บท
ตั้งค่า

EPISODE 9 : ไม่เห็นแปลก

...อีตาเจ้าโลก

090-999-99XX

โทร...

...ไม่โทร

โทร...

...ไม่โทร

โทร...

...ไม่โทร

“...”

ฟุบ!

“เฮ้อ!” โยนค่ะ โยนโทรศัพท์ในมือทิ้งให้มันจบ ๆ ถ้าเสียงในหัวจะเถียงกันไม่เลิกจนน้ำในหูแทบจะไม่เท่ากันอยู่แล้วแบบนี้

โทรไปแล้วยังไงอ่ะหวาย โทรไปถามอีตานั่นว่าวันนี้มาเจ๊าะแจ๊ะแกทำไมน่ะเหรอ? แล้วถ้าเขาตอบว่าเขาแค่คุยงานไม่ได้เจ๊าะแจ๊ะแกสักนิดแกแค่คิดไปเองไม่หน้าแหกเหรอยิ่งไม่เคยกินเส้นกันอยู่ด้วย

...โอเคไม่โทร

แต่ถ้าไม่โทรก็คาใจไหมวะแก เหมือนตอนนี้ที่แกคิดแต่เรื่องเมื่อกลางวันจนห้าทุ่มครึ่งแล้วก็ยังหยุดคิดไม่ได้นี่ไงแกเห็นไหม

“...เฮ้อ! เอาไงดีวะ นอนไม่หลับแน่ ๆ ใบหวายเอ้ย~”

คิดไม่ตก ๆ ๆ ๆ

อยากจะกรี๊ด ๆ ๆ ๆ

><

หมับ!

ติ๊ด!

...อีตาเจ้าโลก

090-999-99XX

...จ้อง

...จ้อง

...จ้อง

“ฮื้อ~” ทำไมแค่เอานิ้วชี้จิ้มลงไปที่หน้าจอมันยากเย็นแสนเข็นขนาดนี้วะใบหวาย~

อยากจะกรี๊ด ๆ ๆ ๆ

><

“โอย~ อึดอัด ๆ ๆ ๆ” อกอีแป้นจะแตกแล้วโว้ย~

ทำไมมันยากเย็นขนาดนี้ เบอร์อีตานั่นก็อยู่ในโทรศัพท์แล้วนี่ไง แกนั่งจ้องมาเกือบสองชั่วโมงแล้วนะไอ้หวาย กดสิวะ กดง่าย ๆ ก็แค่กด! กดแบบนี้เนี่ย!

ติ๊ด!

เนี่ย! ก็แค่กดแบบนี้ไงยากตรงไหน!

OoO!

“เฮ้ย!” ฉะ ฉัน...แพ้เสียงในหัว

ตื๊ด ตื๊ด~

ฉะ ฉิบหาย~

กะ กดตัดสายสิใบหวาย กด กดเลยยัยบ้า!

ดะ เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน ถึงกดอีตาเจ้าโลกก็รู้อยู่ดีว่าแกโทรหาเพราะนี่มันโทรติดแล้วไง

...เซ็ง

...ซวย

...ห่วยแตก

ติ๊ด!

(ครับ)

“...”

ตึก! ตึก! ตึก!

เอาไงต่อใบหวายอีตาเจ้าโ,กรับสายแล้วนะ

(ฮัลโหล)

“...” ยังไงดี?

(ฮัลโหล)

“...” ยังไงดี ๆ ๆ ๆ

(...ใบหวาย)

OoO!

ยังไงต่อล่ะ อีตาเจ้าโลกเรียกชื่อมาสมองก็ยิ่งทำงานไม่ได้ โคตรจะหลอนเลยให้ตายเหอะ!

(ใบหวาย โทรมาแล้วก็พูด)

“...ไง” ฮือ~ ไม่พูดยังไม่น่าอายเท่าพูดโง่ ๆ คำนี้เลยแกรู้ไหมไอ้หวาย~

(ครับ) แล้วนายจะสุภาพกลับมาทำไมให้บรรยากาศมันยิ่งแย่วะ T^T

“คือ...”

(มีอะไรรึเปล่า มีธุระเรื่องงานเหรอ)

“เอ่อ...” พูดสิวะหวาย แกเป็นใบ้รึไงยัยงี่เง่า

(ตกลงว่าจะพูดไหม) ไอ้ปลายสายอ่ะไม่ได้แสดงน้ำเสียงหงุดหงิดโมโหอะไรนะ เสียงเขามันสุภาพเหมือนที่นายกองค์การนักศึกษาคุยกับทุกคนในห้องประชุมเมื่อกลางวันไม่มีผิดเลยแต่การที่เขาสุภาพกับฉันทั้งที่อยู่ลับหลังคนอื่นนี่แหละที่ทำให้ฉันลำบากหัวใจและสมองถึงขั้นสุด

“คือ...จะถามเรื่องนั้น” โอเค เลิศอยู่ ถามเรื่องเมื่อกลางวันอาจจะดูโง่งี่เง่าถ้างั้นถามเรื่องนี้ดีกว่า

(เรื่องไหน?)

“ก็เรื่อง...เรื่องที่ขอร้องให้ช่วยไง นายยังจะช่วยฉันใช่ไหมเพราะตั้งแต่ที่ฉันทำตามที่นายบอกนายก็เงียบไปเลย”

(นายไหน?) คราวนี้เสียงเขาติดจะดุนิดหน่อยสมองฉันเลยนึกเหตุการณ์ในคืนนั้นที่ฉันถ่อสังขานไปหาเขาที่ผับได้

“พี่...พี่เจ้าคุณ โอเค ขอโทษ ๆ มันไม่ค่อยชิน ตกลงว่านาย เอ่อ...พี่ยังจะช่วยอยู่ใช่ไหม”

(แล้วคิดว่ายังไงล่ะ) โห~ ฉันถามนายไม่ใช่ให้นายมาถามฉัน แค่ตอบคำถามมันยากตรงไหน ฉันคิดว่าควรพูดอะไรหลังจากแพ้เสียงในหัวจนกดโทรออกหานายยังยากกว่า

“ไม่รู้สิ ก็...” / (พี่ไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายหรอก ใช้ชีวิตของเราไปก็พอ)

“...”

อึ้ง

อึ้งกิมกี่

“พี่ไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายหรอก ใช้ชีวิตของเราไปก็พอ”

นี่เขาพูดจริง ๆ ใช่ไหม ที่สำคัญพูดประโยคนี้ออกมานี่คิดดีแล้วใช่ไหม...ไม่ขนลุกบ้างเลยเหรอ -_-!

“นาย เอ่อ...พี่พูดจริง ๆ ใช่ไหม”

(กินข้าวรึยัง)

“ฮะ?”

(กินข้าวรึยัง)

“กะ กินแล้ว”

(แล้วปกติกินมื้อดึกบ้างไหม)

“ก็กินนะ ปกติก็กินเกือบทุกคืน” ฉันงง ๆ แต่ก็ยังตอบ ตอบด้วยความงงนี่แหละ

(เหรอ ถ้างั้นเดี๋ยวไปรับ)

“ฮะ?”

(แต่งตัวสบาย ๆ ก็ได้ อีกสิบนาทีเดี๋ยวพี่ไปรับ)

“ฮะ?”

(แค่นี้ก่อนถึงแล้วเดี๋ยวโทรหา)

“ฮะ? เดี๋ยว ๆ ๆ ใครจะ...ฮัลโหล ฮัลโหล เอ้า! อะไรวะเนี่ย!” ฉันมองหน้าจอที่เขาวางสายไปแล้ว งง มีแต่คำว่า งง ลอยคว้างอยู่ในอากาศเต็มห้องไปหมด

ติ๊ด!

ตื๊ด ตื๊ด~

ตื๊ด ตื๊ด~

ทำไมไม่รับ?

โอ้ย~ อะไรของนายเนี่ยอีตาเจ้าโลก!

“...”

ฟุบ!

โอเคค่ะ ในเมื่อโทรกลับแล้วไม่รับสายฉันก็โยนโทรศัพท์ลงข้างที่นอนด้วยความเซ็งแล้วล้มหัวลงนอน

“แต่งตัวสบาย ๆ ก็ได้ อีกสิบนาทีเดี๋ยวพี่ไปรับ”

เขาไม่มารับหรอกฉันว่าที่พูด ๆ มาแค่แกล้งฉันต่างหาก ดังนั้นนอนค่ะใบหวาย นอนไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้นส่วนไอ้เรื่องเมื่อกลางวันไม่ต้องไปคิดเยอะแล้วฉันว่าอีตานั่นแค่แกล้งแกชัวร์

-สิบนาทีต่อมา-

ตื๊ด ตื๊ด!

เฮือก!

ฉันที่พยายามข่มตานอนให้หลับสะดุ้งเฮือกเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นแล้วก็คว้าโทรศัพท์มาดูว่าใครโทรมา

...อีตาเจ้าโลก

“ฮะ?” โทรมาทำไม อย่าบอกนะว่าจะแกล้งฉันต่อ

ติ๊ด!

ไม่รับก็ไม่รู้และเพราะอยากรู้ก็เลยต้องรับไง -_-!

“ฮัลโหล”

(ลงมาได้แล้ว)

“ลงมา?”

(ถึงแล้ว)

“ฮะ? พูดเล่นป้ะเนี่ย”

(ลงมาก็รู้)

“นาย เอ่อ พี่เล่นอะไรมันดึกแล้ว ว่างมากรึไง” ฉันพยายามจะบอกสมองให้หยุดเอ๋อ วันนี้รู้สึกว่าตัวเองเอ๋อบ่อยมาก แล้วก็เอ๋อทุกครั้งที่ต้องคุยกับอีตานี่ด้วยซึ่งมันน่าขายหน้าชะมัด

(ใครเล่น หิวข้าว ลงมาเร็ว ๆ ไปกินข้าวกัน) นี่มาจริงเหรอวะ? ตอนแรกคิดว่าอีตานี่จ้อจี้แต่ไม่น่าจะใช่แล้ว ไม่น่าจะจ้อจี้แต่น่าจะจริงจังสุด ๆ ไปเลยมากกว่า

“ไม่...” / (ลงมา จะได้คุยเรื่องนั้นด้วย) กำลังจะปฏิเสธแต่เขาพูดแทรกก่อน แถมยังเป็นประโยคที่เรียกร้องความสนใจได้ดีสุด ๆ

“เรื่องอะไร?” ฉันสนใจคำพูดเขาเรียกว่าหูผึ่งเลยก็ว่าได้แต่ก็ต้องถามก่อนเผื่อเขาแค่หลอกฉันออกไปแล้วสุดท้ายกลายเป็นคุยเรื่องอื่นไม่ใช่เรื่องเดียวกันกับที่ฉันคิด

(เรื่องไอ้โรคจิต)

“โอเค ขอเวลาห้านาที” ไม่อิดออดแล้วจ้า! บอกหัวข้อนี้มาใบหวายก็รีบโดดลงจากเตียงไปใส่เสื้อชั้นในกับกางเกงในให้เรียบร้อยแล้วรีบลงไปหาคุณพี่เจ้าโลกทันที~

ฉันใช้เวลาไม่นาน แค่ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย หน้าเน่อไม่แต่ง ไม่แม้แต่ทาลิปมันด้วยซ้ำ ผมก็ปฏิเสธหวียังดีที่ไม่ปฏิเสธยางที่มัดรวบ ๆ แบบรวบรัดตัดตอนแต่สรุปโดยรวมก็เป็นยัยเพิ้งอยู่ดี แต่แล้วไงใครแคร์ลงมาเจออีตาเจ้าคุณนะถ้าเป็นพี่ธันเดอร์ก็ว่าไปอย่าง

“...” โอ้...โห~

นี่ลูกคุณหนูหลานคุณนายหรือราชนิกูลที่สืบเชื้อสายตระกูลแวมไพร์มากันแน่?

ทำไมดูดี ดูหล่อ ดูเท่ ดูโก้ ดูหรู ดูเพอร์เฟค ดูไฮโซ ดูรวยแบบอภิมหึมามหาเศรษฐีมาก มากจนทำให้ยัยเพิ้งหนังยางรัฐบาลกับเสื้อโอเวอร์ไซส์และกางเกงขาสั้นโง่ ๆ กลายเป็น...หมาเศรษฐีได้ในทันที

“นาน เอ่อ...พี่เจ้าคุณไปงานมาเหรอ”

“พี่คุณ”

“ฮะ?”

“เรียกพี่คุณก็พอ”

“โอเค” ฉันพยักหน้ารับ แต่ถ้าจะให้ดีไม่ต้องเรียกพี่ได้ไหมล่ะ ก็รู้อยู่ว่าไม่ได้นับญาติ ไม่ได้เคารพรักอะไรสักนิด

“มากวนรึเปล่า”

“เหอะ! กล้าถาม” เจอคำถามที่ดูมีมารย๊าท~ มารยาทคำนี้เข้าไปใบหวายก็กรอกตามองบนทันที

“ฮึ ๆ ๆ ขอโทษครับ”

“...” ขอโทษเฉย ๆ ก็ได้เหอะ ไม่มีความจำเป็นต้องทำตัวเองให้ดูเป็นผู้ชายอบอุ่นสักนิด -_-!

“เอาไว้รอบหน้าจะบอกล่วงหน้านานกว่านี้แล้วกัน” รอบหน้า? นี่ยังจะมีรอบหน้าระหว่างฉันกับอีตานี่อีกเหรอ แค่ลงมาเจอเขาหน้าหอตอนเกือบจะเที่ยงคืนมันก็ดูเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้มากเกินพอแล้วรึเปล่า ไอ้เรื่องรอบหน้าจะบอกล่วงหน้าให้นานกว่านี้นี่ตัดไปได้เลย ไม่ควรค่ะ ไม่ควรเกิดและคิดว่าไม่น่าจะเกิดทั้งจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจของฉันกับเขาแน่นอน

“แล้วนี่นาย เอ่อ...พี่คุณรู้ได้ไงว่าหออยู่ที่นี่” เปลี่ยนเรื่องดีกว่าขอถามเรื่องที่ข้องใจดีที่สุดก่อน

“แปลกใจเหรอ”

“ไม่แปลกใจสิแปลก ตกลงว่ารู้ได้ไง ถามใครมา” ฉันอยากรู้จริง ๆ เพราะไม่ได้ติดต่อกันเลยนอกจากแลกเบอร์กับเขาเมื่อคืนนั้นที่ผับ

“จะช่วยใครสักคนก็ต้องรู้เรื่องของคนคนนั้น ถ้าไม่รู้จะช่วยได้ยังไง” คำตอบของเขาทำฉันใจชื้นขึ้นมามาก ๆ มากพอซะจนหันไปแล้วยิ้มให้เขาได้ง่าย ๆ

“ตกลงช่วยจริง ๆ นะ” ^^

“พี่ไม่เคยกลับคำ บอกแล้วว่าถ้าทำตามที่บอกก็จะช่วย”

“ใครจะไปรู้ล่ะก็เห็นเงียบไปตั้งหลายวัน”

“ฮึ ๆ ๆ แล้วทำไมไม่โทรถาม เบอร์โทรก็มี”

“ใครจะไปกล้าล่ะ”

“วันนี้ยังกล้า” เหอะ! วันนี้กล้าอะไรล่ะ นายจะไปรู้อะไรว่าฉันพยายามแค่ไหนกว่าจะกดโทรได้

“แล้วนี่ตกลงพี่มีธุระอะไร”

“มาพาไปกินมื้อดึกไง บอกไปแล้ว” จริง?

“ไม่เอาอ่ะไม่ไปได้ไหม แถวนี้นักศึกษาเยอะเดี๋ยวเขาเข้าใจผิด ท่าทางพี่จะเป็นคนดังมากด้วย” ถึงแม้ฉันจะไม่รู้จักนายเหมือนชาวเน็ตหลักล้านคนก็ตาม -_-!

“เข้าใจผิดว่า?”

“ก็...ถ้าออกไปนั่งกินข้าวด้วยกันดึก ๆ แถมนี่ก็อยู่ในสภาพนี้เดี๋ยวคนอื่นมองไม่ดีคิดกันไปไกล” ฉันพยายามเลี่ยงบาลีแต่ก็มั่นใจว่าเขาเข้าใจสิ่งที่ฉันสื่อสาร พอฟังเหตุผลของฉันจบเขาก็เอามือล้วงกระเป๋าช้า ๆ มุมปากก็ขยับยิ้มบาง ๆ

“กลัวคนคิดว่าเราสองคนมีซัมธิงกัน?”

“ก็...อือ”

“ฮึ ๆ ๆ แล้วไง คิดก็คิดไปสิ...เธอก็ไม่ได้แย่ ไม่มีตรงไหนที่ดูแย่นอกจากใจร้อนไปบ้าง ถ้าผู้ชายคนหนึ่งจะรู้สึกชอบอยากมีซัมธิงกับเธอมันก็ไม่เห็นแปลกอะไร”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel