EP.9 เพื่อนรัก
EP.9
ขวัญพิชชาแปลกใจในคำพูดของรามิล แต่นั่นก็ใช่ว่าเธอจะใส่ใจมากนัก มาเฟียคงชอบพูดไปเรื่อยละมั้ง เธอเลยไม่อยากต่อปากต่อคำ นั่งสงบนิ่งจนกว่าจะถึงมูลนิธิ
เมื่อถึงที่หมาย ขวัญพิชชาก้าวลงจากรถพร้อมกับรามิล ตอนนี้เป็นเวลา 7 โมงเช้า ขวัญพิชชาเดินนำเขาอยู่หลายก้าว แลหันซ้ายมองขวา ว่ามีใครเห็นหรือไม่ เธอทำตัวมีพิรุธจนรามิลรู้สึกรำคาญตา
สองมือสอดเข้ากระเป๋ากางเกงเดินปล่อยตัวสบาย ๆ ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ สายตาคมชำเลืองมองสาวสวยที่เดินอยู่หน้าตน และจู่ ๆ ขวัญพิชชาก็หยุดเดิน
“ที่นี่ห้ามสูบบุหรี่นะคะ” เธอเหลียวหลังมามอง ดวงตาหวานจ้องไปที่บุหรี่ แล้วต่อว่าเขา
“รู้ แต่จะสูบ”
“งั้นคุณก็ไม่ต้องตามเบลมาแล้วค่ะ”
“จะตาม มีปัญหาอะไรอีก”
“คุณเคนโซไม่เห็นป้ายเหรอคะ ช่วยดับมันด้วยค่ะ เบลเหม็น” เธอชี้ไปยังป้ายที่ติดคำว่าเขตปลอดบุหรี่ เตือนสติให้เขาอ่านมันชัด ๆ
“นี่เธอกำลังสั่งฉันอีกแล้วนะมาเบล” รามิลพุ่งตรงไปหาเธอด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ก่อนจะโยนบุหรี่ทิ้งลงบนพื้น ฝ่ามือใหญ่ตะปบลำคอเธอ เขาออกแรงบีบไม่หนักไม่เบา พอให้เธอรู้สึกเพื่อสั่งสอน รามิลไม่พอใจที่เธอพูดสั่งให้เขาห้ามทำอย่างนั้นอย่างนี้
“อึก ปล่อยเบลนะ”
“จำไว้ว่าฉันไม่ชอบให้ใครมาสั่ง” ชายหนุ่มขบกรามแน่น ก่อนจะยอมปล่อยมือลง
“เบลเกลียดคุณ”
“เกลียดเหรอ ไหนเธอลองพูดอีกทีสิ ว่าเธอเกลียดฉัน”
“เบลเกลียด...อื้อ” แค่เธอพูดคำว่าเกลียด รามิลก็ยิ่งโกรธ มาเฟียหนุ่มลงโทษเธอด้วยการจูบขยี้ปิดปาก กลิ่นบุหรี่จากคนโตกว่าลอยเข้ามาในโพรงปากหวาน ร่างเล็กพยายามขัดขืนด้วยการสะบัดตัว ทว่ารามิลก็ยิ่งกอดรัดขวัญพิชชาไว้แน่นขึ้น
“ทำไมเธอชอบทำให้ฉันโมโหอยู่เรื่อย”
“แล้วทำไมคุณชอบรังแกเบล เบลไปทำอะไรให้”
“ฉันอยากสนุกกับเธอไง คนอุตส่าห์มีน้ำใจมาส่งเธอถึงที่ ขอบคุณกันสักคำก็ไม่มี”
“แต่เบลก็ไม่ได้ขอ...” ขวัญพิชชาพูดแย้ง รามิลพูดทวงบุญคุณเธอ ทั้งที่เธอไม่เคยขอให้เขามาส่ง
“แต่ฉันก็ไม่เคยตามผู้หญิงคนไหน” นอกเสียจากคนที่เคยอยู่ในใจเขาเมื่อสิบปีก่อน ตอนนี้เธอได้กลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว
ใบหน้าหล่อสบดวงตาหวาน ขวัญพิชชาเองก็จ้องกลับ เธอมองไม่เห็นความผิดปกติบนใบหน้าหล่อนั้น
“...” ขวัญพิชชายืนนิ่ง รามิลจึงออกคำสั่ง ให้เธอขึ้นตึกไปทำงาน ขยันนักไม่ใช่ เธอคงจะรักองค์กรมาก
“ขึ้นไปสิ”
ขวัญพิชชาหมุนตัวกลับ เดินตรงไปยังลิฟต์ มีรามิลเดินตามหลัง กระทั่งทั้งสองขึ้นมาถึงสำนักงาน ขวัญพิชชายืนอยู่หน้าประตู เธอไม่กล้าผลักเข้าไป เพราะมีพี่ที่รู้จักนั่งอยู่ในนั้น
“คุณไม่ต้องเข้าไปหรอกค่ะ”
“สั่งฉัน ?”
“มันน่าเบื่อค่ะ ไม่มีอะไรสนุก ๆ ให้คุณทำหรอก”
“มีสิ ทำไมจะไม่มี” ดวงตาคมขึ้นประกายวับ ไล่สายตามองขวัญพิชชาตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอเห็นความเจ้าเล่ห์ในแววตาเขา ขวัญพิชชาจำต้องก้าวถอยหลังช้า ๆ
“ว๊าย” ไม่ทันได้ระวังตัว แผ่นหลังบางพิงประตู ในจังหวะที่คนในสำนักงานเปิดประตูออกมาพอดี ร่างบอบบางล้มทับลงบนตัวชายหนุ่มคนหนึ่ง
รามิลเห็นแบบนั้นก็รีบจับตัวเธอลุกขึ้น “ซุ่มซ่าม”
ขวัญพิชชาสะบัดแขนเมื่อถูกรามิลจับตัวเธอไว้ แล้วหันไปมองคนที่นอนอยู่บนพื้น เธอช่วยประครองเขาลุกขึ้นมา แล้วรีบขอโทษทันที
“เบลขอโทษค่ะพี่เจมส์”
“เบลไม่เป็นอะไรใช่ไหม” ชายผู้มาใหม่ แสดงถึงความเป็นห่วงต่อขวัญพิชชา รามิลยืนมองด้วยความหมั่นไส้ขีดสุด แล้วเข้าไปแสดงตัว
“เป็นห่วงกันดีจังนะ”
“คุณเคนโซ สวัสดีครับ” ชายหนุ่มหันไปมอง เมื่อมีอีกเสียงยืนพูดประชดประชัน แล้วกล่าวทักทายลูกชายเจ้าของมูลนิธิอย่างนอบน้อม
“เออ หลบไปดิ” รามิลตีวงแขนแกล้งผลักชายหนุ่มให้ออกห่างจากขวัญพิชชา แล้วจับมือเธอเดินเข้าไปในสำนักงานด้วยกัน ส่วนชายหนุ่มที่ถูกรามิลผลัก เขามองตามรามิลและขวัญพิชชาเดินเข้าไปในสำนักงานด้วยกัน ก่อนจะเดินไปทำธุระของตัวเอง
“คุณเคนโซ ปล่อยเบลสิคะ”
“นั่งตรงไหน” รามิลแสร้งทำหูทวนลม เอ่ยถามเสียงดังฟังชัด พนักงานที่อยู่ในสำนักงานก่อนนั้น ต่างมองกันเลิ่กลั่ก เมื่อรามิลและขวัญพิชชามาด้วยกัน
ขวัญพิชชาหันมองซ้ายขวา เห็นพวกพี่ ๆ มองมา เธอบิดข้อมือออกทีละนิด แต่ก็ถูกสายตาคมนั้นมองดุเธอ เมื่อขวัญพิชชาเริ่มจะต่อต้านรามิลอีกครั้ง หญิงสาวทำได้แค่ถอนหายใจ แล้วชี้ไปยังโต๊ะของเธอที่อยู่ทางด้านใน
“คุณเคนโซกลับไปได้แล้วค่ะ”
“เธอคงยังไม่เข็ดสินะ”
“มันไม่ใช่ที่ที่คุณควรจะอยู่ค่ะ”
“ถากถางเก่ง ยอกย้อนเก่ง สงสัยอยากจะโดนฉันจูบอีกรอบ” รามิลขยับตัวเข้าหาเธอใกล้ ๆ ไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองยังไง ผิดกับขวัญพิชชาที่ถอยเก้าอี้ห่างออกไป
“เบลไม่ไล่คุณแล้ว”
“พูดง่าย ๆ ตั้งแต่แรกค่อยน่ารักขึ้นหน่อย” ยกมือขึ้นเกลี่ยใบหน้าขาวสะอาด แต่ขวัญพิชชาเอียงหน้าหลบ ไม่อยากให้เขาถูกเนื้อต้องตัว
ระหว่างที่เธอกำลังนั่งทำงานอยู่นั้น พนักงานที่อยู่อีกฟากฝั่ง จับกลุ่มเม้าธ์กันอยู่สองสามคน
ทำไมน้องเบลถึงได้มากับลูกชายท่านเมธัสได้
ได้ยินว่าเมื่อวานน้องเบลถูกคุณเคนโซเรียกให้ไปพบ
ตายจริง น้องเบลจะรู้ไหมว่านั่นน่ะ เสือร้ายชัด ๆ
ดูจากหน้าน้องเบลก็รู้ว่าคงไม่เต็มใจเท่าไหร่นักหรอก
หรือคุณเคนจะชอบน้อง...
เจมส์ ชายหนุ่มที่เพิ่งจะได้เจอกับรามิลและขวัญพิชชา ทันมาได้ยินพวกสาว ๆ จับกลุ่มเม้าธ์กันอยู่พอดี เจมส์เป็นคนในบุคลากรของมูลนิธิ BK ทำหน้าที่ดูแลบัญชี รายรับ รายจ่ายของที่นี่
“เลิกเม้าธ์ได้แล้วครับ ถ้าคุณเคนได้ยิน พวกพี่น่ะจะซวย ผมไม่รู้เรื่องด้วยนะ”
“แล้วเจมส์ไม่อยากรู้เหรอ”
“ไม่ครับ” ปากบอกไม่สนใจ แต่สายตากลับจ้องไปยังโต๊ะด้านใน เจมส์เห็นรามิลนั่งอยู่ข้างหลังขวัญพิชชา มาเฟียหนุ่มยกเท้าขึ้นวางบนโต๊ะทำงานอีกฝั่งอย่างไร้มารยาท
เจมส์ส่ายหน้าเอือมระอากับกิริยาที่รามิลไม่สมควรทำ แต่จะให้เข้าไปห้ามก็ทำไม่ได้ รามิลเป็นมาเฟีย เขาไม่ควรเข้าไปแตะต้อง
“ฉันหิว สั่งอาหารให้ฉันหน่อย” รามิลออกคำสั่งกับขวัญพิชชาที่กำลังเตรียมการสอนของวันจันทร์ และของวันนี้ด้วย เพราะเดี๋ยวช่วงบ่ายเธอต้องไปสอนพิเศษที่บ้านนาเดียต่อ
“คุณอยากทานอะไร”
รามิลเคลื่อนเก้าอี้เข้าหาขวัญพิชชาใกล้ ๆ จากข้างหลัง ใบหน้าหล่อกระซิบเสียงพร่าข้างหู
“ฉันอยาก...” จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ รามิลจิ๊ปากแล้วชำเลืองมองโทรศัพท์ขวัญพิชชา อยากจะชำแหละไอ้เครื่องสื่อสารที่มาก่อกวน
ซีนาย
“ฉันรับเอง” รามิลถือวิสาสะอย่างไร้มารยาท เขาแย่งโทรศัพท์เธอมา ขวัญพิชชาคว้าจะเอาคืนแต่ไม่สำเร็จ รามิลมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอให้ชัดเจนอีกครั้ง ปากหนากระตุกยิ้ม ก่อนจะกดรับสาย
“ไง ไอ้เพื่อนรัก”
