Psycho_Destiny Chapter 5 สิ่งที่ไม่ควรเห็น
เช้าวันรุ่งขึ้นท้องฟ้าแปลปรวนมืดครึ้มมีเมฆหนา นักพยากรณ์อากาศได้กล่าวว่าวันนี้มีพายุโซนร้อนจากประเทศจีนพัดมากระทบทางตอนเหนือของประเทศไทย บรรยากาศที่มืดครึ้มอย่างนี้เป็นสัญญาณเตือนอะไรหรือเปล่านะ
เอริคตื่นขึ้นด้วยความสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้สึกเต็มอิ่มกับการได้นอนหลับพักผ่อนเลย
แต่ไม่รู้ทำพอมีเธอมาอยู่ข้างกายมันทำให้เขาสบายใจอย่างบอกไม่ถูก แสงไฟด้านบนจากแชนเดอเรียคริสตัลถูกเปิดอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาในยามเช้า เอริคหันไปมองร่างบางที่ยังคงหลับสนิทในอ้อมกอดเขา
“เธอเป็นใครกันแน่นะ หรือมียาวิเศษอะไรในตัวถึงได้ทำให้ฉันสบายใจแบบนี้”เอริคพูดพลางยกยิ้มก้มลงไปจูบปากชมพูเล็กเป็นกระจับ จูบไล่ลงมาจากปากเลื่อนมาคาง ไล่ลงมาที่คอขาว
มือหนาเลื่อนจากที่กอดอยู่ที่เอวบาง เปลี่ยนเลื่อนขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวหนึ่งเม็ดสองเม็ดสามเม็ด แสดงให้เห็นหน้าอกขาวเนียนสู่สายตาคม เอริคเลื่อนใบหน้าเข้าไปสูดดม ความหอมหวานในตัวเธอปลุกสัญชาตญาณความเป็นผู้ชายของเขา เจ้าดุ้นแข็งตั้งขึ้นดันเป้ากางเกงจนตุง
ร่างบางที่ถูกก่อกวนจากร่างหนาลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะรู้จั๊กจี้บริเวณหน้าอกสับผัสที่เหมือนมีน้ำอะไรเปียกๆกับถูกไถ่เธอไปมา เมื่อลืมตาแล้วมองไปก็พบว่าเขากำลังใช้ลิ้นเลียบริเวณหน้าอกเธออยู่
“คุณทำอะไรคะ!”เรเน่ร้องเสียหลงดันตัวเอริคออกเมื่อดันตัวเขาออกไปเธอรีบนั่งขึ้นถอยตัวไปชิดกับหัวเตียงดึงเสื้อที่ถูกเปิดมาปิดไว้ดังเดิม
เอริคไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ร่างเล็กที่ยังคงตกใจตัวสั่นนั้นนั่งคิดอะไรเองอยู่คนเดียวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเคยได้พบเจอ
“ฉันต้องออกไปจากที่นี่”
เรเน่คิดได้ดังนั้นก็รีบติดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเองให้เรียบร้อย พอมองเห็นเธอถึงรู้ว่าที่คิดว่าให้น้ำเกลือจริงๆเธอโดนให้เลือด เลือดเธอคงจะไหลเยอะมากสินะ แต่ว่าจะให้เธอมาทนอยู่กับผู้ชายที่ทำตัวเหมือนโรคจิตแบบนี้ก็คงไม่ได้เธอต้องหาทางหนีให้เร็วที่สุดว่าแล้วเธอก็ดึงสายถุงเลือดออกจากข้อมือ แต่มือเธอก็ถูกพันผ้าไว้อย่างดีเช่นกันทั้งสองด้านแต่โชคที่อีกข้าไม่เป็นอะไรมาก
อีกด้านทางเอริคที่ปลีกตัวออกมาจากห้องแล้วเขาก็ลงไปชั้นล่างถันจากจากชั้นบทไปสองชั้นเป็นที่ฝึกซ้อมของลูกน้องที่ใช้ฝึกอาวุธ ศิลปะป้องกันตัว เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้ทำแบบนั้นกับเธอมันมีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดเขาเหมือนกับว่าร่างกายเขาต้องการเธอ
“เอาปืนมา”
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง
เอริคแย่งปืนมาจากลูกน้องชัดปืนลันไกปืนยิงระรัวใส่เป้าด้านหน้าจนหมดแม็ค
ตุบ เสียงปืนกระทบกับโต๊ะจากการขว้างลงมาอย่างแรง
“แม่ง!”
แม้จะระบายไปกับเป้านิ่งนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้อารมณ์ของเขาสงบลงได้เลยในหัวมันยังคงคิดถึงหน้าอกขาวเด้งสู้สายตา และกลิ่นหอมหวานจากตัวเธอ
“เฮ้อ”
“นายท่านครับ”
เป็นเสียงนิคที่เอ่ยจากทางด้านหลังผู้เป็นนาย
“มีอะไร”
“ผมจับไอ้คนที่มันเข้ามาเป็นสายให้กับคนที่เคยทำร้ายนายท่านเมื่อสี่ปีก่อนได้แล้วครับ”
“กี่คน”
“หนึ่งคนครับ มันเข้ามาทำงานในคลับนายท่านผมไปเจอตอนที่ท่านสั่งให้ไปสืบเรื่องของผู้หญิงคนนั้น”
“มันอยู่ที่ไหน”
“ชั้นล่างครับ ผมให้ลูกน้องทรมานมันอยู่แต่มันร้องขอชีวิตบอกว่าอยากเจอนายท่าน”
“หึ ฉันก็อยากจะรู้ว่าถ้ามันเจอฉันแล้วมันจะมีท่าทีแบบไหน”
พูดจบเอริคเดินตรงไปทางประกดลิฟไปชั้นที่ไว้ทรมานคนที่มันทรยศหักหลังเขา คนพวกนี้ไม่มีทางทีจะมีชีวิตรอดไปจากนรกแห่งนี้เขาจะเป็นตัดสิ้นชีวิตมันเองว่าจะให้อยู่หรือตาย
เมื่อเดินมาถึงที่ห้องทรมานพวกคนทรยศเอริคนั่งลงที่โซฟาด้านหน้าไอ้คนที่มันกล้ามาลวงความลับเขาร่างกายมันสะบักสะบอมตัวเขียวช้ำ เอริคหยิบมีดที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมา กระชากผมมันให้เชิดหน้าขึ้น
“มึงกล้ามากที่อยากจะเจอกู”
“แอ่ก ผมขอร้อง ไว้ชีวิตผมเถอะครับ แอ่กๆ ผมมีสิ่งที่ท่านต้องการ”
“สิ่งที่กูต้องการงั้นหรอ”
“สิ่งนั้นมันคืออะไร ถ้ามึงพูดมาแล้วมันทำให้กูจะไว้ชีวิตมึงได้กูก็จะฟัง”
“ผมรู้เรื่องของผู้หญิงที่นายท่านกำลังตามหา”
“หึ จับมันใส่โซ”เอริคแสยะยิ้มคำพูดที่ออกจากปากไอ้พวกนี้นับสิบนับร้อยคนที่ใช้เรื่องนี้มาอ้างกี่ครั้งที่เขาเชื่อแต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ไอ้พวกนี้พูดความจริงเลยสักครั้ง
เรเน่หาทางเปิดประตูห้องนอนอยู่นานใช้สารพัดพิธีแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าประตูห้องนอนจะยอมเปิดมันเป็นระบบสแกนหน้าและนิ้ว เธอคงไม่มีทางหนีออกไปจากที่นี่ได้ ความสิ้นหวังเข้าเกาะกินหัวใจ เรเน่นั่งกอดเข่าอยู่ข้างประตูมีทางเดียวคงต้องรอให้เขามาเปิด
ติ๊ด ติ๊ด
เสียงจากด้านนอกประตูว่ามีคนกำลังจะเข้ามาด้านในเรเน่เงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียว่ามีคนกำลังจะเปิดประตูเข้ามา คงจะเป็นเขา เขาคงตั้งที่จะมาปล่อยเธอออกไปแล้วสินะ
แต่เมื่อคนที่เปิดประตูเข้ามากลับเป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดสาวใช้อย่างเรียบมาพร้อมกับถาดอาหารแต่หัวเธอตอนนี้โฟกัสแค่ประตูเท่านั้นเมื่อเห็นว่าประตูกำลังจะปิดลงเธอจึงใช้มือจับมันไว้แล้วผลักให้สาวใช้ที่เดินเข้ามาให้ออกห่างเธอ เธอใช้จังหวะนั้นแทรกตัวออกจากประตูแล้วปิดมัน แต่แค่ออกมาเธอก็มาเจอกับลูกน้องของเขาที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้าแต่เธอทำตัวปกติ แม้ว่าตอนนี้หัวใจเธอจะเต้นแรงเหมือนจะระเบิกทะลุออกมาจากหน้าอกก็ตาม
“จะไปไหนครับ” ลูกน้องข้างหน้าเอ่ยถามเธอเสียงเข้ม เพราะเมื่อกี้สาวใช้เพิ่งจะเข้าไปเธอก็ออกมาเลย
“เจ้านายคุณเรียกให้ฉันไปหาค่ะ”
“นายท่าน?”
“ใช่ค่ะ!”
ผู้ชายร่างใหญ่สองคนที่ได้ยินสิ่งที่เธอบอกมองหน้ากันสลับไปมาอย่างไม่อยากเชื่อแต่ก็ไม่กล้าขัดเพราะเธอกล้าเอาชื่อนายท่านมาอ้างแบบนี้พวกเขาคงต้องก้มหน้าทำตาม
“ผมจะพาคุณไปเองครับคุณผู้หญิง”
“แม้จะไม่มีอะไรจะพูดแต่บอกว่าไปหาเขานี่นะ โอ๊ยสมองฉันถ้าไม่รู้จะพูดอะไรก็อย่าพูดออกมาโง่ๆแบบนี้ได้ไหม”
ถึงแม้จะกลัวแค่ไหนเรเน่ก็ยังคงเชิดหน้ายิ้มสู้ทำเหมือนว่าเธอไม่ได้กลัวหรือโกหกอะไร
ลูกน้องร่างโตหนึ่งในคนที่เฝ้าหน้าห้องพาเรเน่เข้ามาในลิฟต์ และกดรหัสอะไรสักอย่างที่ลิฟต์จากนั้นลิฟต์ค่อยๆเคลื่อนตัวลงมาช้าภายในลิฟต์เงียบสงบมีเพียงแอร์ของลิฟต์เท่านั้นที่ส่งความเย็นมากระทบผิวเธอ เรเน่กอดตัวเองไปพลางๆ
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ด้านหน้าเป็นทางยาวพื้นปูไปด้วยกระเบื้องสำดำมันวาวที่มีไฟสีขาวติดอยู่ข้างบนเป็นไฟหลอดเล็กๆติดไล่ไปตลอดทางถ้าไม่มีหลอดไฟพวกนี้คงจะมองไม่เห็นทางด้วยความที่มันมืดสนิท
“เจ้านายคุณอยู่ที่นี่หรอคะ”
“ครับ นายท่านไม่ได้บอกคุณหรอครับ”
“เอ่อคือ ว่าแต่ที่นี่เป็นที่นี่แบบไหนหรอคะ”
“คุณผู้หญิงเห็นเองก็คงจะรู้”
“อ้ากกก โอ๊ยยย”
เมื่อเดินเข้ามาใกล้ทางออกเรเน่ต้องหยุดฝีเท้าที่กำลังจะเดินทันที เพราะเธอได้ยินเสียงร้องโหยหวนเหมือนเสียงสัตว์ที่โดนทรมานเธอเคยได้ยินตอนดูภาพยนตร์เกี่ยวกับการฆาตกรรม
“เดินต่อสิครับ นายท่านหรออยู่ไม่ใช่หรอครับ”
เรเน่ก้าวเท้าเดินต่อช่วงจวะก้าวเดินเธอจะได้ยินเสียงร้องโอดโอยด้วยความทรมาน หัวใจเธอเต้นระรัวมือไม้เริ่มสั่นเธอกำมือตัวเองไว้แน่น เมื่อเดินมาพ้นขอบประตูทางเข้าภาพที่ปรากฏขึ้นสู่สายตาของเธอคือ
เป็นภาพที่มีผู้ชายนอนอยู่ที่พื้นแขนและขาถูกโซ่ตรึงกางออกลักษณะเหมือนเครื่องหมายกากบาท ตามเนื้อตัวของผู้ชายคนนั้นมีเลือดไหลออกมาตามร่างกายเต็มพื้นไปหมด และยังมีเอริคที่ยืนเหยียบที่หน้าอกของชายคนนั้น โค้งตัวพูดอะไรกันบางอย่าง
ความเข้าใจของลูกที่พาเรเน่มาที่นี่ก็คิดว่านายท่านจะทรมานเธอเพราะไอ้คนที่จับมามันเป็นคนที่ทำงานที่เดียวกันกับเธอเขาเลยกึงแขนเธอแล้วจับเธอเหวี่ยงลงไปที่ข้างหน้า เรเน่ล้มลงห่างจากเอริคประมาณสามเมตร
ส่วนเอริคนั้นยังไม่อาจทราบว่ามีบุคคลใหม่เข้ามาเขากำลังสนุกกับการทรมานไอ้คนที่มันกล้าเข้ามาในถิ่นเขาเพื่อสืบหาข้อมูลไปให้ศัตรูคู่อาฆาต
“ดึงโซ่ จนกว่าร่างมันจะขาด”สิ้นเสียคำสั่งเครื่องจักรสี่มุมก็เริ่มดึงกลับไปเรื่อยๆ
“อ้ากก ช่วยด้วย อ้าก เจ็บ ช่วยด้วย” เสียงร้องโอดโอยซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น น้ำเสียงแสนทรมาน
“เอาประวัติผู้หญิงคนนั้นมาให้ฉันอ่าน”เอริคไม่สนใจเสียงร้องขอความเมตตาจากมันแม้แต่น้อยแต่กลับหันไปพูดกับนิคเรื่องประวัติของผู้หญิงที่เขาพามา นิคยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้กับเจ้านายตัวเอง เอริคกลับไปนั่งที่โซฟาอ่านประวัติของเธอไปพลาง
“เรเน่ นิชานันท์ ศิริไพบูลย์…”
“บ้านเด็กกำพร้าโอบอุ้ม?”
อ่านประวัติของเธออยู่ครูหนึ่งเอริคก็ลุกขึ้นยืนเดินตรงมาหามันแล้วเหยียบลงไปที่อก
“จะขอชีวิตจากกูก็ต้องรู้ว่ากูต้องการอะไรไม่ใช่มึงจะมาพูดจาส่งเดช”
“เร่งให้เร็วขึ้น!”
เสียงแข็งเอ่ยสั่งลูกน้องจากนั้นโซ่ที่ตรึงตามแขนขาผู้ชายคนนั้นก็ถูกดึงจนตรึง ร่างที่นอนจมกองเลือดร้องออกมาด้วยความทรมานคนที่ได้ยินได้ฟังต้องรู้สึกหดหู่ ร่างกายที่โดนโซ่ดึงเหมือนจะขาดออกจากกันในสายตาของเรเน่เสียงผู้ชายที่ร้องมันคุ้นเคยเหมือนเธอเคยได้ยินจากที่ไหนสักที่
“นายท่านครับ”นิคที่เพิ่งเห็นว่าเรเน่กำลังจดจ้องการกระทำของเจ้านาย ก็เอ่ยปากเรียกแล้วหันไปมองข้างหลังผู้เป็นนาย เอริคหันกลับไปมองก็เห็นว่าเรเน่นั่งตัวสั่นอยู่ที่พื้นมือเธอกำแน่นจนแผลที่มือปรึมีเลือดไหลซึมออกมา
ร่างหนาที่ตอนนี้ใส่เพียงกางเกงยีนส์ขายาวตามเนื้อตัวเปื้อนไปด้วยเลือด เดินย่างสามขุมเข้าไปหาร่างเล็ก เรเน่แม้จะกลัวแต่ก็ยังพอมีสติเมื่อเห็นร่างหน้าเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เธอก็ขยับหนีทันที
“ยะอย่าเข้ามาค่ะ ฉันขอร้อง”เสียใสที่ตะโกนออกมาสุดเสียเมื่อร่างหนาย่างกายเข้ามาหาเธอเรื่อยๆ คำขอร้องแต่ก็ไม่เป็นผลเขาเข้ามาจับที่ไหล่เธอทั้งสองด้าน มือเล็กที่กำเข้าหากันแน่นดันไปที่หน้าท้องแกร่ง
“เรเน่! นั่นเสียงเรเน่ใช่ไหมอ้ากก” จู่ๆผู้ชายที่โดนโซ่ดึงนั้นก็ตะโกนขึ้นมา
“ปิดเครื่องดึง!”
เครื่องจักรหยุดลงตามคำสั่งของเอริคในทัน เขาดึงเธอให้ลุกขึ้นแล้วพาเดินไปหาไอ้คนที่เกือบจะตายแต่เรเน่มาช่วยต่อชีวิตมันให้ยังพอมีลมหายใจได้ต่อไป
“มึงรู้จักเธอ หรือว่าเธอเป็นพวกเดียวกับมัน”
ตุบ
เอริคผลักเรเน่ลงไปที่พื้นอย่างแรง เรเน่ส่ายหัวไปมาเธอไม่ใช่พวกเดียวกับใครเลย เธอเป็นเพียงนักศึกษาที่มาทำงานพาร์ทไทม์ก็แค่นั้นทำไมชีวิตเธอต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ
“ไม่ อึก เธอไม่ใช่พวกเดียวกับผม อึกเราทำงานในคลับเดียวกันผมเป็นรุ่นพี่เธอ”เรเน่จ้องมองไปหาคนที่พูดก็พบว่าเป็นรุ่นพี่ที่คอยดูแลเธอตอนที่ฝึกงาน เขาใจดีมาก อะไรทำให้เขากลายมามีสภาพนี้อย่าง
“แล้วมึงเรียกเธอทำไม!”
“ผมแค่จำเสียงเธอได้ครับ อึก ท่าน อย่าทำอะไรเธอเลยนะครับเธอไม่เกี่ยวอึก เชิญนายท่านฆ่าผมได้เลยแต่ถ้าท่านฆ่าเธอท่านจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต!”
“หึ ทีนี้มึงไม่กลัวตาย มึงมีสิทธิ์อะไรมาร้องขอชีวิตให้เธอ ชีวิตมึงเองยังเอาไม่รอดแล้วน้ำหน้าอย่างมึงมาขู่กู”เอริคหยิบมีดขึ้นมา ปักมัดลงไปที่หัวใจผู้ชายข้างหน้าต่อหน้าต่อตาเรเน่
“มีคนออกตัวปกป้องเธอจนตายเลยนะ เธอนี่มีเรื่องให้ฉันเซอร์ไพรส์ได้ตลอด”
เรเน่รู้สึกพะอืดพะอมอยากจะอาเจียนเธอกลั้นมันไม่ไหวแล้วจริง ทั้งเลือดทัั้งคนตายเธอต้องมาเห็นอะไรแบบนี้พร้อมกันในวันเดียว
“แหวะ อ่อก แหวะ แค่กๆ แหวะ” เอริคมองเธอสายตาว่างเปล่า เขาแค่คิดว่าแค่นี้ก็อ้วกแล้วงั้นหรอ
“ใครเป็นคนพาเธอมา”
“ผมครับ เธอบอกว่านายท่านเรียกให้เธอมาหา”
“มึงโง่ขนาดที่โดนผู้หญิงหลอกได้ สมควรจะทำหน้าที่ตรงนี้ต่อไปไหม”เสียงแข็งกระด้างเอ่ยออกมาช้าๆทำเอาคนฟังหัวหดเลยทีเดียว
“คุณคะ คุณปล่อยฉันไปได้ไหมคะ”
“สายน้อย ฉันมีเรื่องที่อยากจะทำกับเธออีกตั้งมากมาย คงจะปล่อยเธอไปง่ายๆไม่ได้หรอกนะ” เอริคใช้มือบีบคางเธอเหมือนคางเธอจะแตกคามือเขาเลย
“พาเธอกลับไปที่ห้องอย่าให้เธอหลอกพวกมึงได้อีก ไม่มีคำสั่งจากกู ห้ามเธอออกมาจากห้องเด็ดขาด”
“ละถ้าเธอคิดจะทำอะไรโง่ๆคนที่จะเจ็บหรือตายจะเป็นพวกมันที่ดูแลเธอ! เธอคงจะไม่ให้ใครมาตายแทนเธออีกนะสาวน้อย”
“เธอก็ยังคงไม่มีน้ำตาอีกเหมือนเคยเลยนะ”เรเน่ส่ายหัวไปมาเธออยากออกไปจากที่นี่เธอไม่อยากจะเห็นหน้าเขาแล้ว ใครก็ได้ได้โปรดมาพาเธอออกไปจากขุมนรกนี้ที
“พาตัวออกไป”
จบประโยคของเอริคลูกน้องร่างโตก็อุ้มเรเน่ขึ้นพาดบ่า ตลอดทางที่กลับมาเรเน่ดีดดิ้นใช้มือทุบตีด้านหลังของบอดี้การ์ด จนมือของเธอเจ็บแต่มันก็ไม่เป็นผลเลย ตัวพวกเขามันทำมาจากหินใช่ไหม?!
“ไปสืบเรื่องเธอมาเพิ่มฉันต้องการข้อมูลที่ละเอียดมากกว่านี้”
“รับทราบครับนายท่าน”
“หวังว่าเธอจะไม่ใช่คนที่ฉันคิด”
เอริคเงยหน้าขึ้นมองเพดานหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่ม ในหัวเขาตอนนี้มีทั้งเรื่องแก้แค้นและเรื่องเธอเขามาทำให้เขาว้าวุ่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็น
