บท
ตั้งค่า

EPISODE 10 : ไม่ได้สนใจ

“ไม่กินผัก?”

“ไม่ชอบกุยช่าย เหม็นเขียว”

“ทำไมไม่บอก”

“ก็ไม่ได้ถาม”

“ฮึ ๆ ๆ กวนประสาท เอามานี่มา”

“เฮ้ย! อย่าตัก...” ไม่ทันแล้ว กุยช่ายขาวผัดหมูกรอบที่เขามีน้ำใจตักใส่จานข้าวให้ถูกช้อนของเขาตักกลับคืนแถมยังมีเศษข้าวเศษกับข้าวอย่างอื่นที่ติดอยู่ในจานของฉันเป็นของแถมไปด้วย

“อร่อยนะ”

“บอกว่าอย่าตัก” ฉันหน้ามุ่ยส่วนเขากระตุกยิ้มเหมือนขำ

“จะทิ้งทำไมเสียดาย”

“มันจานข้าวคนอื่นไหมล่ะ”

“ไม่ใช่หรอก”

“อะไรนะ?”

“เปล่า คราวหลังไม่ชอบกินอะไรบอกด้วยล่ะจะได้ไม่สั่ง”

“ไม่จำเป็นอ่ะถ้านาย...ถ้าพี่คุณชอบกินก็สั่งสิ ชอบกินอะไรก็สั่งเลยจะสนคนอื่นทำไม”

“แค่อยากให้กินของอร่อยด้วยกันทุกเมนูพี่ผิดด้วยรึไง” เขายังถามแล้วก็ยิ้มบาง ๆ เหมือนขำแต่ฉัน...ไม่ขำว่ะ นอกจากไม่ขำก็ยังไม่อยากคุยต่อเลยตักอาหารอย่างอื่นเข้าปากแทน

มัน...แปลก ๆ เนอะ

“อร่อยไหม”

“อือ” กำลังเคี้ยวอยู่เลยเปล่งเสียงตอบในลำคอพร้อมกับพยักหน้ารับ อร่อยดี ไม่สิเรียกว่าอร่อยมากเลยต่างหาก ร้านนี้อยู่ในย่านมหาวิทยาลัยของฉันกับเขานี่ล่ะแต่ไม่เคยมากินสักครั้ง ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าเขาจะขับรถหรูพามากินร้านข้าวต้มกุ๊ยมื้อดึกแถมเด็กเสิร์ฟกับเจ้าของร้านก็ดูจะคุ้นเคยกับเขาดี

“เคยมาไหม”

“ฮึ~” ฉันเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ เลยตอบได้แค่นี้ ส่ายหน้าด้วย ว่าแต่อียำสามกรอบนี่อร่อยชะมัดเลย

“ชอบไหม”

“อื้อ” ฉันพยักหน้ารับแล้วก็คีบไส้อ่อนทอดกระเทียมเข้าปากต่อ

“ถ้าชอบเดี๋ยวพามาบ่อย ๆ มีอีกหลายเมนูเลยที่อยากให้เราชิม”

“อาฮะ” ฉันพยักหน้ารับต่อมือก็ยื่นตะเกียบไปที่จานหมึกผัดไข่เค็มแต่พอพยักหน้ารับเรียบร้อยสายตาที่กำลังจ้องปลาหมึกที่มีน้ำซอสสีเหลืองสวยเคลือบอยู่จนฉ่ำไปทั้งจานก็มองไปที่เขา แล้วฉันก็ได้เห็นว่าเขากำลังมองฉันอยู่

“...แค่ก ๆ ๆ ๆ” สำลักสิคะจะรออะไร!

“ไหวไหม กินระวังหน่อย นี่น้ำ” โอ้โห~ กินอ่ะไม่ได้สร้างปัญหาแต่ไอ้คำพูดกับสายตาของนายต่างหากที่สร้างปัญหาให้ฉัน!

“แค่ก ๆ ๆ” ฉันหันข้างไปไอเพราะสำลักพอค่อยยังชั่วก็รับน้ำจากมือเขามาดื่ม เหมือนจะดีขึ้นแต่ก็ยังไม่ปกติเพราะเมื่อกี้สำลักแรงจริง ๆ สำลักจนน้ำหูน้ำตาไหลกันเลยทีเดียว

“ทิชชู่”

“มะ ไม่เป็นไร พี่กินเลยดูแลตัวเองได้” ฉันยังไม่ได้หันกลับไปแต่ก็ปฏิเสธแล้วเอื้อมมือไปหยิบทิชชู่จากกล่องเองแทนที่จะรับจากมือเขา

พูดอะไรทำอะไรระวังหน่อยไม่ได้รึไง รู้ไหมว่าฉันแอบรู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่คำพูดประโยคนั้นของนายแล้วนะอีตาเจ้าโลก

“กลัวคนคิดว่าเราสองคนมีซัมธิงกัน?”

“ก็...อือ”

“ฮึ ๆ ๆ แล้วไง คิดก็คิดไปสิ...เธอก็ไม่ได้แย่ ไม่มีตรงไหนที่ดูแย่นอกจากใจร้อนไปบ้าง ถ้าผู้ชายคนหนึ่งจะรู้สึกชอบอยากมีซัมธิงกับเธอมันก็ไม่เห็นแปลกอะไร”

คือไม่ได้ชอบเขานะ แต่การมีผู้ชายที่หล่อลากไส้คล้ายเทพประติมากรรมบรรจงแกะสลักรูปสลักที่ดูดีที่สุดในจักรวาลให้จุติมายังโลกมนุษย์อย่างเขามาพูดจาเหมือนมีอะไรแอบแฝงมันก็ทำให้รู้สึกแปลก ๆ แอบเคอะเขินได้ไม่ยากรึเปล่า นี่ก็พยายามจะไม่เข้าข้างตัวเองแล้วนะแต่เขาก็พูดจัง พูดที่ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจหยอดคำหวาน พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูอารมณ์สบาย ๆ เหมือนคุยกันธรรมดาแต่มันไม่ธรรมดาไง -_-!

ฉันเช็ดน้ำมูกน้ำตาตัวเองเสร็จก็หันกลับมาอีกรอบ พยายามลืม ๆ คำพูดกับสายตาก่อนหน้านี้ของเขาโดยเฉพาะสายตา ต้องพยายามลืมทำเหมือนไม่ได้สนใจว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นให้ได้

“แสบคอรึเปล่า”

“ดีขึ้นแล้ว กินต่อดีกว่า” ฉันตัดบทแล้วจัดการงั่ม ๆ ต่อ พยายามโฟกัสที่รสชาติของอาหารถึงแม้มันจะโฟกัสไม่ค่อยสำเร็จก็ตาม

“ช่วงนี้มีใครเข้ามาทำตัวแปลก ๆ บ้างไหม” กินข้าวต่อได้หนึ่งคำเขาก็ถามขึ้นเป็นคำถามที่จะเมินก็ไม่ได้ซะด้วยสิ

“ยังนะ”

“ดีแล้ว แต่ถ้ามีให้นิ่งไว้แล้วรีบบอกพี่เข้าใจไหม”

“...อาฮะ” ฉันนิ่งนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้ารับ บอกแน่เพราะอยากรอด แต่ตอนนี้เหมือนจะไม่รอดจากสายตานายเลยว่ะ -_-

“ไม่ใช้สมาร์ทวอทช์เหรอ”

“ไม่นะ”

“ต้องใช้ มีอะไรเร่งด่วนจะได้ติดต่อได้”

“แพง” ฉันบอกสั้น ๆ แล้วสนใจกับข้าวตรงหน้าต่อ แพงจริง ฉันไม่ซื้อหรอกถึงจะเคยอยากได้ก็ตาม

“โอเค อยากได้อะไรเพิ่มไหม”

“ไม่อ่ะ แค่นี้ก็จะกินไม่หมดแล้ว” สั่งมาตั้งเจ็ดอย่างไม่รู้อีตานี่ไปหิวมาจากไหน

“ฮึ ๆ ๆ หมดน่าไม่ต้องกลัวหรอก”

“ไปหิวมาจากไหนถึงคิดว่าจะหมดอาหารตั้งเจ็ดจาน นี่ก็ไม่ได้หิวมากมายนะ” ดูจากทรงแล้วเขาดูไม่น่าใช่ผู้ชายกินเยอะ ตะกละ มูมมามสักนิด

“ยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เที่ยง”

“จริง?”

“อื้ม วันนี้พี่ประชุมกับเราเสร็จก็ลุยงานต่อเสร็จจากมหาลัยก็ไปร้าน เคลียร์งานยาวเพิ่งเสร็จเลยรีบมารับเรามากินข้าวนี่ไง”

“นี่มาจากร้านเหรอ?” คือ...มันไกลคนละโยชน์เลยนะ หรือว่าบ้านเขาอยู่แถวนี้ อาจจะใช่มั้ง

“อื้ม มาจากร้าน”

“พักอยู่แถวนี้เหรอ”

“ทำไม? อยากไปไหมล่ะ”

OoO

“จะบ้าเหรอถามเฉย ๆ” เขากระตุกยิ้มมุมปากตอนถามได้โคตรจะดูเจ้าเล่ห์เลย

“ฮึ ๆ ๆ ถ้าไม่ได้อยากไปก็ไม่ต้องถาม ลองกินนี่ดู รีบ ๆ กินจะได้กลับไปนอนดึกแล้ว”

...ฮะ?

อะไรของอีตานี่วะ?

พูดจามีเลศนัยอาการคล้ายหยอดแบบไม่ได้ตั้งใจหลายครั้งแต่สุดท้ายดันตักอาหารให้แล้วก็เร่งให้ฉันกินจะได้กลับไปนอนเพราะมันดึกแล้วนี่นะ?

-เวลาต่อมา-

“หายไปไหนมาวะพวกกูรอตั้งนาน” ผมเดินกลับเข้ามาในโซนไพรเวทของผับไอ้เพย์ตันเพื่อนสนิทของผมก็ถามขึ้น

“กินข้าว”

“กินข้าว?”

“อืม” ผมพยักหน้าตอบมันแล้วนั่งลงที่ประจำ รินเหล้าใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่มช้า ๆ

“กินที่ไหนของมึง ไปทำอะไรมากันแน่ไอ้คุณสารภาพ” จบคำถามผมก็ปลายตามองมัน

“...เสือก”

“ฮึ ๆ ๆ ไอ้เหี้ย มีกลิ่นอาหารติดตัวไปแดกข้าวมาจริง? กูนึกว่าแอบไปเอาผู้หญิงมา”

“เออผมก็ว่างั้น หายไปตั้งเกือบสามชั่วโมง ส่งข้อความไปก็ไม่อ่าน” ไอ้เจเลอร์เสริมขึ้นมา

“ฮึ ๆ ๆ กูไม่ได้สำส่อนเหมือนพวกมึง” ผมตอบพวกมันทีเล่นทีจริง

“แล้วมึงไปกินข้าวกับใครตั้งหลายชั่วโมง อย่าบอกนะว่ามึงไปคนเดียว”

“เปล่า ไปกินข้าวกับใบหวายมา”

“จริง?” ไอ้เพย์ตันทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ

“อืม”

“ว้าว~ สนใจจริงเหรอวะเฮีย”

“อืม” ผมพยักหน้าตอบสั้น ๆ อีกครั้ง

“ฮ่า ๆ ๆ แล้วไปไงมาไงถึงไปกินข้าวกับน้องเขาได้ ผมว่าน้องเขาดูไม่ได้อยากญาติดีกับเฮียเท่าไหร่นะ เฮียก็บอกเองนี่ว่าที่เขามาขอโทษเฮียเพราะเขาไม่อยากถูกปลดออกจากสโมสรนักศึกษา”

“อืม ก็ใช่ เขาไม่ได้อยากญาติดีกับกูแต่กูอยากญาติดีกับเขาไงไอ้เจ”

“อย่าบอกนะว่ามึงสนใจน้องเขา?” ไอ้เพย์ตันเป็นคนถามผมทำให้ผมตัดสินใจวางแก้วเหล้าลงก่อนจะหันไปมองหน้ามัน

“เปล่า กูไม่ได้สนใจเขา”

“ฮึ ๆ ๆ ไม่สนใจแล้วมึงไปกินข้าวกับน้องเขาทำห่าอะไร”

“ก็เพราะ...กูชอบเขาต่างหาก”

-วันต่อมา-

“ใบหวาย”

“อะไร” ฉันจะขึ้นเรียนแต่มีเพื่อน เออ เพื่อน เพื่อนตามมารยาทอ่ะ ตามนั้นแหละ มีเพื่อนเรียกก่อนเลยขานรับห้วน ๆ รำคาญแต่ขาไม่หยุดขยับแล้วก็ไม่หันไปมองเจ้าของเสียงทักที่อยู่ข้างหลังด้วย คนยิ่งง่วง ๆ อยู่เพราะเมื่อคืนแทบจะไม่ได้นอนไปหลับอีกทีก็เลยตีสี่ไปแล้วแถมยังต้องแหกขี้ตาตื่นตอนเจ็ดโมงเช้าเพื่อมาเข้าเรียนให้ทันอีก คอยดูถ้ามาหาเรื่องแต่เช้าแม่จะพ่นไฟเอาให้หนังกำพร้าชั้นนอกโดนไฟคลอกกันไปเลย

“ในคลิปนั้นแกป้ะ?”

กึก!

เสียงขาสะดุดค่ะแต่ไม่หัวคะมำ ฉันหยุดเดินเพราะคำถามแปลก ๆ ยัยคนที่ขาสั้นกว่าฉันเลยเดินตามทันจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าได้

“ตกลงใช่?” ลอยหน้าลอยตาได้น่าเอาน้ำผสมน้ำยาล้างจานมาสาดจริง ๆ ทำหน้าทำตาได้โคตรน่าหมั่นไส้

“คลิปอะไร” ฉันถามกลับสั้น ๆ แต่ยัยขาสั้นที่สั้นกว่าคำถามของฉันกลับยิ้มร้ายออกมา

“คลิปเรียกร้องความสนใจจากพี่เจ้าคุณในผับไง” ^^

“...”

อี...ผี!

“ขอโทษที่เพิ่งถามหลังจากที่คลิปแมสมาเป็นอาทิตย์แล้วนะใบหวาย พอดีฉันเพิ่งว่างดูอะไรที่มันไร้สาระพวกนี้น่ะ” เหอะ! ชีวิตประจำวันของหล่อนมันจะว่างดูอะไรล่ะนอกจากตามเช็คโทรศัพท์เช็คโซเชียลมีเดียของผัว แต่นั่นไม่สำคัญเท่าเรื่องที่มีคนรู้แล้วว่าผู้หญิงในคลิปนั้นคือใครแถมคนที่รู้คือยัยลิลลี่ผีหลอก เจ้ากรรมนายเวรของฉันคนนี้แล้วล่ะ

“ความจริงไม่ควรว่างเลยเนอะ ว่างแล้วดูไม่มีประโยชน์ดี” กัดโดยตรง แต่รอบนี้ยัยลิลลี่ผีหลอกไม่ออกอาการเหมือนโดนข้าวสารเสกเลยสักนิด

“ฮ่า ๆ ๆ ก็คงใช่มั้ง นี่ก็ไม่ว่างแล้วล่ะเพื่อน พอรู้ตัวว่าจะไม่ว่างแล้วก็เลยทำตัวมีประโยชน์ไปแล้ว เพิ่งทำไปเมื่อกี้เลยรู้ป้ะ” ยัยนี่ยิ้มมีเลศนัยยส่วนฉันที่พยายามจะไม่สนใจก็เริ่มใจคอไม่ดี

“แกทำอะไรลิลลี่” ถามสิคะเพราะหน้าอย่างยัยนี่ไม่เคยคิดดีกับคนอย่างฉันอยู่แล้ว พอโดนถามแทนที่จะรีบตอบดันสาระแนยิ้มหวานก่อน

“ก็ทำตัวให้มีประโยชน์ตอนที่ว่างไงเพื่อน เพื่อนว่าเราว่างแล้วดูไม่มีประโยชน์ไม่ใช่เหรอเมื่อกี้เราว่างเราเลยสร้างประโยชน์ไปเรียบร้อย~” ^^

“ลิลลี่แก... / มีความสุขมาก ๆ นะจ้ะใบหวายเพื่อนรัก ขอให้เอ็นจอยกับแฟนคลับนะ ได้ผู้ติดตามเยอะขึ้นก็อย่าลืมบุญคุณคนที่แจกวาร์ปแกล่ะ...บาย~”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel