EPISODE 15 : กูไม่สน
“อื้อ~” ฉันร้องกี่รอบแล้วไม่รู้แต่ที่รู้ดีที่สุดคือไม่ว่าจะร้องกี่รอบคนข้าง ๆ ก็ไม่ยอมปล่อยเลย
“อืม~” เสียงเขาจะดังจากในลำคอตอบกลับมาแบบนี้เสมอ แต่ฉันฟังไม่ออกว่าเขากำลังดุไม่ให้ขัดขืนหรือเขากำลังเคลิบเคลิ้มกันแน่เพราะสมองฉันเองก็เบลอจนประมวลผลอะไรไม่ค่อยถูก ส่วนที่พยายามจะขัดขืนก็ไม่ใช่เพราะรังเกียจแต่เป็นเพราะฉันเริ่มหายใจลำบากแล้วต่างหาก
“อื้อ~” ฉันลองหยุดที่จะพยายามดันอกล่ำ ๆ ของเขาออกแล้วเปลี่ยนเป็นวางมือทาบลงไปจนสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจคนตรงหน้า
...แรงเหมือนกันเลยเนอะพี่คุณ หัวใจพี่เต้นแรงไม่ต่างจากหวายเลย
“อืม~” สะท้านจัง เสียงที่เปล่งเบา ๆ จากลำคอของเขาทำไมทำฉันสะท้านได้ขนาดนี้กันนะ
ริมฝีปากเขาขบเม้มริมฝีปากฉันทั้งบนและล่างสลับกับสอดลิ้นเข้ามาข้างในแล้วตวัดลิ้นไล่ต้อนลิ้นฉันที่เริ่มเป็นงานมากขึ้นกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ทุกวินาทีที่เขาสัมผัสกับฉันมันดีมาก ดีจนตอนนี้จะหายใจไม่สะดวกหรือหายใจไม่ออกก็ไม่สนใจแล้ว...
“อืม~”
จุ๊บ~
เขาจูบฉันอยู่นานมากกว่าจะยอมถอนจูบออกแล้วกดจูบลงที่ริมฝีปากเต็มแรง แต่มือใหญ่ที่ประคองต้นคอฉันอยู่ก็ยังรั้งไม่ให้ฉันถอยหนีไปไกล
“เดี๋ยวค่อยเติมลิปก็ได้นะ ถึงร้านพี่ว่าพี่อาจจะจูบอีก”
“พะ พี่คุณ...”
จุ๊บ!
-///-
ไม่ไหวแล้ว แค่จะหายใจยังไม่กล้าเลย
“ไปเลยไหม” ไม่ต้องเอามือมาลูบหัวได้ไหมล่ะ ไม่เคยโดนใครทำอะไรแบบนี้มาก่อนแค่โดนจูบก็ละลายแล้วอ่ะ
“...ค่ะ”
จุ๊บ!
งื้อ~ จะบ้าตายแล้วทำไมไม่ถอยห่างไปเฉย ๆ ทำไมต้องจุ๊บเหม่งส่งท้ายไม่เข้าใจ
ก้มหน้าเลยใบหวาย ก้มหน้าไว้ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมามองอะไรทั้งนั้น -///-
“รอพี่นานไหม”
“...ไม่ค่ะ” อันที่จริงนั่งเงียบ ๆ ยังไม่ต้องคุยกันก็ได้นะ ไม่ค่อยสะดวกใจเท่าไหร่ -///-
“โอเคครับ”
หมับ~
“เอ่อ...”
“ขอจับมือหน่อย” คราวหลังขอก่อนแล้วค่อยจับไม่ใช่จับก่อนแล้วค่อยขอได้ไหมล่ะ ให้เวลาได้เตรียมใจหน่อย -///-
ฉันไม่ได้พูดไม่ได้ตอบอะไรนอกจากนั่งนิ่งปล่อยให้เขาจับมือหลังจากนั้นเขาก็ขับรถเงียบ ๆ แค่มือของฉันที่ถูกมือใหญ่กุมไว้บนตักของเขาเท่านั้น
เรานั่งรถออกมาด้วยกันได้พักหนึ่งพี่เจ้าคุณก็พาฉันมาที่ผับที่คุ้นตา
วีรกรรมที่เคยทำเอาไว้ยังไม่จางหายไปเลยนะแถมตอนนี้สาว ๆ แฟนคลับของเขาก็ตามถล่มฉันกันอยู่ด้วย นี่ก็มัวแต่อายเลยไม่ได้ถามแต่แรกไงคะว่าเขาจะพาไปที่ไหน คิดแค่เขาคงพาไปกินข้าวร้านอร่อยเหมือนสองครั้งที่ผ่านมา
“มา...พามาที่นี่เหรอคะ”
“อื้ม”
“เอ่อ...จะดีเหรอพี่คุณ”
“ดีสิ พี่ให้คนเตรียมอาหารไว้ให้แล้ว”
“...นึกว่าจะไปกินร้านอาหารซะอีก” ถ้ารู้ก่อนว่าจะพามาที่นี่สาบานว่าจะปฏิเสธ T^T
“ฮึ ๆ ๆ เอาไว้วันหลัง วันนี้กินที่นี่ก่อน พี่นัดพนักงานเอาไว้แล้ว”
“ฮะ? คืออะไรไม่เข้าใจ” คำพูดฟังแล้วแปลก ๆ ไม่สงสัยได้เหรอ
“วันนี้เลี้ยงพนักงานนิดหน่อย”
“อ้าวเหรอ แล้วพี่คุณพาหวายมาทำไมอ่ะ”
“พี่อยากพาหวายมากินเลี้ยงด้วย...ไม่ได้เหรอ” สายตาเขามันร้ายจัง -///-
“ก็หวายเป็นคนนอกไม่รู้จักใครด้วย”
“ฮึ ๆ ๆ มากับเจ้าของที่นี่เดี๋ยวทุกคนก็รู้จักเราเองนั่นล่ะ ”
“เขารู้จักแล้วรึเปล่าเหอะในฐานะคนในคลิป” พูดจบก็อดมองบนไม่ได้ อยากจะกรื๊ดจริง ๆ นึกโมโหด้วยที่ไอ้โรคจิตตัวจริงนั่นหลุดรอดสายตาไปได้
“คิดมาก”
หมับ~
“...” พูดเฉย ๆ พอไม่ต้องเอามือมาวางบนหัว ใจบาง -///-
“เติมหน้าหน่อยไหม”
“...คะ?” ฉันหันไปมองเขาหลังคำถามของเขาจบลง
“เติมหน้าหน่อยไหม ปากซีดตั้งแต่ขึ้นรถแล้ว”
“เอ่อ...” ใครจะคิดว่าเขาจะพูดเรื่องนี้ ความจริงรู้เต็มอกว่าปากซีดแต่ไม่กล้าหยิบลิปสติกขึ้นมาเติมพอเขาทักก่อนเลยยิ่งเกิดอาการเขินทำตัวไม่ถูก
พูดทำไมนะอีตาบ้านี่เมื่อกี้อุตส่าห์คุยกันธรรมดาลืมความเขินอายที่จูบกันไปแล้วนะ -///-
ฉันไม่ตอบ อ้ำอึ้งแค่นั้นก็รีบเปิดกระเป๋าตัวเองแล้วหยิบลิปสติกออกมา
“ขอดูหน่อยสิ”
“คะ?” กำลังจะเปิดลิปสติกทาพี่เขาก็พูดขึ้น
“ขอดูหน่อย” ไม่แค่พูดแล้วล่ะแต่แบมือมาด้วยจะไม่ให้ดูได้เหรอ
“นี่ค่ะ” งง ๆ แต่ก็ยอมวางลิปสติกลงที่ฝ่ามือใหญ่ พอได้เขาก็หยิบมันไปดู ดูยี่ห้อมั้งไม่รู้เหมือนกัน
“สวยดีนะ”
“ค่ะ ดูเสร็จรึยังอ่ะหวายจะได้เติม” ลงไปสภาพนี้ไม่ได้แน่เพราะจากระยะเวลาและความฟินของจูบฉันคิดว่าเขาคงกินลิปสติกฉันไปหมดแล้ว
“เสร็จแล้ว” พี่เขาละสายตาจากลิปสติกแล้วหันกลับมามองฉันเลยแบมือไปหาเขาบ้างเพื่อรับลิปสติกกลับมา
“เอามา... / แต่เดี๋ยวค่อยเติม”
“พี่คุณมะ...อื้อ~” อีกแล้ว~ โดนจูบอีกแล้ว~ >///<
แล้วนี่ก็เป็นอะไรอีกแล้วถึงยอมให้เขาจูบง่าย ๆ นอกจากไม่ขัดขืนก็ยังเต็มใจจูบตอบเขาอีก พอจูบเป็นแล้วเอาใหญ่เลยนะยัยใบหวาย!
“อืม~” เขาจูบฉันพักใหญ่เลยล่ะกว่าจะยอมถอนจูบแต่ก่อนถอนจูบก็ไม่วายที่จะเปล่งเสียงครางในลำคอที่ทำให้คนฟังสะท้านไปทั้งหัวใจ
จุ๊บ~
“เติมปากได้แล้ว” ยะ อย่าบอกเสียงแผ่วแถมยังปากใกล้กันขนาดนี้ได้ไหมล่ะ -///-
ฉันไม่พูดอะไรนอกจากรีบเม้มปากแล้วหันหน้าหลบมาอีกด้านจากนั้นก็รีบทาลิปสติกด้วยอาการมือไม้สั่น
“ไม่ต้องรีบครับ พี่ไม่รีบ เราแต่งหน้าได้เลย”
“...หน้าหวายแย่เหรอ?” คำพูดเขาที่บอกฉันว่าแต่งหน้าได้เลยทำฉันสะดุดแล้วหันกลับไปถามเขา เขินน่ะใช่แต่คำพูดเขามันฟังแปลก ๆ เหมือนฉันหน้าแย่ผู้ชายเลยบอกให้แต่งหน้าเลย
“ฮึ ๆ ๆ ไม่แย่แค่กลัวเรารีบเพราะเกรงใจพี่ แต่ตอนนี้ก็สวยแล้วนะ...สวยมาก”
“...” ไม่น่าถามเลยใบหวาย -///-
“ไม่เติมหน้าก็สวยแล้ว เติมแค่ปากก็พอ...เอาลิปลงไปด้วยล่ะเผื่อต้องเติมอีก”
O///O
นี่เขาไม่เกรงใจที่จะจูบฉันเลยเหรอวะ?
“เข้าใจไหม”
“...ไม่ให้ทำแล้ว” ฉันเม้มปากจนแน่นก่อนจะรวบรวมความกล้าบอกเขา ไม่ใช่มันไม่ดีแต่ไม่ให้ทำแล้ว เราจูบกันมากเกินความจำเป็นทั้งที่ไม่ควรจูบกันเลยด้วยซ้ำ
“ฮึ ๆ ๆ ทำไมล่ะ จูบไม่ได้เหรอ” อย่าทำตัวชิลได้ไหมหวายไม่ชิลนะพี่คุณ
“...” ฉันไม่ตอบแต่ส่ายหน้าเป็นคำตอบแทน แต่ดูเขาไม่ได้สะทกสะท้าน เขายิ้มบาง ๆ เหมือนจะขำหรือเอ็นดูฉันด้วยซ้ำ ถ้าฉันไม่ได้เข้าข้างตัวเองมากไปนะที่คิดว่าเขายิ้มเพราะเอ็นดูตัวเอง แต่ฉันรู้สึกแบบนี้จริง ๆ
“เพราะอะไรถึงไม่ให้จูบแล้วขอเหตุผลได้ไหม”
“เรา...ไม่ได้เป็นอะไรกันนะพี่คุณ” ฉันไม่รู้ว่าพูดแล้วเขาจะคิดว่าฉันกดดันเขารึเปล่าแต่สิ่งที่ฉันคิดมันตรงตัวกับคำพูดของฉันจริง ๆ เราไม่ได้เป็นอะไรกันเลยแล้วเราจะจูบกันบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ ได้ยังไง มันไม่ควรจะจูบกันเลยด้วยซ้ำ
“ฮึ ๆ ๆ เดี๋ยวก็เป็น...พี่ไม่ตามจีบใครเรื่อยเปื่อยหรอก”
“...”
“เดี๋ยวก็เป็น...พี่ไม่ตามจีบใครเรื่อยเปื่อยหรอก”
คำพูดของเขาทำใจฉันเต้นแรง สมองก็คิดไปไกล
เดี๋ยวก็เป็นของเขาหมายถึงเป็นอะไรนะ...เป็นแฟนเหรอ ฉันเข้าใจถูกใช่รึเปล่า -///-
“เติมปากได้แล้วเด็กน้อยก่อนที่พี่จะอดใจไม่ไหวจูบเราอีกรอบ”
“เอ่อ...”
ขวับ!
กำลังเขินกับความคิดจินตนาการของตัวเองพี่เขาก็กระชากฉันออกมาจากภวังค์แล้วก็ต้องรีบหันหน้ามาทางประตูแล้วรีบเติมหน้าเติมปากให้เรียบร้อยก่อนที่จะโดนเขาจูบอีกรอบอย่างที่เขาเพิ่งพูดจริง ๆ >///<
-ห้านาทีต่อมา-
เกร็งชะมัด...
ฉันเดินเข้ามาในผับหรูพร้อมกับพี่เจ้าคุณเป็นครั้งแรก ตอนเดินลงจากรถที่จอดในช่องจอดส่วนตัวของเขาพนักงานก็มองเยอะแล้วนะแต่พอเดินเข้ามาข้างในที่บรรยากาศไม่ได้มืดเหมือนครั้งก่อนทุกคนในนี้ก็มองมาที่เราสองคนแทบจะเป็นตาเดียว -///-
ฉันไม่ได้คิดมากนะแต่ฉันสัมผัสได้จริง ๆ ว่าฉันโดนจับจ้องมาก ถึงจะเดินตามหลังเขาเข้ามาแต่มันเหมือนมีพลังงานหลายพลังงานจ้องมาที่ฉันจนทำให้ฉันอยากหายไปให้รู้แล้วรู้รอด
ต้องมีพนักงานของเขาจำหน้าฉันได้บ้างสิว่าฉันเป็นคนที่เอาเรื่องเจ้านายพวกเขาในวันนั้น มันเป็นเกร็ง ๆ เขิน ๆ อาย ๆ ใครก็ได้ช่วยพาฉันออกไปจากตรงนี้ที T^T
“ว้าว~ คนสวยนี่นา ไปไงมาไงทำไมมาพร้อมเฮียครับ”
หมับ~
อีตาคนนั้นฉันจำได้ขึ้นใจ อีตาที่แกล้งเอาปืนออกมาขู่ฉันเล่นวันนั้น อีตาเจเล่อะไรสักอย่าง เขาเดินตรงเข้ามาพร้อมคำพูดที่ค่อนข้างดังแถมพูดจบก็ยังเอามือมาวางหมับลงที่ไหล่ฉัน มือที่วางบนไหล่มันอยู่ในลักษณะโอบไหล่เหมือนคนรู้จักที่สนิทกันม๊ากมากเดินเข้ามาทักทายกัน แต่ฉันไม่ได้สนิทกับนายไงไอ้บ้า -_-!
“เอ่อ...” จะตอบว่าไงดีอ่ะ คิดคำตอบไม่ได้เลยได้แค่อ้ำอึ้งแล้วก็มองหน้าคนที่กำลังมองฉันได้ปั้นจิ้มปั้นเจ๋อมาก
หน้าตาอีตานี่มันกวนประสาทขัดกับวันนั้นที่แกล้งฉันเลยว่ะ อีตานี่ต้องเป็นคนขี้แกล้งมากแน่ ๆ
“ว่าไงครับคนสวยมากับเฮีย... / เอามือมึงออกไปเจเลอร์” อ้าวเจเลอร์เหรอนึกว่าเจเล่ แหะ ๆ ๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคืออีตาเจเล่ เอ้ย! เจเลอร์กำลังถามฉันอีกรอบเสียงพี่เจ้าคุณก็แทรกขึ้นแถมเสียงยังเข้มมาก ๆ อีตาที่น่าจะขี้แกล้งเลยยิ้มให้ฉันแล้วหันไปมองคนที่เพิ่งสั่งเขา
“ทำไมครับเฮีย...หวง?” อีตานี่ถามพี่เจ้าคุณด้วยน้ำเสียงที่กวน...ส้นตีนมาก ดูรู้เลยล่ะว่าแกล้งแถมถามจบยังโอบไหล่ฉันแน่นกว่าเดิมด้วย แต่ดูท่าทางคนที่อีตานี่ถามจะไม่เล่นด้วยเพราะเขากำลังจ้องเขม็งมาที่เราสองคน
“ถ้ามีคนมาโอบผู้หญิงของมึงมึงจะหวงไหมกูไม่สน...แต่นี่ผู้หญิงของกู กูหวง”
