บท
ตั้งค่า

Psycho_Destiny Chapter 4 ฉันจะได้ทุกอย่างที่ฉันต้องการ

เพนท์เฮ้าส์หรู

ใจกลางเมืองกรุง ตึกสูงเฉียดฟ้า เป็นเพนท์เฮ้าส์สุดหรูของมาเฟียหนุ่ม ความสูงนั้นไม่ต้องพูดถึงมีทั้งหมดมากกว่า80ชั้น โดยตั้งแต่ชั้น70ขึ้นไปจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเอริค ส่วนชั้นอื่นๆจะปล่อยให้ไฮโซซื้อเป็นที่อยู่อาศัย

นิคขับรถมายังชั้นใต้ดินของเพนท์เฮ้าส์ขึ้นลิฟต์สำหรับรถมายังชั้นที่สำหรับจอดรถ เมื่อจอดรถเรียบร้อย ลูกน้องที่คอยดูแลโรงจอดรถเดินมาเปิดประตูรถโรลส์ลอยซ์สุดหรูฝั่งคนนั่งด้านหลังให้กับนายท่าน แต่เมื่อมองเลยไปจากนายท่านแล้วกับพบว่ามีผู้หญิงนั่งมาด้วยสร้างความประหลาดใจ แต่ที่ประหลาดใจมากกว่านั้นคือเลือดที่ไหลจากมือเธอ เสื้อผ้ามีรอยเลือดติดเต็มตามเสื้อบริเวณโดยรอบที่มือเธอก็มีอยู่

“จะมองอีกนานไหม”

“ขออภัยครับนายท่าน”

“ไอ้นิค มาอุ้มเธอไปที่ห้องกู”

“?!” นิคได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ

“ครับนายท่าน ผมโทรตามคุณหมอโอลิเวอร์อีกไม่ถึงครึ่งชั่วคุณหมอจะมาถึง”

เอริคเดินตรงไปที่ลิฟต์ทางขึ้นที่จะไปยังห้องส่วนตัวของเขา ชายหนุ่มที่ไม่เคยสนใจอะไรแต่เขารู้สึกแปลกใจกับการกระทำของเธอ ผู้หญิงคนนี้ถ้าร้องไห้มันจะทำให้เขามีความสุขขนาดไหนกัน

ไม่เคยไม่มีใครที่จะไม่ร้องไห้ต่อหน้าเขาแต่นี่เธอไม่มีน้ำตาออกมาสักหยดมันช่างเป็นสิ่งที่เขาประหลาดใจเหลือเกิน ถ้าเขาทรมานเธอมากกว่านี้ใบหน้าเธอมันจะเปลี่ยนไปไหม ความนึกสงสัยอะไรแปลกๆของเอริคนั้นจะสร้างความลำบากให้กับเขาในอนาคต…

เอริคนั่งอยู่ที่เก้าอี้หนังสีดำข้างเตียงในมือถือแก้วไวน์ มองดูการรักษาของหมอที่เป็นเพื่อนรักของเขา ที่ค่อยๆเย็บแผลที่มือเธอ กลิ่นคาวเลือดของเธอมันช่างหอมหวานชวนให้เขาอยากจะใช้ลิ้นลงไปเลียอีกครั้ง

แสงไฟจากแชนเดอเรียกลางห้องนอนส่องสว่างไปทั่วทั้งห้องมันทำให้เขาได้มองเห็นใบหน้าของผู้หญิงที่พากลับมาด้วยนั้นชัดเจนกว่าที่ผ่านมา ใบหน้าที่แสนคุ้นเคยนี้เหมือนเขาจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน

“มึงไปพาลูกใครเขามากันวะ นี่ถ้ากูมาช้ากว่านี้เธอได้ช็อคเพราะเลือดไหลหมดตัวแน่ ดีนะที่ลูกน้องมึงบอกให้กูเอาเลือดมาเผื่อกูหยิบมาครบสี่กรุ๊ปเลือดเลย”

“แต่ก็ไม่ได้ตาย”

“แน่สิก็มีหมออันดับหนึ่งอย่างกูช่วยไว้ แต่เธอยังต้องให้เลือดอีก พรุ่งนี้เดี๋ยวกูมาใหม่ กูต้องไปแล้ว มึงอย่าได้ทำอะไรคนไข้ของกูเชียวนะ”

“กูไม่รับปาก”

“เฮ้อ” โอลิเวอร์ถอนหายใจเหนื่อยกับการกระทำของเพื่อนรักที่มันมีความสุขที่เห็นอื่นนั้นเจ็บปวด แต่ก็ช่วยไม่ได้สิ่งที่มันโดนมาก็หนักถึงทำให้คนที่ใจดีอย่างกับเทพบุตรกลายเป็นซาตานคอยตัดสินชีวิตคนอื่นอย่างไร้คุณธรรม

“กูขอเตือน มึงอย่าได้ไปสร้างบาดแผลในใจใครเพียงเพราะมึงเคยโดนทำร้ายมาจากคนในอดีต ไม่ใช่ทุกคนเขาจะเป็นคนเหี้ยหรอกนะ”โอลิเวอร์ตบไล่หนาของเพื่อนรักส่ายหัวเดินออกไป

“เธอน่าสนใจอีกแล้วสิ”

“เพื่อนฉันเพิ่งจะเจอเธอ มันยังออกตัวร้องขอชีวิตเธอไว้”

ร่างหนาลุกขึ้นเดินเข้าไปฟุบตัวลงนอนเคียงข้างร่างเล็ก มือหนาดึงร่างเล็กเข้ามากอดใบหน้าเรียวหล่อเหลาผิวสีแทนก้มลงไปสูดดมบริเวณซอกคอขาว ไม่รู้ว่าเพราะเขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงมานานหรือเปล่าพอเจอคนที่น่าสนใจร่างกายมันถึงได้ตอบสนองกับเธอเร็วเพียงนี้

“ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนอย่างเธอมันจะมีชีวิตรอดจากฉันไปได้นานแค่ไหน”

“ในเมื่อเข้ามาในที่ของฉันแล้ว ฉันคงปล่อยเธอออกไปง่ายๆไม่ได้หรอกนะสาวน้อย”

สิ้นประโยคนั้นเอริคก็หลับตาลงเคลิ้มหลับไปพร้อมกับที่กอดร่างเล็กๆของเรเน่เอาไว้แน่นปานว่าเมื่อยามที่ตื่นมาแล้วเธอจะหายไป เอริคไม่ได้นอนหลับอย่างนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะถ้านึกย้อนไปคงจะเป็นเมื่อสี่ปีที่แล้วสินะ เพราะเหตุการณ์นั้นมันทำให้เขาไม่เคยนอนหลับใหลในยามค่ำคืนอีกเลย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ได้นอนหลับเลยหรอกนะเขาก็มีตัวช่วยในการทำให้ได้นอนหลับ…

ช่วงเวลาตีสองใกล้จะตีสาม ห้องนอนหรูที่ตอนนี้ไม่หลงเหลือแสงไฟจากแชนเดอเรียด้านบนแล้ว ภายในห้องมืดสนิท สิ่งที่ได้ยินคือเสียงเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงาน และลมหายในของคนสองคนที่ร่างกายแนบชิดติดกัน

เรเน่ที่หมดสติไปตั้งแต่ตอนที่โดนพาตัวมา เธอเริ่มรู้ตัวแต่มึงจะขยับตัวกลับขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อยร่างกายถูกกอดหลังจากคนที่อยู่ข้ายกายเธอ เธอใช้เพียงมือด้านซ้ายสำรวจร่างกายตัวเองพบว่ายังใส่เสื้อผ้าอยู่ตามเดิม

“โล่งอก คิดว่าจะไม่มีโอกาสได้ตื่นมาใช้ชีวิตแล้ว”

เธอยกมือขวาขึ้นในความมืดละรู้ในทันทีว่ามีอะไรบางอย่างเจาะอยู่ที่มือ และมีสายๆคงจะเป็นน้ำเกลือ?เรเน่เพียงแต่เดาไปในความมืด

“เขาไม่ได้ฆ่าฉัน แต่พาฉันมารักษาหรอ?”

“แล้วทีนี่โรงพยาบาลอย่างั้นใช่ไหม”

แต่โรงพยาบาลมีเตียงนอนที่นอนสบายขนาดนี้เลยหรอ ละนอนพอสำหรับสองคนด้วยหรอ เรเน่ได้แต่นอนคิดทุกอย่างด้วยความมืดดำมองอะไรไม่เห็นเลย

“แล้วใครกอดฉันอยู่เนี่ย!”

“อึดอัดนะไอ้บ้านี่”

เรเน่พยายามใช้มือข้างซ้ายแกะมือร่างหนาที่กอดรัดตัวเธอให้ออกแต่ยิ่งเธอพยายามแกะมือหรือยกแขนเขาออกแค่ไหนคนที่กอดเธออยู่ก็ยิ่งออกแรงมากขึ้นเธอเลยต้องใช้มืออีกข้างมาช่วยแต่ก็ไม่เป็นผล

เรเน่ชั่งใจอยู่ครูหนึ่งและตัดสินใจแล้วว่าเธอจะทำเพราะถ้าไม่ทำก็ไม่รู้ว่ามีโอกาสได้หลุดพ้นจากใครที่ไหนก็ไม่รู้มานอนกอดเธอรัดแน่นจนจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว ถ้าคน คนนี้ไม่หลับลึกก็คงจะแกล้งเธอเป็นแน่

เรเน่ง้างมือในความมือเธอคิดไว้แล้วว่าจะตีลงไปที่แขนเขาไม่ว่ายังไงก็ต้องใช้มือด้านขวาที่เจาะถุงเลือดเตรียมที่จะตีลงไปแต่แล้วก็เกิดอะไรที่ไม่คาดคิด

“ไม่ว่าคิดจะทำอะไร ให้หยุดคิดในสิ่งที่จะทำ”เสียงเย็นชามีความแข็งกระด้างเอื้อนเอ่ยออกมาที่ละคำอย่างช้าๆ

ทำเอาคนคนตัวเล็กที่ได้ยินมีอาการขนลุกเสียวสันหลังวาบ เรเน่ลดมือลงเธอจำเสียงเขาได้ดี เขาคือนายท่านที่ทุกคนในห้องนั้นยำเกรง ไม่ว่าเขาจะสั่งอะไรแต่เสียงของเขามันทำเธอใจสั่น ตัวสั่นอย่างบอกไม่ถูก

“ฉันเข้าห้องผิดค่ะ”

เธอจำได้ว่าก่อนจะหมดสติเขาถามอะไรเธอไว้ถ้านี่คือโอกาสที่พระเจ้ามอบให้เธอได้รอดชีวิต เธอจะอธิบายและพูดความจริงทุกอย่างกับเขา

“ฉันไม่ได้โกหกคุณจริงๆนะคะ ฉันเป็นเด็กเสิร์ฟที่คลับวันนั้นรุ่นพี่วานให้ฉันขึ้นมาเสิร์ฟแชมเปญที่ห้องวีไอพี ฉันเข้าใจว่าห้องของคุณคือห้องเก้าตามป้ายแต่ที่จริงป้ายมันคือเลขหก”

“สิ่งที่ฉันเห็นทั้งหมดฉันจะไม่บอกว่าจำไม่ได้หรือบอกว่าจะลืมแต่ฉันสัญญาได้ว่าฉันจะไม่มีทางพูดกับใครหรือไปแจ้งตำรวจแน่นอนค่ะ”

“หึ เธอคิดว่าตำรวจประเทศเธอทำอะไรฉันได้อย่างงั้นหรอสาวน้อย” เขาอยากจะหัวเราะให้กับความคิดที่ใสซื่อบริสุทธิ์นี้ของเธอเหลือเกิน

“คะ? ไม่ค่ะฉันก็ไม่รู้ว่าคุณใหญ่โตขนาดไหนแต่ที่คุณไม่ฆ่าฉันในทันที ฉันคิดว่าคุณคงมีเหตุผลพอสมควรที่จะฟังคำอธิบายค่ะ”

“ทำไมไม่ร้องไห้”

“ร้องไห้? แผลที่มือหรอคะ มันก็เจ็บนะคะแต่ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ได้ร้องไห้ออกมา” เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่ร้องไห้ทั้งที่มันเจ็บมาและเธอก็กลัวมากแต่ก็ไม่ได้ยอมร้องออกมาแม่แต่หยดเดียว

“บางทีฉันอาจจะกลัวคุณมากจนแม้แต่น้ำตาก็ไม่กล้าที่จะไหลออกมามั้งคะ”

“หึ อะแฮ่ม”

‘เขาหัวเราะหรอ?’เรเน่รู้สึกเหมือนเขาจะหัวเราะกับประโยคที่เธอพูดไปก่อนหน้านี้เลย

“เคยร้องไห้ไหม”

“ก็ต้องเคยสิคะ!”

“แล้วคุณไม่เคยร้องไห้หรอคะ”

“ฉันร้องไห้จนมันไม่เหลือน้ำตาให้ร้องออกมาอีกต่อไปแล้ว”ประโยคที่เธอได้ยินทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่าเขาเจ็บปวดกับคำที่พูดออกมากันนะ

“คุณ คุณท่านจะไม่ฆ่าฉันแล้วใช่ไหมคะ”

“คุณท่าน? หึ ฉันเคยพูดว่าจะฆ่าเธอ?”

“ไม่ค่ะ ไม่เคยพูดค่ะ”

จุ๊บ

ริมฝีปากบางจูบลงที่หน้าผากหม่นอย่างอ่อนโยน คนตัวเล็กตกที่จู่ๆเขาก็มาจูบหน้าผากเธอ

“คุณทำแบบนี้ทำไมคะ?”

“Otterrò tutto ciò che voglio”

(“ฉันจะได้ทุกอย่างที่ฉันต้องการ”)

“คะ?”ภาษาอะไรของเขากันอย่างนี้เธอจะเข้าใจที่เขาพูดไหม

“นอน ไม่ต้องถามอะไรแล้วไม่งั้นฉันจะเปลี่ยนใจฆ่าเธอทิ้ง”สิ้นประโยคนั้นเรเน่ ก็เงียบกริบไม่ปริปากพูดหันหน้าเข้าซบอกแกร่งนอนหลับตาปี๋ ไม่มีใครไม่กลัวความตายหรอกและยิ่งมีซาตานอยู่ข้างกายแบบนี้จะกระชากวิญญาณเธอไปตอนไหนก็ได้ อย่าเสี่ยงเอาชีวิตมาทิ้งโดยที่ยังไม่ได้ใช้ชีวิตให้เต็มที่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel