วขมวดจนจะผูกโบว์ได้อยู่แล้ว
“แล้วถ้าพี่ไม่ใช่ช่างภาพ มีลูกน้อง..โดนคนลอบทำร้าย..มะมาเฟียหรอคะ!” เธอถึงกับอ้าปากค้างนี่เธอกำลังอยู่ข้างๆ มาเฟียจริงๆ และเขาก็กำลังสนใจเธอนี่มันยิ่งกว่าที่ฝันไว้อีกนะ
“หึ รู้สักทีนะตัวเล็ก” เอื้อมมือมาลูบหัวอย่างเอ็นดู ก็เขาพยายามจะบอกเธอแล้วแต่เธอไม่ฟังเองนี่น่า… เพียงเท่านี้คะแนนความชอบของเขาคงพุ่งสูง
แล้วเขาก็ขับรถต่อไป ส่วนเธอก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้มารู้จักกับมาเฟียที่เหมือนมีใจให้กัน มันจะเป็นความรักอย่างที่เธอหวังไว้ใช่ไหม…
แสดงความคิดเห็น! กด?? แล้วจะมาต่อ!!! ไม่มีกำลังใจเขียนแล้วค่ะ ไม่ค่อยมีใครเมนต์เลย
