Delight Chapter 6 อุบัติเหตุ
เขายังคงมุ่งหน้าไปยังสถานที่ยอดนิยมของกระบี่ นั่นก็คือ หาดถ้ำพระนาง ถ้าเขาได้ถ่ายรูปให้เธอจากในถ้ำกับตอนที่พระอาทิตย์ตกมันคงเป็นอะไรที่สวยงามอย่างที่หาไม่ได้
“พี่โรม เป็นมาเฟียจริงๆหรอคะ ก็ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อหรอกนะคะเพียงแต่ว่า..”
“ทำไมครับพี่ดูไม่เหมือนมาเฟีย? หรือว่าอะไรตรงไหนที่ทำให้เราคิดว่าพี่ไม่ใช่มาเฟีย”
“พี่โรมดูใจดีเกินไป แต่ตอนที่ได้ฟังพี่พูดคุยกับคนของพี่ก็พอจะเอามาคิดทบทวนได้..”
“หึ ใจดี..” เพราะเขายังไม่ได้แสดงด้านอื่นให้เธอได้เห็นสินะ
“จากคำขู่เวลาพูดกับลูกน้อง พี่ก็คงจะเป็นมาเฟียจริงๆ แก้วแค่คิดว่ามาเฟียจะน่ากลัวแล้วก็โหดกว่านี้” เธอยังคงพูดต่อไป ส่วนเขาก็ตั้งใจฟังสิ่งที่เธอพูด มันจะฟังดูแปลกไหมถ้าเขาจะบอกว่าชอบที่เธอพูดคุยอธิบายอะไรให้เขาฟัง
“พี่แค่เลือกที่จะแสดงออกอย่างอ่อนโยนกับตัวเล็ก พี่ไม่ได้อยากให้เราเห็นด้านน่ากลัวของพี่”เขามีน้ำเสียงที่เย็นชาขึ้นเมื่อพูดถึงอีกด้านของเขา
“แต่พี่โรมไม่จำเป็นต้องสร้างตัวตนเพื่อใครหรอกนะคะ เพียงแค่เป็นตัวของตัวเองก็พอแล้วค่ะ”
“โดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับฉัน” เธอหันไปพูดอย่างจริงใจ เธอไม่อยากให้เขาสร้างตัวตนเพิ่มเพราะเธอ
“เราจะรับได้หรอครับ ถ้าพี่ปฏิบัติกับเราเหมือนที่ทำกับพวกมัน” คำพูดที่ฟังเหมือนกับว่าพูดออกไม่ได้คิดอะไรแต่มันดันแฝงไปด้วยแรงกดดันและน่าเกรงขาม
“เอ่อ..อาจจะรับไม่ได้แต่ก็จะไม่กลัวค่ะ!” เธอพูดไม่ได้เต็มปากว่ารับได้ แต่เรื่องกลัวเนี่ยเธอคิดว่าเธอก็มีความกล้าพอตัวเลยแหละ
“หึ ตัวเล็กคงมีความแข็งแกร่งอยู่ในจิตใจสินะ ถึงได้ไม่กลัวอะไรเลย”
หลังจากที่พูดประโยคนั้นจบโรมิโอก็ได้ยื่นมือมาแตะที่มือของเธอที่วางอยู่บนตัก มือเล็กประสานมือจับเข้ากับมือหนา สายตาก็มองดูทิวทัศน์ของทะเล เป็นการนั่งรถเปิดประทุนครั้งแรกของเธอเลย เหมือนกับสิ่งที่เธอพร่ำขอจะเกิดขึ้นจริงแล้วนะ…
หาดถ้ำพระนาง
“สวย สวยมากเลยค่ะพี่โรม” ร่างบางกระโดดโลดเต้นดีใจที่ได้เห็นสถานที่สวยงามอย่างนี้ มือก็ยังจับกับเขาไม่ปล่อย
“ดีใจนะที่เราชอบ”
“ค่ะ แต่ว่าแถวตรงที่เราอยู่ไม่มีคนเลยนะคะ” เธอถามอย่างสงสัยสถานที่ท่องเที่ยงขึ้นชื่อ และตรงจุดนี้ที่ต้องเป็นซิกเนเจอร์แต่กลับไม่มีคนมันน่าแปลกนะ ก็ตอนนี้มันมีแค่เขาและเธอ ส่วนบอดี้การ์ดก็คอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆ
“มันเย็นแล้ว คนเลยไม่ค่อยมาน่ะ” ถึงความจริงเขาจะให้ลูกน้องกันไม่ให้คนเข้ามาบริเวณที่พวกเขาและเธออยู่ก็เท่านั้นแต่ตรงอื่นก็ยังคงมีผู้คน
“พี่นี่รู้จักที่นี่ดีจังเลยนะคะ ว่าจะถามนานแล้วทำไมพี่พูดไทยชัดจังเลย” ร่างบางที่ปล่อยมือออกแล้วเดินเตะทรายสีขาวนวลเล่นหันมาถามมาเฟียหนุ่ม
“เรื่องนั้นเองหรอที่สงสัย ถ้าเราลองสังเกตดูให้ดี จะรู้ว่ากลุ่มพวกพี่มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน”
“คะ?” เธอหันมาเอียงหัวลงเล็กน้อยอย่างสงสัย
“ลูกครึ่งหรอคะ… ลูกครึ่งไทย!”
“ใช่แล้วพวกพี่ต่างมีแม่เป็นคนไทย ก็เลยได้เรียนภาษาไทยมาตั้งแต่เด็ก” เขาตอบเธออกไปตามความจริง
“โชคดีของฉันแล้วล่ะ”เสียงพูดอุบอิบจากร่างบางแต่พอที่จะทำให้เขาได้ยิน
“หืม ทำไมตัวเล็กถึงโชคดีล่ะ” ก่อนจะเดินเข้าไปหาเธอ มาเฟียหนุ่มได้กดถ่ายรูปเธอจากกล้องโทรศัพท์ ภาพที่เธอยืนหันหลังเป็นมุมที่พอดิบพอดีกับแสงของพระอาทิตย์ที่ส่องกระทบผิวน้ำและเธอก็ยืนตรงกลางพอดี….
“ก็เพราะว่าฉันไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษน่ะค่ะ ไม่งั้นคงไม่ได้มีโอกาสคุยกับพี่โรมเหมือนอย่างตอนนี้” เธอพูดเสียงเศร้าเมื่อคิดว่าจะไม่ได้คุยกับเขา
“แต่เราก็ได้คุยกันแล้วใช่ไหมล่ะ”
“อื้ม ดีใจมากเลยค่ะ”
“ฉันเอาแต่ถามเรื่องของพี่ แล้วพี่โรมไม่มีเรื่องที่อยากรู้เกี่ยวกับฉันบ้างหรือคะ” เธอหันมามองร่างหนาที่ยืนอยู่ข้างๆ
“มี ตัวเล็กมีแฟนหรือยัง” มันควรเป็นคำถามแรกๆ ที่เขาควรจะถามเธอแต่ก็ปล่อยผ่านมาตลอด เพราะทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเธอมันทำให้เขาลืมทุกอย่างไปหมด
“ไม่มีค่ะ และก็ยังไม่เคยมีแฟนด้วย แก้วโสดมาจนตอนนี้ก็22แล้ว”
“พี่อาจจะไม่เชื่อแต่มันคือเรื่องจริงค่ะ ไม่รู้ว่าเพราะว่าฉันเรื่องมากหรือนิสัยไม่ดีก็ไม่รู้ถึงได้ไม่มีใครชอบ..”
“ไม่จริง ก็คงตรงหน้าเรานี่ไงที่ชอบ”
ขวับ สายตากลมโตจ้องมองไปที่ชายหนุ่ม
“คะ…”การโดนบอกชอบ ความรู้สึกมันเป็นอย่างนี้เองสินะ หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าที่เห่อร้อน ตากลมกระพริบ ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาเลย แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธออยากทำกับเขาตอนนี้
“จูบได้ไหมคะ”
“แล้วใครห้ามล่ะครับ”
ร่างบางเดินเข้าไปใช้สือมือดึงคอมาเฟียหนุ่มเข้ามาจูบ นี่คือจูบแรกของเธอ ที่เคยได้ดูได้ฟังมาตอนนี้ได้ใช้จริงแล้วนะ สัมผัสแปลกใหม่
ม๊วฟ จุ๊บ
“อื้ม อื้อ”
“รสชาติเหมือนสตรอว์เบอร์รีเลย” มาเฟียหนุ่มเอ่ยบอกเมื่อปล่อยปากเธอให้เป็นอิสระ
“จูบอีกรอบได้ไหม” มาเฟียหนุ่มเอ่ยคือเขาไม่ได้คิดไปเองแต่มันเหมือนได้กินสตรอว์เบอร์รี่จริงๆ จากปากเธอ
“จะไม่เหมือนได้ไงล่ะ ก็ก่อนมาแก้วกินสตรอว์เบอร์รี่มาค่ะ ฮะฮ่า”แล้วเธอก็หัวเราะออกมาเมื่อเขาเลียขอบปากตัวเองแล้วจ้องเธอด้วยสายตาตลกๆ และก่อนขึ้นรถเธอก็อมลูกอมมาอีก มันคงไปเพิ่มความหวานในปาก
‘คิดถูกจริงๆ ที่อมลูกอมรสตรอว์เบอร์รี่มา’ ถึงแม้จะไม่ได้รู้
จากนั้นทั้งสองคนก็เดินเล่นไปตามชายหาดพูดคุยกัน ถึงจะอยากค่อยๆ ทำความรู้จักเขาและเธอไปเรื่อยๆ ก็ตาม
“พี่รู้เรื่องกระบี่เยอะจังเลยนะคะ”
“ความจริงแม่พี่เป็นคนกระบี่ ตอนเด็กพี่กับครอบครัวเลยได้มากระบี่อยู่บ่อยๆน่ะ…” ก็เพียงแค่ตอนเด็กหลังจากเหตุการณ์นั้นเขาก็ไม่ได้มาที่นี่กับครอบครัวอีก
“แล้วตอนนี้คุณแม่พี่ไม่กลับมาเที่ยวที่กระบี่แล้วหรอคะ”
“แม่พี่..เธอเสียไปเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว…”
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้พี่เจ็บปวดนะคะ” เปี๊ยะๆ เธอยกมือขึ้นมาตบไปที่ปากของเธอ
หมับ! “ทำอะไร! ตบปากตัวเองทำไมตัวเล็ก” เขาดึงมือร่างบางที่กำลังตบปากตัวเองออก
“ก็ปากฉันมันถามอะไรที่ไม่ควรถามออกไป คำถามนี้มันอาจจะทำให้พี่รู้สึกไม่ดี…” น้ำตาเริ่มคลอ ด้วยความที่เธอนั้นเซนสิทีฟง่ายต่อเรื่องอะไรอย่างนี้น้ำตาก็เริ่มไหลออกมา
“ไม่เป็นไร เราไม่ได้รู้เรื่องแม่พี่สักหน่อย อีกอย่างถ้าพี่ไม่อยากเล่าพี่จะไม่เล่าเลยตั้งแต่แรก”
“เพราะงั้นแล้ว ตัวเล็กไม่ต้องรู้สึกผิดนะครับ” เขาดึงเธอมากอดพร้อมลูบหลัง ปลอบ ตบหลังเบาๆให้เธอ
เพียงแค่ได้ทำความรู้จักกับเธอมาสองครั้งมันยิ่งทำให้เขารู้ว่าเธอนั้นทั้งจิตใจดีและบริสุทธิ์ มันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองอาจจะไม่ควรทำให้เธอแปดเปื้อน…
“หยุดร้องแล้วไปถ่ายรูปต่อดีกว่าไหมครับ พระอาทิตย์กำลังจะตกดินแล้ว เราจะได้กลับบ้านกัน”
“ไปค่ะ มีตรงหนึ่งที่ฉันอยากถ่าย” เธอชี้ไปทางที่มีโขดหินเยอะๆ ทั้งสูงต่ำเรียงรายกันสวยงาม
“จะขึ้นไปจริงหรอ พี่ว่ามันอันตรายนะถ้าตกไปเจ็บแน่เลย” เขาที่ยืนดูเธอเหยียบหินเล็ก หินกลางเพื่อที่จะขึ้นไปหินอันสูงๆ โดยที่เธอให้เขาไปยืนหินฝั่งตรงข้ามเพื่อจะได้ถ่ายภาพให้เธอ
“ไม่เป็นไรหรอค่ะ”
“ระวังลื่นตัวเล็ก”
มาเฟียหนุ่มก็แต่ยืนบอกอยู่ตรงนั้น เพราะเธอบอกว่าอยากจะถ่ายตรงนี้จริงๆ
“นี่ฉันถอดรองเท้าออกแล้วไม่ลื่นหรอกค่ะ”แล้วก็ทำท่าเดินไปมาบนหินให้เขาดู
พรืดด!!! “อ๊ะ กรี๊ดดด”
ตู้ม!
“ลูกแก้ว!!!!”
