EPISODE 6 : พี่เจ้าคุณ
@AXIS BAR
คนนี้
คนนั้น
คนนู้น
คนโน้น
คน...ไหนวะ!
พี่การ์ดที่เดินไปถามอีตาเจ้าโลกเจ้าคุณอะไรนั่นคือคนไหนกันแน่นะ!
“น้อง มีอะไรรึเปล่า”
“เอ่อ...ปะ เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรค่ะ” อาจจะเพราะฉันยืนมองการ์ดตรงทางเข้าผับมานานพอสมควรสุดท้ายเลยมีการ์ดคนหนึ่งเดินมาถามฉัน
“พี่เห็นน้องยืนมองมาทางเข้าผับนานแล้ว มีอะไรให้ช่วยบอกได้นะครับ”
“ไม่มีอะไรค่ะ พอดียืนรอเพื่อน เพื่อนยังมา เอ่อ...” พูดไปเรื่อยเพื่อเอาตัวรอดแต่สุดท้ายก็รู้ตัวว่าคำแก้ตัวนี้ใช้ไม่ได้เพราะฉันอยู่ในสภาพที่ไม่น่าจะตั้งใจมาเที่ยวผับแถมยังเป็นผับที่โคตรจะหรูฉิบหายแบบนี้อีก
“คือ...หนูขอตัวก่อนนะคะ” ^^ พอรู้ว่าแก้ตัวพลาดฉันก็รีบยิ้มลาตบท้ายแล้วก็รีบหันหลัง จ้ำอ้าวเดี๋ยวนี้เลยใบหวาย!
หมับ!
OoO!
เฮือก!!!
ฉันว่าฉันรีบเดินแล้วนะแต่พี่การ์ดหน้าโหดแถมหุ่นอย่างกับหมีควายเล่นกล้ามหม่ำโปรตีนดันตามมาตะปบมือลงที่ไหล่ฉันได้อย่างง่ายดาย
“เดี๋ยวก่อนน้อง พี่ว่าน้องต้องการความช่วยเหลือนะครับ” เสียงพี่แกสุภาพนะแต่มือที่วางบนไหล่ฉันแถมกำลังเคาะเบา ๆ มันให้ความรู้สึกสั่นประสาทแปลก ๆ
“มะ ไม่มีค่ะพี่ หนู...” ฉันพยายามหันกลับไปปฏิเสธแต่สายตาพี่แกคือจ้องเขม็งคล้าย ๆ กับกำลังพูดว่า มึงอย่าตอแหลเชียวนะอีหนูเพราะกูดูออก
T_T ฉันจะโดนลากไปกระทืบไหม คือบอกตรง ๆ นะว่าได้ยินคำพูดผู้ชายคนนั้นที่สวนสาธารณะแล้วฉันหลอนมาก คำพูดพวกนั้นไม่ได้ดูเหมือนแค่พูดเล่นสนุกปากกับเพื่อนสักนิดเลยทำให้ฉันหลอนว่าต้องมีคนที่โรคจิตวิปริตแบบไอ้บ้านั่นอยู่ตรงซอกหลืบไหนของประเทศไทยอีกแน่ ๆ
“อย่าโวยวาย ตามพี่มา...รู้ใช่ไหมว่าไม่ได้ใจดี”
“พี่จะ... / หรือถ้าคิดว่าจะมีใครมาช่วยน้องได้ก็ลองดู”
“พี่คะหนูไม่ได้มาทำอะไรไม่ดีจริง... / ตามพี่มา มาคุยกันหน่อย พี่ไม่ทำอะไรหรอก...ถ้าน้องไม่ตุกติก”
“แต่...เอ่อ ค่ะ” กำลังจะปฏิเสธ กำลังจะรีบวิ่งหนีแต่ไอ้พี่การ์ดคนนี้ขยับชายเสื้อขึ้นนิดหน่อยให้เห็นอะไรดำ ๆ วาว ๆ ร่างกายเลยปฏิเสธความดื้อด้านเพราะถ้าดื้อด้านอาจจะได้ไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่หยุดหายใจไปแล้วเร็วกว่าปกติก็ได้
...นี่แกจะตายไหมวะใบหวาย T^T
ฉันเดินตามพี่การ์ดของร้านมาด้วยใจระทึก อยากร้องขอความช่วยเหลือแต่บังเอิญว่าฉันชอบดูข่าวแล้วก็ดูข่าวมาเยอะ สังคัง เอ้ย! สังคมเดี๋ยวนี้ต่อให้แหกปากร้องให้ตายก็แทบจะไม่มีใครมาช่วย ยิ่งผับหรูขนาดนี้คิดว่าเจ้าของจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน แค่นักศึกษาตัวเล็ก ๆ อย่างฉันจะไปทำอะไรได้ล่ะถ้าหากโดนการ์ดของร้านทำร้ายขึ้นมา และที่สำคัญข้างหน้าผับมันแทบจะไม่มีลูกค้าแล้วเพราะคนเข้าไปในผับกันแทบจะหมด เหลือลูกค้าแค่หลอมแหลมยืนอยู่ข้างหน้าแถมสภาพก็ดูไม่น่าจะช่วยใครได้สักคนเพราะแค่จะช่วยให้ขาตัวเองยืนตรงยังทำกันแทบไม่ได้เลย
“พี่คะหนู... / ตามมาดี ๆ ดีกว่าน้อง พี่ไม่อยากใจร้าย” พยายามจะอ้าปากพูดแต่ทุกครั้งที่พยายามฉันก็ถูกข่มขู่ทุกครั้ง จะตายไหมใบหวาย จะโดนทำร้าย โดนข่มขืน โดนรุมโทรมไหม จะมีชีวิตรอดปลอดภัยกลับมาหายใจได้ไหมใบหวาย ทำไมยิ่งก้าวเดินสมองก็ยิ่งเอาความน่ากลัวมาทับถมกันเต็มไปหมดเลย T^T
“เข้าไปน้อง” พี่การ์ดที่โคตรจะโหดเงียบคนนั้นพาฉันเดินมาด้านหลังของผับ ขึ้นบันไดมาชั้นสองพอขึ้นมาก็มีประตูที่ดูหรูหรามาก ๆ อยู่ตรงหน้าพี่เขามาหยุดหน้าประตูแล้วก็หันมาบอกฉัน พอถูกบอกให้เข้าไปฉันก็ใจล่วงลงไปที่ตาตุ่มเพราะกลัวตายจนขึ้นสมองไปแล้ว
“พี่คะ หนูไม่ได้มาทำอะไรไม่ดีจริง ๆ พี่ปล่อยหนูไปเถอะนะ หนูแค่มาดักรอแฟน~” ฉันเสียงสั่น จะร้องไห้แล้ว
“เข้าไปน้อง”
“พี่... / เข้าไป”
“...”
“เข้า ไป”
“ฮึก!”
“...”
“...ค่ะ” เขาไม่บอกซ้ำอีกรอบแต่ขยับชายเสื้อขึ้นนิดหน่อยฉันเลยขยับปากที่สั่นจนไม่รู้จะสั่นยังไงตอบตกลงช้า ๆ ทั้งที่ขามันแทบจะก้าวไม่ออกอยู่แล้ว
ตึก!
ตึก!!
ตึก!!!
ฉันก้าวเดินผ่านประตูหรูสีดำสนิทเข้ามาข้างในแต่เสียงที่ดังไม่ใช่เสียงฝีเท้าหรอก มันเป็นเสียงใจเต้นของใบหวายต่าง...
กริ๊ก!
เฮือก!!!
เสียงประตูข้างหลังปิดลงฉันก็สติแทบหลุด แล้วห้องนี้ทำไมมันมืดอึมครึมขนาดนี้ ห้องอะไร...ห้องเชือดเหรอ?
“คือ...” สายตาฉันมองห้องที่นอกจากผนังจะสีดำสนิทแล้วยังจะเปิดไฟแค่ริบหรี่แล้วก็มองไปเห็นร่างของใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ที่โซฟา ร่างที่ดูสูงใหญ่ของใครคนนั้นยิ่งทำให้บรรยากาศมันสั่นประสาทมากขึ้นสี่สิบห้าจุดเก้าห้าเปอร์เซ็นต์
ตาย
ตายแน่ ๆ
ยังไงก็ตายล่ะใบหวาย...
“ไง”
“...”
“ไง”
“ไง”
“ไง”
คำพูดสั้น ๆ คำเดียวแต่น้ำเสียงกลับมีอำนาจมากจนทำฉันขาสั่น น้ำตาที่จะไหลออกมาหลายรอบคราวนี้มันก็ไหลแล้วจริง ๆ
“ขะ...คะ~” ไม่ไหว ฉันกลัวตายมากเกินไป แล้วก็คิดว่าวันนี้อาจจะไม่รอดแน่ คงโดนข่มขืน รุมโทรมแล้วก็...ฆ่าปิดปาก
“...” เขาคนนั้นไม่พูดอะไรมีแค่มือที่ขยับช้า ๆ ไปด้านข้างของโซฟาที่มีโต๊ะเล็ก ๆ ตั้งอยู่
ครืด~
เสียงลิ้นชักของโต๊ะตัวนั้นถูกเปิดออกก่อนที่จะมีอะไรบางอย่างถูกหยิบออกมา อะไรบางอย่างที่เหมือนกับของที่ไอ้พี่การ์ดคนเมื่อกี้เหน็บไว้ที่เอวเป๊ะ
“คือ...หนู หนูทำอะไรผิดไปหนูขอ... / มาทำอะไรที่นี่” ฉันปากสั่น อกสั่นขวัญแขวน เห็นผู้ชายคนนั้นหยิบปืนออกมาจากลิ้นชักก็แทบช็อก แต่ยังช็อกไม่ได้เพราะอยากหาทางรอดก่อน ก่อนที่เขาจะเอาปืนมายิงฉันให้ตายฉันแค่อยากรู้ว่าฉันทำอะไรผิดแต่พูดยังไม่จบเขาก็ถามแทรกซะก่อน
“หนู...หนูมารอเพื่อนค่ะ” ฉันรีบตอบถึงคำตอบจะไม่ใช่ความจริงก็ตาม
“รอเพื่อน?”
“...ค่ะ” อยากรีบตอบให้มีพิรุธน้อยที่สุดนะแต่ความกลัวทำให้สมองสั่งการร่างกายช้าไปหมดแล้ว~ ฮือ~ หวายยังไม่อยากตาย หวายยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย แฟนสักคนก็ไม่เคยเลี้ยง หมาสักตัวก็ยังไม่เคยมี อย่าเพิ่งส่งหวายไปลงนรกได้ไหม T^T
“โกหก”
“มะ ไม่ได้โกหกจริง ๆ ค่ะ หนูมา...” / กริ๊ก!
เฮือก!!!
OoO!
สะ เสียงเมื่อกี้มัน...
“พูด ความ จริง” เขาขยับมือช้า ๆ ระหว่างที่พูด และบทสรุปสุดท้ายของการขยับมือก็คือการ เล็งปืนมาทางนี้
“พี่คะหนู...หนู หนูแค่มาหาพี่การ์ดของร้านคนนึงค่ะ” สุดท้ายปากฉันก็เลือกที่จะสารภาพความจริง ต่อให้จะยังไม่รู้ว่าแค่การมายืนด้อม ๆ มอง ๆ หน้าร้านแค่นี้ทำไมตัวเองถึงต้องโดนลากมาอยู่ในห้องเชือดพร้อมกับผู้ชายที่ดูคล้ายจะฆาตกรรมฉันได้ทุกเวลาก็ตาม
“มาหาการ์ด?” เขาถามช้า ๆ แต่มือก็ยังเล็งปืนมาทางนี้นิ่งไม่มีขยับไม่แม้แต่ลดระดับความสูง T^T
“ค่ะ~”
“มาหาทำไม” ทำไมต้องทำเสียงน่ากลัวเพิ่มขึ้น ๆ ด้วยวะ ถามดี ๆ ไม่เป็นรึไงคนโดนข่มขู่มันฉี่จะราดอยู่แล้วนะ T^T
“คือ...หนูจะมาถามหาคนจากพี่การ์ดคนนั้นเฉย ๆ ค่ะ”
“ถามหาใคร?” ก็บอกในใจแล้วไงวะว่าให้ถามดี ๆ รู้ไหมว่าน้ำเสียงนายฟังแล้วโคตรจะโรคจิตเลย โรคจิตไม่ต่างจาก...
“ถามหา...” ฉันพูดได้แค่นี้ก็หยุดชะงัก ใจก็เต้นรัวมากขึ้นทั้งที่ก่อนหน้านี้มันก็รัวเร็วมากอยู่แล้วเพราะอยู่ ๆ ก็นึกถึงไอ้ผู้ชายคนเมื่อเย็นที่ฉันได้ยินน้ำเสียงกับคำพูดของมัน ทำไมคนตรงหน้าอยู่ ๆ ถึงมีลักษณะการพูดคล้ายผู้ชายคนนั้น คล้ายจนฉันไม่กล้าจะพูดความจริงต่อ
“ว่าไง...มาถามหาใคร?”
“คือ...” ฉันจะตอบยังไงดีเพราะมันคล้ายกันมากจริง ๆ ถ้าใช่จะปลอดภัยกับตัวเองไหม หรือต่อให้ไม่ใช่มันยังจะปลอดภัยกับตัวเองจริง ๆ เหรอ
“...ตอบ”
“คือ...” ตอบได้เหรอใบหวาย ถ้าเป็นคนเดียวกันกับไอ้โรคจิตนั่นล่ะ ท่าทางมันจะรู้จักกับนายเจ้าคุณอะไรนั่นแล้วก็ฟังดูจะไม่ชอบนายนั่นด้วย ถ้ารู้ว่ามาถามหานายนั่นแกจะไม่โดนทำร้ายเหรอ
“ตอบ...กูมา”
“...” สองวลีสุดท้ายทำน้ำตาฉันไหลพรากเงียบ ๆ เพราะมันโคตรจะสั่นประสาททำให้ฉันยกมือที่สั่นไม่หยุดทั้งสองมือขึ้นมาช้า ๆ เพื่อพนมมือไหว้ขอชีวิต
“พี่คะหนู...” / แอด~
“...” เสียงประตูข้างหลังถูกเปิดแต่ฉันไม่กล้ากระตุกกระติกทำได้แค่ยืนนิ่ง ๆ ส่วนผู้ชายที่กำลังจะฆ่าฉันก็เหมือนจะเลิกสนใจฉันไปชั่วขณะ
“อ้าว มาแล้วเหรอ... / มึงเล่นอะไร?” มะ มีเพื่อนเข้ามาเหรอ
“ฮึ ๆ ๆ” เสียงผู้ชายตรงหน้าฉันหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่ปืนในมือเขาจะถูกลดระดับลง
“กูถามว่ามึงเล่นอะไรเจเลอร์” เสียงคนข้างหลังถามอีกครั้งส่วนฉันก็ยืนก้มหน้าไม่กล้ามองอะไรอีกทั้งนั้น แค่คนเดียวฉันก็กลัวแทบตายแล้วแต่ถ้าไอ้คนข้างหลังมาสมทบความน่ากลัวด้วยฉันได้ตายจริงแน่นอน
“หยอกยัยนี่เล่นนิดหน่อยน่าเฮีย เห็นทำหน้าเหมือนจะตายตอนเดินเข้ามาเลยมันเขี้ยว”
...ฮะ?
ฉัน...ฉันงงไปหมดที่อยู่ ๆ น้ำเสียงผู้ชายตรงหน้าฉันก็เปลี่ยนไปเป็นอารมณ์ดีซะงั้นฉันเลยเงยหน้ามองเขาถึงแม้ความมืดสลัวจะทำให้ฉันมองอะไรไม่ชัดก็ตาม
“ไอ้เติร์กรอมึงอยู่”
“โอเคเฮีย” เขาคุยกันข้ามหัวฉันที่ยืนงงในดงอะไรก็ไม่รู้ก่อนที่ผู้ชายน่ากลัวคนนั้นจะลุกขึ้นแล้วขยับขาก้าวเท้ามาหยุดตรงหน้าฉันอย่างรวดเร็ว
“ฮึ ๆ ๆ เธอแม่งน่ารักว่ะ แกล้งสนุกดี”
“...คะ?”
หมับ!
“ว้าย!” ฉันร้องอุทานด้วยความตกใจเพราะอยู่ ๆ ก็วางมือข้างที่เคยเล็งปืนขู่มาบนหัวฉัน
“โวยวายทำไม มันเขี้ยวเฉย ๆ น่า ไปก่อน ไว้เจอกัน” เขาพูดไปขยี้ผมบนหัวฉันไปด้วย ขยี้เบา ๆ จนฉันสัมผัสได้ถึงความมันเขี้ยวอย่างที่เขาพูดจริง ๆ
“ไปได้แล้วไอ้เจ”
“โอเค ๆ เฮีย ไปก่อนนะ”
“...” ฉันมองหน้าเขาที่อยู่ใกล้ฉันแล้ว แล้วก็ทำให้เห็นหน้าได้ชัดแล้วว่าหล่อมากแค่ไหน มองเขาที่เอ่ยลาแล้วยิ้มเหมือนกลั้นขำให้ก่อนจะเดินผ่านฉันไป
แอด~
กริ๊ก!
เสียงประตูถูกเปิดออกแล้วก็ถูกปิดลงทำให้ฉันที่ยืนงง ๆ กับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้สติ แล้วนี่สรุปฉัน...ถูกพามาทำอะไรที่นี่วะ?
พรึ่บ!
ในระหว่างที่กำลังได้สติและงงไปพร้อมกันไฟในห้องก็สว่างขึ้นฉันเลยหันหลังกลับไปที่ประตู แต่พอหันหลังกลับไปก็มีเรื่องให้ตกใจอีกครั้ง
OoO!
“นะ...นาย~” ฉันหันกลับหลังพอได้เจอหน้าผู้ชายที่เข้ามาใหม่ที่กำลังยืนหน้านิ่งมองฉันอยู่ก่อนแล้วฉันก็แทบจะตัวแข่งทื่อไปเลย จากที่งงอยู่แล้วฉันก็งงหนักเข้าไปอีก
“พี่เจ้าคุณ”
“...ฮะ?” ฉันกำลังงง ๆ ก็ต้องงงซ้ำงงซ้อนเพราะเขาพูดชื่อตัวเองออกมาด้วยเสียงที่โคตรจะนิ่ง หน้าตาก็ไม่ต่างกัน นิ่งมาก นิ่งเหมือนคืนนั้นแล้วก็นิ่งเหมือนวันนั้นที่ห้องประชุม นิ่งจนเดาทางไม่ถูกว่าคนคนนี้เป็นคนยังไง ต้องการอะไร
“พี่เจ้าคุณ”
“ฮะ?” ก็ยังงงอยู่ อะไรของเขาวะ
“พี่เจ้าคุณไง เรียกดี ๆ เรียกไม่ดี...จะจูบปาก”
