บท
ตั้งค่า

EP.10 ใต้เท้ากู

EP.10

อคิราห์ขับรถถึงมูลนิธิในช่วงเวลาเก้าโมงตรง เขามารอรับขวัญพิชชาเพื่อพาเธอไปสอนพิเศษให้กับลูกสาวบุญธรรม ชายหนุ่มจอดรถอยู่ที่ลานจอดเช่นเคย ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มอย่างอารมณ์ดี ต่อสายโทรหาขวัญพิชชาในทันที จะบอกกับเธอว่าเขารออยู่ที่ข้างล่างแล้ว

เสียงแรกที่เขาอยากได้ยิน เมื่ออีกฝ่ายกดรับสาย กลับไม่ใช่ขวัญพิชชา ใบหน้าหล่อจากที่เคยเปื้อนยิ้มเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง

[ ไง ไอ้เพื่อนรัก ] น้ำเสียงหยอกเย้ากึ่งดุดัน เอ่ยกับคนในปลายสายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเคยเป็นเพื่อนรักกันมา

“ไอ้เคนโซ”

[ ยังจำกันได้สินะ ]

“มึงมารับโทรศัพท์เธอได้ยังไง”

[ กูชอบน้ำเสียงมึงตอนนี้จัง ดูร้อนรนดี ]

อคิราห์ยืนเสยผมตัวเองแรง ๆ เดินวนไปมาอยู่รอบรถของตัวเอง ก่อนจะมองไปยังตึกใหม่ที่ขวัญพิชชาทำงาน สองเท้าก้าวยาวด้วยความเร็ว แล้วหยุดยืนที่หน้าตึก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่รู้ชั้นที่เธอทำงานอยู่ชั้นอะไร

ชายหนุ่มหลับตาผ่อนลมหายใจเข้าออกช้า ๆ แล้วก้าวถอยหลังออกมาบอกกับคนในสาย

“กูขอสายเบล”

[ ถ้าให้กูเดา ตอนนี้มึงคงยืนอยู่หน้าตึก ]

“กูมารับเธอ”

[ แต่โทษทีว่ะ มาเบลเป็นผู้หญิงของกู ]

“มึงบังคับอะไรเธอ”

[ รอกูอยู่ตรงนั้น ]

ก่อนหน้านี้ หลังจากที่รามิลแย่งโทรศัพท์เธอไปรับสาย ต่อมความสนุกก็เริ่มทำงาน มาเฟียหนุ่มเดาเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำ รามิลจับมือเธอไปยืนตรงหน้าต่างด้วยกัน กดสายตามองลงไปที่ชั้นล่าง เห็นอคิราห์เดินเร็วด้วยความรีบร้อน

หลังจากที่วางสายอีกฝ่ายไปแล้ว รามิลจึงคืนโทรศัพท์ให้เจ้าของ “เราสองคนจะลงไปหามันด้วยกัน” ดวงตาคมมืดดำ เมื่อมีซาตานในร่าง ขวัญพิชชาไม่กล้าเถียงเขาอย่างครั้งก่อน ทำได้แค่ปล่อยให้เขาจูงมือเธอลงไปยังชั้นล่าง โดยมีพวกพี่ ๆ ในสำนักงานมองตาม ขวัญพิชชาหลุบตาลงไม่กล้าสบตากับใครสักคน

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก อัตราการเต้นของหัวใจขวัญพิชชากลับเร็วขึ้น รามิลวาดแขนเพื่อโอบไหล่เธอไว้กับตัว แสดงความสนิทสนมด้วยการเดินหอมแก้มเธอไปตลอดทางเดิน

หัวใจเธอเต้นเร็วแรง ไม่ใช่เพราะชายที่อยู่ข้าง ๆ แต่เป็นเพราะใครอีกคน ขวัญพิชชาเห็นอคิราห์ยืนอยู่ข้างหน้า มันเป็นความตื่นเต้นปนความกลัวอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าเธอเองจะต้องรับรู้อะไรบางอย่างที่ไม่ควรรู้

“ไอ้เคนโซ”

“ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง”

“ดีใจไปคนเดียวเถอะ”

“พูดแบบนี้ กูเสียใจแย่เลย คิดถึงนะเพื่อนรัก” รามิลยิ้มเหยียดไปถึงดวงตา พลางหันมองขวัญพิชชา เธอเอาแต่จ้องอคิราห์ไม่วางตา

“เมียมึงรู้ไหม ว่ามึงมีกิ๊ก”

“อย่าเชื่อมัน” อคิราห์แย้งคำพูดขึ้นทันที จ้องมองรามิลแข็งกร้าว

“ค่ะ เบลไม่เชื่อเขา”

“มาเบล” รามิงจ้องเธอเขม็ง อารมณ์โกรธพวยพุ่งขึ้นสุดขีด ต่อมความฉลาดเธอคงจะมีอยู่น้อยนิด ถึงได้เชื่อคนผิด ๆ ทั้งที่เขาพูดความจริงทุกอย่าง

อคิราห์ใช้จังหวะนี้ชิงขวัญพิชชาออกมา แล้วเอาตัวเธอไปไว้ข้างหลัง

“คงไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าเธอจะไปกับมัน” นี่คือคำย้ำเตือนครั้งที่หนึ่ง

“เบลไม่ใช่ผู้หญิงของคุณค่ะ” ขวัญพิชชาแค่ส่งเสียงตอบ ไม่กล้าชะโงกหน้าออกมามองเขา ทำไมรามิลถึงได้โมเมคิดเอาเอง ทั้งที่เธอไม่เคยตกลงเป็นเด็กเขาด้วยซ้ำ

”หรือเธออยากจะเป็นเมียน้อยมัน”

“คุณเคนโซพูดอะไร” เธอขมวดคิ้ว ประท้วงคำพูดด้วยเสียงแผ่ว ใบหน้าสวยหวานเต็มไปด้วยความตกใจระคนกับสิ่งที่มาเฟียหนุ่มพูด

“เบล มาหาฉัน” รามิลยื่นมือออกไป พลางเก็บกระบอกปืนไว้ที่ด้านหลังเช่นเดิม เขาออกคำสั่งให้ขวัญพิชชากลับมายืนข้าง ๆ เขา

“เธอต้องไปกับกู” อคิราห์เองก็ไม่ยอมเช่นกัน ยืดแขนประครองขวัญพิชชาไว้ข้างหลัง

“แต่เธอเป็นผู้หญิงของกู”

“พวกสาว ๆ ที่คลับมึงไง ออกจะเยอะแยะไป”

“โทษทีว่ะ คนนี้กูอยากให้เป็นคนพิเศษ”

“อย่าบอกนะ ว่ามึง...” ใบหน้าหล่อขมวดคิ้วชิด หันมองหญิงสาวที่ยืนหลบอยู่ข้างหลัง มันจะเป็นไปได้ยังไง คนอย่างมันจะมาสนใจ...

เด็กกำพร้า

มาเฟียหนุ่มเลิ่กคิ้ว แล้วสืบเท้าเดินตรงเข้าไปหาเพื่อนรัก กระทั่งอคิราห์ใช้สัญญาณมือให้ขวัญพิชชาไปที่รถของเขา

รามิลเห็นเธอวิ่งออกไปเร็ว ๆ แต่ไม่ได้คิดอยากจะวิ่งตาม เขาสนใจคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ามากกว่า รามิลมีเรื่องจะพูดกับเพื่อนรักคนนี้อีกมาก

“กูจะทำทุกทาง เพื่อให้เธอมาอยู่ใต้เท้ากู” แล้วชี้ลงไปยังรองเท้าหนังสีดำที่สวมใส่ พร้อมกับเผยรอยยิ้มแสนร้าย

"ที่มึงบอกว่าเธอน่าสนใจเป็นพิเศษมันเป็นเพราะอะไร"

“นั่นมันก็เรื่องของกู กูอยากจะเก็บเธอไว้กับตัว หรือจะเอามาเป็นนางบำเรอ เธอจะเป็นอะไรก็ได้ ที่กูอยากจะให้เธอเป็น โง่ ๆ แบบเธอ หลอกง่ายดี แต่ตอนนี้ยังโง่อยู่ เดี๋ยวกูจะทำให้เธอตาสว่างเอง”

"ไอ้เคนโซ มันจะมากไปแล้วนะเว้ย" เขาชี้หน้าด่ามาเฟียหนุ่มรุ่นเดียวกัน ดวงตาคมเข้มดุดันคล้ายอยากจะฆ่าคนตรงหน้า

“ทีมึงยังหน้าด้านแย่งแฟนกูได้ แล้วทำไมกับไอ้แค่ผู้หญิงโง่ ๆ กูจะทำให้เธอมาอยู่ใต้ตีนกูไม่ได้” รามิลบิดริมฝีปากโค้งขึ้น แสดงสีหน้ากวนประสาทอีกฝ่าย แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ปล่อยควันพิษใส่หน้าอคิราห์

รามิลใช้สายตาชี้นำมองไปทางด้านหลัง อคิราห์ก็มองตาม ถึงได้รู้ว่าคนตรงข้ามมองอะไร ขวัญพิชชานั่งอยู่ในรถอคิราห์ มาเฟียจึงหนุ่มหันสายตากลับมา

“ถ้าเบลรู้ว่ามึงนอกใจเมียมายุ่งกับเธอ คิดว่าเบลจะเอามึงหรือไง”

“ก็กูกำลังจะหย่า”

“แล้วมึงคุยกับลินหรือยังล่ะ ถ้ายังก็รีบหน่อยนะ” พูดทิ้งทวนให้อีกฝ่ายเก็บไปคิด รามิลมีแผนอยู่ในใจ เขาจัดเสื้อของอีกฝ่ายให้เข้าที่เข้าทางก่อนไป แล้วหันไปมองขวัญพิชชา เธอเปิดประตูรถลงมา ต่างคนต่างมองกันและกัน

“แล้วเธอจะเสียใจ”

อคิราห์รีบเดินกลับไปที่รถ เห็นขวัญพิชชายืนมองคนอีกฟากฝั่ง “เบลครับ งานคุณเสร็จหรือยัง”

ขวัญพิชชาดึงสติกลับมาแล้วขานตอบ “ยังหรอกค่ะ คุณซีนายรอหน่อยได้ไหมคะ เบลขอขึ้นไปทำงานต่อ”

“ให้ผมขึ้นไปด้วยไหม” อคิราห์กลัวว่ารามิลจะย้อนกลับมาแล้วเอาตัวขวัญพิชชาไป เขาอยากไปอยู่ข้าง ๆ เธอ

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณทานข้าวมาหรือยัง พอดีเบลยังไม่ได้ทานอะไรเลย”

“ผมก็ยัง งั้นเราไปหาอะไรทานกันก่อนไหมครับ นี่ก็สายแล้ว”

หลังจากชวนกันไปทานข้าว ขวัญพิชชากลับขึ้นไปบนตึกเพื่อทำงานต่อ ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง ขวัญพิชชาก็กลับลงมา เธอขึ้นรถอคิราห์เพื่อไปสอนพิเศษเด็กน้อยที่ชื่อนาเดียบ้านของนิรา พี่สาวของชายหนุ่ม

ในระหว่างที่กำลังขับรถอยู่บนท้องถนน อคิราห์เปิดเพลงฮัมในรถ พูดคุยกับสาวข้างกายไปด้วย จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นเสียงที่เขาตั้งไว้ให้แตกต่างจากสายอื่น ๆ

“ไม่รับเหรอคะ”

“ผมขับรถอยู่ เบลก็รู้ว่าผมไม่รับสายตอนขับรถ มันอันตราย” บอกจบเสียงรบกวนก็ตัดไป แต่แล้วก็ดังขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

“แวะจอดข้างทางก่อนดีกว่านะคะ” เธอคิดว่าน่าจะสำคัญ จึงคะยั้นคะยอให้เขารับสาย

“ก็ได้ คุณรอผมในรถแล้วกันนะ” ขวัญพิชชาพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย อคิราห์เปิดประตูลงจากรถเพื่อรับสาย เธออยากจะรู้ว่าใครกันที่โทรมา

หรือเธอจะอยากเป็นเมียน้อยมัน

คำพูดของรามิลติดอยู่ในหัว ขวัญพิชชาเม้มริมฝีปาก นี่เธอกำลังจะเชื่อคำพูดของมาเฟียอย่างนั้นเหรอ

“เขาสองคนรู้จักกัน” ทั้งคำพูดและท่าทางดูจะเป็นศัตรูกันมากกว่า ไม่เหมือนอย่างที่รามิลว่า ไอ้เพื่อนรัก

“และเบลก็ไม่ใช่เมียน้อยใคร คุณเคนโซคงอยากเอาชนะ เขาขี้เอาแต่ใจจะตายไป” คิดได้อย่างนั้น ขวัญพิชชาเริ่มสบายใจขึ้น หยิบโทรศัพท์มานั่งเล่น จนเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง อคิราห์ก็ไม่กลับมา พอเธอเงยหน้าก็ไม่เห็นเขายืนอยู่ในจุดสายตาเธอ

“อ่าว หายไปไหน” เขาบอกให้เธอนั่งรออยู่ในรถ แล้วนี่เขาก็หายไปตั้งนานแล้ว เธอควรจะเดินไปตามเขา คิดว่าคงอยู่ไม่ไกลมาก อคิราห์ไม่ปล่อยให้เธออยู่ไกลสายตาแน่

กลับไปแล้วค่อยคุยกัน

อคิราห์เห็นขวัญพิชชาเดินมาตาม เขาจึงรีบกดวางสาย แต่เจ้ากรรมภรรยายังโทรกลับเข้ามา เขาจำต้องปิดเครื่องหนีแล้วเดินไปหาเธอ

“ผมบอกให้รอในรถไงครับ”

“เบลไม่เห็นคุณค่ะ เลยลงมาดู คิดว่าคงอยู่แถวนี้”

“ขอโทษนะ ผมคุยโทรศัพท์นานไปหน่อย พอดีมีเรื่องงานน่ะ” อคิราห์เอ่ยโกหกคำโตอย่างปิดบัง จนอีกฝ่ายไม่ทันคิดอะไร

“อ๋อค่ะ”

ทั้งสองคนจึงเดินกลับไปที่รถ โดยที่ใครอีกคนกำลังทำตัวล่องหน ซุ่มมองขวัญพิชชาและอคิราห์อยู่ในรถ

รามิลสั่งคนขับรถให้ขับตามรถคันหน้า ตั้งแต่ออกจากมูลนิธิ มาเฟียหนุ่มไม่ได้ไปอยู่ที่ไหน เขาอยากตามติดความเคลื่อนไหวของสองคนนั่น หวังจะถ่ายรูปมันและเธออยู่ด้วยกัน แล้วส่งให้แฟนสาวของมัน

“อยากเห็นผัวเมียตีกันว่ะ คงสะใจน่าดู”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel