Psycho_Destiny Chapter 6 ครั้งแรก NC25
เรเน่ถูกพาตัวกลับมาอยู่ในห้องนอนสุดหรูเหมือนเดิมและยังมีคนมาคอยยืนเฝ้าเธอที่หน้าประตูมากกว่าสองคน เรเน่ยังคงช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธออยากจะลืมแต่ใครจะไปลืมได้ลงล่ะ เห็นคนที่เห็นกันอยู่ทุกวันโดนมีดปักลงที่อก
เลือดที่ไหลมาโดนตัวเธอนั้นมันน่ากลัวเหลือเกิน ดูท่าแล้วเขาคงจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ
“โชคดีที่ตอนนี้ปิดเทอมใหญ่ไม่ต้องไปมหาวิทยาลัย ไม่งั้นมีหวังติดเอฟแน่”
ถึงจะโดนกักขังเธอก็ไม่ลืมที่จะห่วงเรื่องเรียนมันเป็นสิ่งสำคัญกับเธอ เธอจะไม่ยอมเสียอนาคตเพราะคนรวยเสียสติที่จับตัวเธอมากักขังไว้หรอกนะ ตำรวจก็คงจะช่วยอะไรเธอไม่ได้ แล้วแบบนี้เธอจะต้องทำยังไง เธอยังต้องตามหาแม่นะ!
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงตั้งแต่เธอถูกพาตัวมาที่ห้อง เรเน่ถือวิสาสะอาบน้ำและหยิบเสื้อผ้าในตู้ขนาดใหญ่ที่มีเสื้อผ้าผู้ชายมากมายถูกจัดเป็นระเบียบเรียบร้อย เธอหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำมาสวมใส่ไว้แทนเสื้อผ้าตัวเก่าที่เปื้อนเลือด เวลาหลายชั่วโมงที่ผ่านมาเรเน่พยายามทำให้จิตใจเธอสงบและคิดหาวิธีที่จะออกไปจากที่นี่
“ไม่ว่ายังไงฉันก็จะออกไปจากทีนี่ให้ได้ถึงจะต้องเจ็บตัวก็ตาม”
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
เรเน่เมื่อได้ยินเสียงกดรหัสที่หน้าประตูเธอก็รีบคลานขึ้นเตียงนอนคลุมโปงมิดชิดทั้งตัวไม่รู้หรอกว่าใครจะเข้ามาแต่ภาวนาให้ไม่ใช่คนโรคจิตได้ไหม
“คิดจะหลบอยู่ใต้ผ้าห่มตลอดไป?”เสียงหยาบกระด้างเอ่ยออกมาช้าๆ
“พระเจ้าไม่เคยอยู่ข้างฉันเลยสินะ”
เรเน่รู้สึกถึงที่นอนยุบยวบเหมือนจะมีคนนั่งลงข้างๆเธอหลับตาปี๋กำผ้าห่มไว้แน่นมือก็เจ็บยังต้องมาเจอคนโรคจิตวิตถารอีกไม่มีอะไรจะซวยไปมากกว่านี้อีกแล้ว
“ออกจากผ้าห่ม อย่าให้ต้องพูดซ้ำ”
“หรือว่าเขามาเพื่อฆ่าฉัน ก็คงจะเป็นอย่างนั้นสินะดันไปเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นตั้งมากมายขนาดนั้น เขายอมปล่อยไปสิแปลก คงไม่มีโอกาสได้เจอแม่แล้ว ชีวิตก็ยังใช้ไม่คุ้มเลยเพิ่งอายุ20เองนะคะ”
“ฉันไม่ชอบรออะไรนานๆหรอกนะ”
“เพราะรอนานเลยจะฆ่าทิ้งสินะ”
“ฉันออกไปหรือไม่ออกไปคุณก็จะฆ่าฉันเหมือนเดิมใช่ไหมงั้นฉันขอตายแบบที่ไม่เห็นวิธีที่โดนฆ่าค่ะ เชิญคุณฆ่าฉันได้เลย”
เสียงอู้อี้ที่พูดอยู่ใต้ผ้าห่มมันชวนให้มาเฟียหนุ่มเกิดอาการหงุดหงิดที่เธอนั้นคอยขัดคำสั่งเขาอยู่เรื่อย
พรึ่บ!
เอริคออกแรงนิดเดียวก็กระชากผ้าห่มออกจากเธอได้ทั้งหมด เรเน่ตกใจดีดตัวนั่งขึ้นในท่าทีมือสอดไว้ที่ระหว่างขาหัวเข่าชนกัน
เอริคหรี่ตามองเสื้อที่เธอใส่มันคือเสื้อเขาไม่ใช่หรอกหรอนี่เธอกล้าขนาดที่ใส่เสื้อผ้าเขาเลยใช่ไหม มีอะไรที่เธอไม่กล้าทำบ้างไหมเขาเริ่มที่จะสงสัย
“ฉันไม่ชอบเลือดค่ะ เสื้อผ้าฉันมันติดเลือดเต็มไปหมด ฉันก็เลยถือวิสาสะหยิบเสื้อคุณมาใส่ค่ะ”
หลับตาพูดโดยที่ไม่มองหน้าเขาแม้แต่นิดเดียวแต่เธอก็รู้ได้ว่าเขาต้องไม่พอใจที่เธอหยิบเสื้อผ้าเขามาใส่เองโดยที่ไม่ขออนุญาต
“หรือจะโดนฆ่าเพราะใส่เสื้อเขา”
สมองเรเน่ตอนนี้มีแต่คำว่าฆ่าเต็มหัวไปหมดพยายามจะทำจิตใจให้สงบแล้วแต่มันอดที่จะกลัวคนตรงหน้าไม่ได้ ร่างบางนั่งตัวสั่นเทาเป็นกระต่ายตกน้ำ ในสายตาของเอริคส่งสายตามองเธอเหมือนลูกกระต่ายน้อยที่ถ้าจับไว้ก็เหมือนมันจะขาดใจแต่ถ้าไม่จับไว้ก็พร้อมที่จะกระโดนหนีเขาไปทุกเมื่อที่ปล่อยโอกาส
“เธออยากตาย?”
“ไม่ค่ะ แต่คิดว่าคุณคงไม่ปล่อยให้ฉันมีชีวิตรอดออกไป จากที่ได้เห็นอะไรก็ตามที่ฉันได้เห็นมาทั้งหมด…”เรเน่พูดด้วน้ำเสียงสั่นเครือ ทั้งมือทั้งตัวสั่นไปหมดหัวใจด้วยน้อยเต้นระรัวเหมือนจะทะลุออกมานอกอก
“ฉันไม่ฆ่าสิ่งที่กำลังสนใจหรอกนะกระต่ายน้อย”
“กะกระต่ายน้อย?”
ลูบหัว
“ใช่แล้วกระต่ายน้อยของฉัน”
เอริคพูดน้ำเสียงที่เยือกเย็น เรเน่ค่อยๆลืมตาขึ้นมาสบตาเอริคสายตาคมจ้องมองเธอไม่วางตา มืหนักๆที่คอยลูบหัวเธอไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่เธอรู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสของเขาทั้งที่มันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้เลย
หมับ
เอริคจับหัวเรเน่เข้ามาใกล้จากนั้นก็ประกบปากจูบที่ร้อนแรง
“อื้อ”
เรเน่ไม่ได้ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกทีก็โดนเขาจูบปากอย่างดูดดื่มและรุนแรง เอริคกัดปากเธออย่างแรงจนเลือดออกเพื่อให้เธอยอมเปิดปากเขาส่งลิ้นหนาเข้าไปชกชิมความหวานในปาก เลือกที่ไหลออกมาโดนเขาดูดอย่างรุนแรง เอริคชอบเลือดเธอมันหอมหวาน เขาเหมือนราชสีห์ที่กำลังกินกระต่ายน้อยเข้าปากไปทั้งตัวในคำเดียว
จ๊วฟ ม๊วฟ
จูบที่รุนแรงนี้มันทำเอาเรเน่แพ้อย่างไม่มีทางสู้ เขาจูบเก่งมากแล้วตัดภาพมาที่ตัวเธอ นี่มันคือจูบแรกเลยถ้าไม่นับว่าเธอชอบจุ๊บน้องแมวที่เลี้ยงกับคนและเป็นผู้ชายนี่คือจูบแรกในชีวิตของเธอเลยนะ
เอริคผลักเรเน่ลงไปที่เตียงนอนเขายังคงจูบเธออย่างนั้น เรเน่ใช้แขนกอดที่คอของเอริคเธอหลับตาและปล่อยให้เขาจูบเธอตามที่ต้องการ
มือหนาเลื่อนมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำมันเป็นเสื้อตัวโปรดของเขาเลยสี่สำคัญเขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของส่วนตัวแต่พอเสื้อตัวนี้มันมาอยู่บนตัวเธอช่างน่ารัก…เขากลับอยากจะให้เธอใส่เสื้อผ้าเขาทุกตัวในตู้ให้มันได้ติดกลิ่นของเธอ
ริมฝีปากหนาถอนจูบออกแล้วจ้องมองไปที่เรเน่ หน้าตา กลิ่น ตา ปาก จมูก หน้าอก ทุกอย่างในตัวเธอมันดึดดูดเขาไปหมดจนห้ามความต้องการทางเพศไม่ได้
“มาต่อจากเมื่อเช้ากันดีไหม”
“คะ? คะเดี๋ยวค่ะ”
เรเน่เหมือนจะได้สติเมื่อเขาเลิกจูบเธอ เธอพยายามจะห้ามแต่ดูท่าจะไม่เป็นผลกับร่างหนาที่ค่อมตัวเธออยู่ เอริคจับขาเรเน่แวกออกใช้เข่าตัวเองเข้าแทรกมาระหว่างขาเธอ เอริคเอี้ยวตัวไปเปิดลิ้นชักหยิบกุญแจมือมาใส่ที่แขนของเรเน่ล็อคข้อมือเล็กไว้กับหัวเตียง
“คุณจะทำอะไรคะ!”เรเน่ตกใจกับสิ่งที่เขาทำกับเธอ
“กันกระต่ายน้อยหนี”
เอริคปลดกระดุมเสื้อออกเผยให้เห็นร่างกายสาวที่เขาเนียนหน้าอกที่ไร้การปกปิดจากบราเซียอย่างเมื่อตอนเช้า ตอนนี้ไม่มีแล้ว เอริคยกยิ้มก้มหน้าลงไปใช้ลิ้นเลียยอดปทุมถันจนมันแข็งเป็นไตสู้ลิ้น อีกข้างก็ใช้มือบีบ
“อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ ฉันไม่พร้อมค่ะ”
“ฉันไม่ได้ถามว่าเธอพร้อม แต่ถ้าเช็คดูข้างล่างก็รู้เอง”
“ข้างล่างไหนคะ?”
เอริคไม่รอช้าเลื่อนมือไปดึงกระชากแพนตี้น้อยออกจนมันขาดวิ่นไม่เหลือกลายเป็นเศษผ้าที่ไม่สามารถนำกลับมาใส่ได้อีก ส่งนิ้วเรียวยาวเข้าไปสัมผัสกับความชุ่มชื่นด้านในเขาไม่สนว่าเธอจะเจ็บ ไม่มีคำว่าอ่อนโยนใดๆในทุกสัมผัสมีแต่คำว่าหยาบกระด้าง
“อ๊าส์ อึก ฉันเจ็บ”
เอริคใช้สามนิ้วแทงเราไปในรูสวาทของเธอมันคับแน่นรัดนิ้วเขาไปหมด
เขาชีดนิ้วเราออกระรัว ร่างบางเกร็งกระตุกมันทั้งเจ็บทั้งเสียวความรู้สึกปนกันไปหมด
“ยังจะบอกไม่พร้อมอีกไหม ลองมองดูข้างล่างของเธอว่ามันต้องการขนาดไหน”
เอริคดึงนิ้วออกมาพร้อมกับหวานที่ไหลเยิ้มออกมาตามรูสวาทและนิ้วเรียวของเอริค เอริคถอดเข็มขัดรูดซิปกางเกงออกดึงแก่นกายอันใหญ่ออกมา เรเน่ที่เห็นแทบไม่เชื่อสายตามันใหญ่มากมันไม่มีทางเข้ามาในตัวเธอได้แน่นอน
“มันเข้ามาไม่ได้หรอกค่ะ”
“เดี๋ยวก็รู้ว่าจะเข้าได้ไหม”
เอริคจับมันไปจ่อที่ทางเข้ารูสวาทที่ก่อนหน้านี้เข้าได้ใช้นิ้วเข้าไปสำรวจแล้ว
“ขอร้องอย่าทำแบบนี้เลยนะคะ คุณมีผู้หญิงที่อยากทำแบบนี้กับคุณอีกมากมาย”
“อย่าทำเหมือนเธอไม่อยาก เรื่องแบบนี้เธอน่าจะชอบไม่ใช่หรอ”
“ไม่ค่ะ ฉันไม่ชอบและไม่ชอบคุณด้วยค่ะ”
“หึ แล้วฉันขอให้เธอมาชอบ?”
ปัก!
“กรี๊ดด อื้อเจ็บ”
คำว่าไม่ชอบของเธอมันกระตุ้นอารมณ์เขามากกว่าเดิม เอริคกระแทกแก่นกายอันใหญ่โตเข้าไปจนมิดอันและสัมผัสได้ถึงเยื่อบางๆที่เขาเรียกว่า เยื่อพรหมจรรย์
เอริคไม่อยากเชื่อดึงแก่นกายใหญ่ออกก็พบว่ามีเลือดติดมากับแก่นกายของตน
“หึ น่าสนใจอีกแล้ว”
ปัก!
“อึก ฮึก ได้โปรดอย่าทำแบบนี้เลยค่ะ”
กระแทกแก่นกายใหญ่เข้าไปซ้ำอีกรอบ
หมับ! มือหนาบีบที่กรอบหน้าเรเน่พร้อมกับจ้องมองที่เห็นน้ำตาเธอเริ่มใหลออกมา
“ร้องอีกสิ เวลาเธอร้องมันทำให้ฉันมีความสุข”
ปัก ปัก ปัก ปัก กระแทกสะโพกเข้าออกอย่างหนังหน่วงเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังไปทั่วทั้งห้องและเสียงสะอึกสะอื้นของเรเน่เพราะความเจ็บที่บริเวณช่องคลอดและท้องน้อย
“ฮือ ทำไมคุณถึงได้โรคจิดแบบนี้ อ๊าส์ อื้ออ”แม้มันจะเจ็บแต่มันก็มีความรู้สึกที่แปลกใหม่สำหรับเธอถ้าเขาอ่อนโยนกว่านี้เธอจะรู้สึกอีกแบบหนึ่งไหมเธอได้แต่คิด มันปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเธอก็ต้องการแต่มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ เขาทำเหมือนเธอเป็นของเล่น
“โรคจิต? ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าโรคจิตจริงๆมันเป็นยังไง”
ปักๆๆ ปักๆ พั่บๆ พั่บๆ
เอริคจับขาเรเน่รวบตึงขึ้นมาผาดที่บ่ากอดขาเธอแนบชิดแล้วออกแรงกระแทกแก่นกายเข้าออกซ้ำไปซ้ำมา
“อ๊าส์ คุณ อ๊าส์ มันเจ็บ ฮึก”
“ริช เอริค อีวานเชรดนั่นคือฉัน เรียกชื่อฉันสิเรเน่”
“ริช ริชคะได้โปรดอย่ารุนแรง”ในเมื่อห้ามให้เขาทำไม่ได้แต่ให้ไอ้โรคจิตนี่ไม่รุนแรงกับเธอก็พอ หวังว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะทำแบบนี้กับเธอ
“ดีมากเรเน่เรียกแบบนั้นแหละ อ่าว์”
พั่บๆพั่บๆ
“ฉันจะแตกแล้ว อ่าว์”
ปักๆ ปักๆ ปักๆ
“อื้อ อ๊ะ อ๊ะ” เสียงเธอร้องไปกับจังหวะที่เขากระแทกแก่นกายเข้ามาในตัวเธอมันเข้ามันจนจุกไปถึงมดลูกเลย
“เธอสุดยอดมาก”
เอริคจับขาเรเน่วางลงใช้มือจับที่เอวคลอดกิ่วล็อคแล้วกระแทกต่ออีก
ปักๆ ปักๆ ปักๆ
หน้าอกเธอกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะที่เขากระแทกแก่นกายเข้ามาในตัวเธอ
“อ๊าส์/กรี๊ด”
เอริคปลดปล่อยน้ำรักมากมายเข้าไปในรูสวาทของเรเน่ เรเน่เองก็ปลดปล่อยน้ำตัวเองออกมาพร้อมกันกับเอริค เขาฟุบตัวลงไปนอนทับร่างบางหน้าจุ่มลงไปอยู่ที่หน้าอก นอนหอบหายใจขึ้นลงสลับกัน
“คุณพอใจแล้วใช่ไหมคะ”พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สันเครือ หยาดน้ำตาที่เกาะติดอยู่ตามกรอบหน้าและน้ำตาระลอกใหม่ก็ใหลออกมา
เอริคเงยหน้าขึ้นมามองเขาจุ๊บลงไปที่แก้มและใช้ลิ้นเลียน้ำตาของเธอ
“มันไม่จบแค่ครั้งเดียวหรอกนะกระต่ายน้อยของฉัน”
