EPISODE 8 : ข้อเสนอ
“เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้แหละ” ฉันเล่าจนจบ สาบานได้ว่าไม่มีใส่สีตีไข่เพิ่มสักนิดเพราะแค่เรื่องจริงที่ได้ยินมาก็สยองหัวใจมากพอแล้ว
“ไม่เห็นหน้าไอ้นั่น?” เขาถามหน้านิ่ง
“ไม่เห็น”
“ทำไมไม่ดูหน้ามันจะได้รู้ว่ามันคือใคร” คำถามนี้ทำเอาฉันเผลอกลอกตามองบน
“ใครจะกล้าถามจริง แค่บังเอิญไปได้ยินก็กลัวพวกมันรู้จะแย่แล้ว”
“ฮึ ๆ ๆ กับฉันเธอยังกล้าเลย แล้วกับไอ้นั่นทำไมถึงไม่กล้า” เหอะ! พูดออกมาได้เนอะ กับนายมันแค่เข้าใจผิดว่าเป็นไอ้โรคจิตแล้วก็อยากทวงความยุติธรรมแต่กับไอ้นั่นมันพูดเรื่องฆ่าคนตายด้วยนะ มันไม่เหมือนกัน
“คนคนนั้นมันพูดเหมือนฆ่าคนตายเป็นเรื่องปกติฉันอยู่ตัวคนเดียวจะกล้าได้ไงถามจริง?”
“รู้ได้ไงว่าฉันจะไม่มองเรื่องฆ่าคนตายเป็นเรื่องปกติเหมือนไอ้นั่น”
“ก็...” เออว่ะ ท่าทางเขาก็ดูไม่ค่อยจะปกติเท่าไหร่รึเปล่าวะใบหวาย ดูใหญ่โต ดูมีอิทธิพลจะตาย -_-
“ฮึ ๆ ๆ ตกลงที่มาเพราะอยากให้ฉันช่วยถูกไหม”
“ฮะ? เอ่อก็...ประมาณนั้น” ก็ตามนั้นแหละ อาจจะอับอายหน่อย ขายขี้หน้านิดแต่เพื่อชีวิตน้อย ๆ ที่ยังไม่มีอนาคตของตัวเองการยอมบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากคนที่ตั้งตัวเป็นศัตรูแต่แรกก็คงไม่เหนือบ่ากว่าแรงหรอก -_-!
“จะให้ฉันช่วยคนที่ด่าตัวเองทุกครั้งที่เจอกัน?”
“คือ...” เล่นถามแบบนี้เขาต้องไม่ช่วยแกแน่ ๆ ใบหวาย T^T เผลอ ๆ อาจจะด่าแกกลับด้วยซ้ำ
แต่มันก็ไม่แปลกนะถ้าเขาจะไม่ช่วยเพราะฉันดันปากแจ๋วทุกรอบ แหกปากด่าเขาว่าเขาเป็นไอ้โรคจิตต่อหน้าคนเป็นสิบเป็นร้อยคน ที่สำคัญเรื่องที่ฉันถูกเล็งเป้ามันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขาสักหน่อย เขาไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องที่ไอ้คนคนนั้นบอกเพื่อนของตัวเองว่าจะ เอาฉันให้ได้ คำพูดโคตรทุเรศเลย ฉันรับไม่ได้~
แต่! แต่มันก็ดูจะใจร้ายเกินไปหน่อยนะ ฉันรู้ความจริงก็รีบมาบอกเขาแล้วไงว่าเข้าใจผิด ขอโทษเขาไปแล้วด้วยถึงจะเผลอลืมรู้สึกอยากขอโทษไปในตอนแรกก็ตาม แต่เขาก็ดูมีอิทธิพลจะตายแค่ช่วยลูกหมาตาดำ ๆ ที่กำลังถูกมารร้ายจ้องจะงาบไปทำมิดีมิร้ายมันจะไม่ได้เลยรึไงล่ะ ใจร้ายใจดำ!
“เธอคิดว่าถ้าเธอเป็นฉันเธอจะช่วยไหม”
“ก็...ถือว่าเอาบุญ” ^^! จังหวะนี้ยอมกลืนน้ำลายตัวเอง ยอมพลิกลิ้น ยอมประจบสอพลอ ยอมทุกอย่างเพราะฉันกลัว เพราะถ้าจะให้ไปแจ้งตำรวจเขาคงรับเรื่องหรอกมั้งหลักฐานอะไรก็ไม่มีสักอย่าง
“ฮึ ๆ ๆ ตลก”
“แล้วนาย เอ่อ...พี่ พี่เจ้าคุณพอจะช่วยได้ไหม” อายจังเลยค่ะ โคตรจะอับอายเลยแต่มันต้องเอาตัวรอดให้ได้ก่อน T^T
“กลัวจริง?”
“ไม่กลัวจะมาไหม” ไม่ได้ยอกย้อนนะ ครั้งนี้ตอบจากใจจริง ๆ เสียงหงอยเลยด้วย
ฉันบอกเขาแล้วก็หลุบตาลงต่ำมองมือตัวเอง เริ่มใจแป้วเพราะกลัวเขาจะไม่ช่วย แล้วก็ดูเหมือนว่าความเป็นไปได้ที่เขาจะช่วยมันโคตรจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินเลย
“ฮึ! ทำไมไม่ปากกล้ากับทุกคน”
“ก็... / ถ้าอยากปลอดภัยก็ฟังให้ดี”
“ฟัง?” กำลังจะอธิบายอีกสักรอบว่าที่ไม่กล้าปากกล้ากับเคสนี้เพราะอะไรแต่เขาพูดแทรกก่อนฉันเลยทวนคำพูดคำหนึ่งของเขาออกมาด้วยความไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไหร่ในขณะที่เขาก็แค่ทำหน้านิ่ง
“อืม ตั้งใจฟังที่ฉันบอกให้ดี ส่วนจะทำตามหรือไม่ทำตามก็เรื่องของเธอ”
-หลายวันต่อมา-
“หวาย”
“คะพี่ฝ้าย”
“อ่ะ นี่แผนงาน”
“ขอบคุณค่ะ” ฉันรับเอกสารในมือพี่ฝ้ายมาดูแต่เดี๋ยวค่อยอ่านให้ละเอียดอีกที
“ดีใจนะที่แกยังอยู่”
“แหะ ๆ ๆ หวายก็ดีใจเหมือนกันค่ะ ขอโทษนะคะที่วันนั้นหวายใจร้อน”
“ไม่เป็นไร ๆ พี่เข้าใจ เป็นพี่พี่ก็รู้สึกแย่ แต่เรื่องหวายกับพี่เจ้าคุณเคลียร์กันแล้วนี่เนอะ ดีแล้วรู้ไหมที่กล้าไปขอโทษพี่เขา”
“ค่ะ” ^^
“โอเคถ้างั้นพี่ไม่กวนแล้วเดี๋ยวมีเรียนต่อ ไว้เจอกันที่ห้องสโมสร”
“โอเคค่า” ฉันตอบรับแล้วก็ยิ้มให้พี่ฝ้าย พอแยกกันถึงได้หาที่นั่งอ่านเอกสารในมือที่เกี่ยวกับงานฟุตบอลประเพณี งานที่โคตรอยากจะมีส่วนร่วมแล้ววันนี้ก็ได้ทำมันแล้วจริง ๆ หลังจากที่ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ฉันเพิ่งทำมันหลุดมือไป
“ไงจ้ะยัยใบหวาย นั่งทำอะไรเอ่ย~”
“...” ฉันละสายตาจากเอกสารมองไปที่ต้นเสียง พอเห็นหน้าคนถามก็ยิ้มหวานให้
“อ่านงาน”
“อ่านงาน?”
“อาฮะ” ฉันพยักหน้ารับคนที่เพิ่งทวนคำตอบ ยัยคนสวยตรงหน้าฉันเลยพยักหน้ารับพร้อมกับเบ้ปากเบา ๆ แต่ฉันไม่ได้สนใจเพราะชีวิตไม่ได้ว่างไปสนใจแม้กระทั่งปากที่ขยับแล้วทำให้เจ้าตัวดูไม่สวยมาก ๆ ของใครคนไหน
“อ่านงานอะไรบอกหน่อยสิ”
“เหมือนจะไม่ว่างนะลิลลี่” สายตาฉันยังจ้องที่เอกสารแต่ปากก็สละเวลาขยับตอบได้นิดหน่อย
“เหรอ แล้วว่างตอนไหน ตอนอ่อยโฟมป้ะ?”
“...” โอเคค่ะ พักสายตาจากตัวหนังสือมามองบนแป๊บ
“ไงจ้ะ ตอบไม่ได้เลยเหรอ?”
“ไร้สาระ” ฉันมองตัวหนังสือตรงหน้าต่อถึงปากจะเพิ่งพูดออกไปก็ตาม แล้วก็รู้ด้วยว่าคำพูดที่เข้าหูซ้ายทะลุหูหมาต้องทำให้ยัยหมาหวงก้างอย่าง ลิลลี่ เพื่อนร่วมรุ่นร่วมคณะที่ตั้งตนเป็นศัตรูคู่อาฆาตประหนึ่งสิบชาติที่แล้วฉันเป็นเพชรฆาตบั่นหัวบนคอนางยังไงยังงั้นไม่พอใจแน่นอน
“พูดให้มันดี ๆ ฉันมาถามแกดี ๆ” อู้ว~ โดนต่อว่าต่อขานแล้วนะแกยัยใบหวาย โอเค...พับเอกสาร
พับแล้วหันไปยิ้มหวานให้ยัยนี่ซะ
“อาจจะต้องเสียเวลาไปศึกษามารยาทการเริ่มต้นการสนทนากับคนอื่นใหม่นะ” ^^
“ใบหวาย! มาถามดี ๆ แล้วนะ! คิดว่าเลิศเหรอมายุ่งกับผู้ชายของคนอื่น!”
“เห็น?”
“เออ!”
“เห็นแล้วทำไม ค.ว.ย ไม่ได้ว่าใครยุ่งกับใครก่อน?”
“อีใบหวาย!”
“แหกปากเพื่อ จะหยาบใส่คนอื่นก็ดูผู้ตัวเองด้วยว่าน่ากินไหม หน้าตาไม่ติดนะแต่สันดานไม่ได้น่าคบหาขนาดนั้นใครจะแย่งเธอ? ไม่มีใครเขาแย่งหรอกผู้หญิงทุกคนเขายินดีปล่อยให้สุดหล่อเทนโดของเธอได้อยู่กับคนที่ศีลเสมอกันเท่านั้นจ้ะลิลลี่คนสวย”
“อี อีใบหวาย!”
“ไร้สาระ” ฉันพูดแค่นั้นก็ลุกขึ้นเก็บของแล้วเดินหนี ก็ว่าจะไม่ตอบโต้แล้วนะ ยัยนี่ก็เหมือนกัน ไม่รู้จะมาหาเรื่องกัดจิกทำซากอะไรในเมื่อรบร้อยครั้งก็เห็นแพ้ปากฉันพันครั้ง
ตลกลิ้นดี ทำไมสวรรค์ไม่ส่งศัตรูที่สมศักดิ์ศรีมาบ้างวะ นี่ก็ทั้งสวยทั้งเก่งซะขนาดนี้แต่ทำไมเจอแต่คู่แข่งไร้สมอง -_-!
ไอ้บ้า โฟม นั่นก็อีกคน ขยันส่งข้อความมาเจ๊าะแจ๊ะฉันจริง ๆ แสดงออกตลอดนะว่าไม่สนแต่มันก็ยังทำตัวเหมือนหมาเห่าใบตองแห้งไม่หยุด เรื่องหล่ออ่ะยอมรับว่าหล่อ แต่ไม่ได้ชอบ คนหล่อไม่ได้มีน้อยค่ะ บนโลกนี้มีคนที่หล่อแถมยังนิสัยดีกว่าอีตาโฟมอีกตั้งเยอะ ยกตัวอย่างเช่น...พี่ธันเดอร์~ >///<
ว่าแต่อยู่ไหนกันนะคุณหวานใจในจินตนาการเนี่ย ไม่เห็นหน้าหลายวันแล้ว คิดถึง~
-หนึ่งอาทิตย์ต่อมา-
“นี่คือผังอาคารของสนามกีฬาของมหาลัยเรา โซนซ้ายจุดที่มาร์คไว้จัดเป็นที่รับรองของนักกีฬาแล้วก็บุคลากรของม. A นะครับ”
“...ค่ะ”
“ต้องการอะไรเพิ่มก็บอกพี่นะ”
“...พี่”
“มีอะไรสงสัยไหม”
“มะ...ไม่มีค่ะ” ฉันตอบกลับทุกคำของคนตรงหน้าได้ดีเลย์แล้วก็ตะกุกตะกักมาก ก็จะไม่ให้เป็นแบบนี้ได้ไงในเมื่อคนอื่นในห้องประชุมนี้เล่นจ้องมาที่ฉันกับเขาเป็นตาเดียว
“โอเคครับ แต่ถ้าสงสัยอะไรใบหวายก็ติดต่อมาที่พี่โดยตรงเลยแล้วกัน”
“คะ?”
“เรื่องสถานที่รับรองพี่มีสิทธิ์จัดการเด็ดขาด ถ้าคุยกับพี่เลยมันจะเร็วกว่า พี่ไม่อยากให้งานล่าช้า”
“เอ่อ...ค่ะ” ฉันรับคำแบบงง ๆ แล้วก็ยิ่งไปไม่เป็นตอนที่ได้สบตากับเขาแล้วเห็นสายตาของเขา
นี่อีตานี่เป็นบ้าอะไร?
“ครับผม”
“ขอบ...ขอบคุณค่ะ เรียบร้อยแล้วนะคะ”
“ครับ ถ้างั้นเดี๋ยวเรามาคุยกันเรื่อง...” เขาพูดจบก็เดินกลับไปที่หัวโต๊ะพร้อมกับพูดถึงเรื่องต่อไปในขณะที่หัวฉันแทบจะไม่รับเรื่องอะไรเข้ามาในหัวแล้ว
ทำบ้าอะไรของเขา เป็นบ้าอะไรถึงได้มาทำแบบนี้ให้คนอื่นจับตามอง ก็รู้ดีว่าตั้งแต่ฉันเดินเข้ามาในห้องประชุมนี้อีกครั้งทุกคนในห้องประชุมก็เอาแต่มองมายิ่งเขาเข้ามาคุยด้วยทั้งที่ความจริงพูดตรงที่นั่งตัวเองก็ได้คนก็ยิ่งจับจ้องเพราะครั้งก่อนในห้องประชุมเคยเกิดเรื่องระหว่างฉันกับเขามาก่อน แล้วดูสิพอมาครั้งนี้เขามาทำอะไรแบบนี้คนก็ยิ่งจับจ้องสิไอ้บ้า
หรือว่าเขากำลังแกล้งฉันเพื่อเอาคืนที่ครั้งก่อนฉันทำให้เขาอายกันนะ ใช่แน่ ๆ ต้องใช่แน่ ๆ อีตาเจ้าโลกนี่ร้ายกาจที่สุดเลย!
-เวลาต่อมา-
“แก”
“คะพี่ฝ้าย”
“กับพี่คุณนี่ยังไงคะ?” เฮ้อ~ นึกละ นึกไว้แล้วไม่มีผิดว่าต้องมีคนถามแน่
“ไม่มีอะไรนี่พี่ฝ้าย”
“จริงอ่ะ~” ไม่ใช่แค่ไม่เชื่อแต่มีเอาไหล่มากระแซะด้วย -_-!
“ไม่มีอะไรจริง ๆ ค่ะ พี่เขาคงกลัวหวายเกร็งมั้งเลยคุยด้วยเยอะหน่อย”
“พี่ว่าไม่น่าใช่น้า~”
“ไม่มีอะไรจริง ๆ พี่ฝ้าย ตั้งแต่ที่หวายมาขอโทษพี่เขาวันนั้นก็ไม่เคยติดต่อกันเลยจริง ๆ”
“อือ ๆ เชื่อก็ได้ว่าไม่มีอะไร แต่ในอนาคตไม่แน่เนอะ อิอิ”
“พี่ฝ้ายอ่ะ” ไม่ได้เขินนะ ไม่เขินสักนิดแถมยังมองบนใส่พี่ประธารสโมสรของคณะตัวเองด้วย
“เค ๆ ไม่แซวแล้วก็ได้ กลับกันดีกว่าพี่มีเรียนต่อ” โอเคค่ะ พี่ฝ้ายชวนกลับก็กลับไงเพราะอยากกลับอยู่แล้ว อยู่ที่นี่ฉันหายใจไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ยิ่งเมื่อกี้ระหว่างที่คุยกับพี่ฝ้ายฉันก็มองสถาปัตยกรรมของที่นี่ไปด้วยแล้วดันไปเห็นอะไรบางอย่างฉันยิ่งเกิดอาการหายใจไม่สะดวก
“...” ยืนทำบ้าอะไรตรงนั้น แล้วมองมาทำบ้าอะไรทางนี้ ดีนะที่พี่ฝ้ายไม่เห็นเหมือนที่ฉันเห็นไม่งั้นโดนแซวหนักกว่าเดิมแน่ -_-!
“แล้วนาย เอ่อ...พี่ พี่เจ้าคุณพอจะช่วยได้ไหม”
“กลัวจริง?”
“ไม่กลัวจะมาไหม”
“ฮึ! ทำไมไม่ปากกล้ากับทุกคน”
“ก็... / ถ้าอยากปลอดภัยก็ฟังให้ดี”
“ฟัง?”
“อืม ตั้งใจฟังที่ฉันบอกให้ดี ส่วนจะทำตามหรือไม่ทำตามก็เรื่องของเธอ”
“จะให้ทำอะไรล่ะ”
“...ไปขอโทษฉันเรื่องที่เธออาละวาดซะ ขอโทษให้คนรับรู้”
“อะไรนะ?”
“ตามนั้น ถ้าอยากปลอดภัยก็ทำตามที่บอก”
“แล้วนายจะช่วย... / ฉันบอกวิธีไปแล้ว จะทำไม่ทำก็เรื่องของเธอ หมดธุระแล้วกลับไปนอนซะ”
OoO
ไหนล่ะที่บอกจะช่วย? บอกให้ฉันมาขอโทษตัวเองเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วยังไงต่อ? ไหนวิธีช่วยหรือกำลังหาวิธีซวยให้ฉันกันแน่ -_-
#CHAO-KHUN TALK
“ยืนมองขนาดนี้คืออะไรวะเฮีย?”
“...เสือก”
“ฮ่า ๆ ๆ ถามแค่นี้เองจะเสือกอะไรครับเฮีย”
“...” ผมไม่ได้หันไปสนใจไอ้เจเลอร์เพราะผมยังเอาแต่มองไปที่...ยัยคนเก่ง ที่เดินออกจากตัวอาคารพร้อมกับรุ่นพี่ของเธอ
“ตกลงว่าเฮียจะไม่บอกผมว่า... / น่ารักดี ถ้ากูจะมองแล้วมันผิดอะไร”
