EPISODE 14 : อะไรติดหน้า
“แก เป็นห่วงมากเมื่อคืนส่งข้อความหาตั้งหลายข้อความทำไมไม่อ่านไม่ตอบเลย รู้ไหมว่าจะลากยี่หวาไปหาที่หอตอนตีสองแล้ว” ฉันลงจากวินมอเตอร์ไซค์หน้าคณะโซแปงที่นั่งรอเพื่อน ๆ อยู่ที่โต๊ะประจำของกลุ่มเราก็ตรงเข้ามาทักทันที
“แหะ ๆ ๆ ขอโทษนะแกเมื่อคืนนอนเร็วอ่ะ” ฉันกำลังผิดศีลข้อสี่ แต่นี่คือวิธีการจัดการที่ดีที่สุด ขอโทษนะเพื่อนแต่ถ้าไม่บอกว่านอนเร็วเดี๋ยวทำเพื่อนเป็นห่วงหนักกว่าเดิมไงเพราะคนสวยก็ไม่กล้าบอกว่าไปเดท เอ้ย! ไปกินข้าวกับผู้ชายมา ^_^!
“แก ฉันห่วงแกมากนะ”
“รู้~ ขอบคุณน้า~”
“ว่าแต่แกโอเคใช่ไหม”
“โอเคมาก~”
“จริง” โซแปงถาม จ้องฉันเหมือนไม่อยากจะเชื่อฉันเลยยิ้มกว้างให้
“จริงที่สุด”
“แปลก ๆ แกล้งโอเคป้ะ ถ้าไม่โอเคก็บอกฉัน แล้วอีลิลลี่ตัวดีนะเดี๋ยวจะไปหยุมหัวให้ สาระแนดีนัก”
“ฮ่า ๆ ๆ ขืนไปทำแบบนั้นมันก็ได้ใจคิดว่าเราทุกข์ร้อนสิโซ” คำพูดฉันทำโซแปงหรี่ตาทันที
“แกมีอะไรอยากบอกฉันไหมเนี่ย”
“ฮ่า ๆ ๆ รอดูอะไรสนุก ๆ เถอะเพื่อนรัก ยี่หวาล่ะ”
“ไปเข้าห้องน้ำ”
“โอเค งั้นซื้อข้าวก่อนนะ” ฉันวางกระเป๋าไว้แล้วเดินไปที่ร้านอาหาร กินข้าวเช้าให้อร่อยดีกว่า~
“ไงจ้ะ เมื่อคืนหลับฝันดีไหม”
“ว่าไงนะ?” ฉันถามเพื่อนร่วมคณะที่ฉันนี่แหละเป็นคนไปยืนข้างชีที่กำลังสั่งอาหารอยู่เองแต่ยัยนี่ดันสาระแนทักฉันก่อน
“ถามว่าเมื่อคืนหลับฝันดีไหมจ้ะเพื่อน” ^^ เหอะ ๆ ๆ รอยยิ้มโคตรจะตอแหล แต่ก็ดี...ชอบ
“ไม่ฝัน...นอนไม่หลับ” คำตอบนี้มันดีต่อใจรึยังไงนะยัยลิลลี่ผีหลอกถึงได้ตาวาว
“เครียดอะไรขนาดนั้นล่ะเพื่อนหวาย เรื่องแค่นี้เอง” ^^
เหอะ ๆ ๆ อย่าให้มึงได้โดนทัวร์ลงทั้งที่มึงไม่ได้ไปอ่อยผู้ชายบ้างแล้วกันค่ะอีดอกอุตพิษ แต่สภาพนี้คงไม่โดนแบบฉันหรอกเพราะคนอย่างลิลลี่ไม่เคยคิดจะไม่อ่อยผู้ชาย
“ไม่เครียดได้ไงอ่ะ...ยอดผู้ติดตามตั้งสามแสนแล้ว ตั้งรับความดังไม่ทัน ของแกมีเท่าไหร่นะ ลงไปกี่ร้อยคลิปเหมือนเห็นแว๊บ ๆ ว่ามีผู้ติดตามพันสองป้ะ?”
“อีหวาย!”
“ว่าไงจ้ะเพื่อนหรี่~ เอ้ย! เพื่อนลี่~” ^^
“...แกล้งทำเป็นชนะไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะเหยียบแกให้จมดินเร็ว ๆ นี้แหละ” อีนังดอกลิลลี่ที่นิสัยโดยกำเนิดน่าจะสมพงษ์กับชื่อดอกไม้จันทร์มากกว่าจ้องฉันด้วยความโมโหแล้วก็บอกฉันด้วยเสียงที่รู้ว่ากำลังข่มความโกรธไม่ให้ตัวเองอยู่ในโหมดอีบ้าที่อาละวาดกลางโรงอาหาร พอได้รับคำขู่ฉันก็ยิ้มรับ
“เอ็นจอยนะเพื่อน ขอให้ทำสิ่งชั่ว ๆ ได้สำเร็จอย่างที่สันดานแกปรารถนา” ^^
“อีหวาย!”
“ว่าไงจ้ะ อุ้ย! ทะเลผัดผง...กะหรี่ น่ากินจังเลยค่ะป้าหมู หนูขอเมนูนี้นะคะ ราดข้าวเลยค่ะ” ^^
“...” ไม่ต้องหันไปมองฉันก็รู้ว่าคนซวย เอ้ย! คนสวยที่ยืนข้าง ๆ กำลังมองอยู่ด้วยสายตาเป็นมิจ ^^
“เออนี่ลิลลี่จ้ะ”
“อะไร!”
“ขอบคุณที่มอบสิ่งดี ๆ ให้นะ” ^^
“สิ่งดี ๆ บ้าบออะไรของแก!” ยิ่งเห็นฉันไม่ทุกข์ร้อนลิลลี่มันยิ่งบ้า ตลกชะมัด
“เอาไว้เดี๋ยวก็รู้เนอะ แต่ขอบคุณมากจริง ๆ น่ารักมาก~ แกนี่น่ารักที่สุดเลยยัยเพื่อนสาว~”
“ใบหวาย!” ฮ่า ๆ ๆ คือฉันพูดแล้วเอามือไปยีแก้มนางทำท่าทางเหมือนมันเขี้ยวน่ะค่ะลิลลี่มันเลยสะบัดตัวออกพร้อมกับวีนฉ่ำ
ตลกมาก สะใจเวอร์ ฮึ ๆ ๆ
“โอเค ๆ ไม่หยอกก็ได้ ดูท่าทางเพื่อนลี่จะอารมณ์ไม่ค่อยเอ็นจอยเท่าไหร่ ว่าแต่เป็นไรอ่ะถึงขี้หงุดหงิดจัง...โฟมมันไม่ทำการบ้านเหรอ?”
“อีหวาย!” สะใจค่ะ ก็รู้มาตลอดว่าตัวเองไม่เคยเถียงชนะฉัน เพิ่งจะชนะบ้างก็ตอนแจกวาร์ปฉันเมื่อวานแต่สุดท้ายคนสวย ๆ เลิศ ๆ อย่างใบหวายก็พลิกเกมได้อยู่ดี รู้ตัวเองว่าแพ้มาตลอดก็ชอบมาแข่งจัง ชอบนักแม่ก็จะจัดให้ จะเอาให้สาแก่ใจกันเลยล่ะคอยดู
-เวลาต่อมา-
“แกดูชิลมากเวลามีคนเดินเข้ามาถามเรื่องคลิป” โซแปงถามหลังจากที่วันนี้ฉันโดนทั้งเพื่อน ทั้งรุ่นพี่ ทั้งรุ่นน้องเดินเข้ามาถามเรื่องคลิปกันเยอะมากแต่ฉันก็แค่ยิ้มแล้วบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดเคลียร์กับพี่เจ้าคุณเรียบร้อยแล้ว
“อาฮะ ก็ไม่รู้จะทุกข์ทำไมนี่เนอะ” ^^
“เออโล่งอกไปที เมื่อวานฉันสองคนโคตรจะห่วงแกเลย”
“ใช่ โซโทรหาเรากลางดึกชวนเราไปหาแกที่หอรู้ไหม”
“ขอบใจแกสองคนมากน้า~ แต่เพื่อนไม่เป็นไร โอเคแล้ว โอเคมาก ๆ ด้วย” ^^
“โอเค ๆ ถ้างั้นไปกินข้าวเย็นกันไหมวันนี้ ไม่ได้กินข้าวเย็นด้วยกันนานแล้วอ่ะ”
“ได้สิเราว่าง” โซแปงชวนยี่หว่าก็รีบตอบรับส่วนฉันน่ะเหรอ...
“แก ขอตัวนะวันนี้ ตอนเย็นไม่ว่างอ่ะ”
“ไปไหน?” โซแปงถามขึ้น
“ไป...ไปซื้อของนิดหน่อย” ไม่คิดว่าเพื่อนจะชวนไปกินข้าวไงคะเลยไม่ได้คิดหาเหตุผลไว้ ^_^! แต่พอตอบโซแปงกับยี่หวาก็มองหน้าเหมือนจะกดดัน นี่เพื่อนต้องตื๊อให้ไปด้วยให้ได้แน่ ๆ ซึ่งฉันก็อยากไปนะแต่ไปไม่ได้จริง ๆ
“แกขอโทษนะแต่วันนี้ไม่สะดวก เอาไว้วันหลังฉันจะไม่เทพวกแกเลย”
“สารภาพ” ไม่ใช่โซแปงที่พูดแต่ดันเป็นคนเรียบร้อยอย่างยี่หวาที่พูดออกมาทำฉันเอ๋อไปเลย
“ฮะ?”
“สารภาพมาว่าทำไมไปไม่ได้”
“หวาแกเป็นไรเนี่ย” ฉันถามงง ๆ เพราะไม่เคยเห็นยี่หวาเป็นแบบนี้จริง ๆ
“เมื่อเช้าตอนไปซื้อข้าวแกลืมโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะ” ยี่หวาพูดต่อฉันเลยเผยอปากนิดหน่อยส่วนเพื่อนรักทั้งสองคนก็จ้องเพื่อจับโป๊ะฉัน
Chao-khun : เย็นนี้พี่ไปรับนะ อยากพาไปเดท
ข้อความเมื่อเช้าจากเขาที่ฉันกลับมาที่โต๊ะก็เห็นแล้วก็แอบหน้าแดงอยู่คนเดียวไม่พ้นสายตาเพื่อนเหรอ
...เขินจัง
เขิ๊น~ >///<
“เล่า” ยัยโซแปงพูดบ้างสุดท้ายฉันเลยต้องเล่า เล่าแบบเล่าไปเขินไปทั้งที่พยายามจะไม่เขินแต่เพราะอะไรไม่รู้เหมือนกันที่ทำให้ฉันใจเต้นแรงตลอดเวลาที่เล่าเรื่องเขาให้เพื่อนรักทั้งสองคนฟัง
“แกอย่าให้หลุดมือ คนนี้งานเพอร์เฟคที่สุดในโลกพอ ๆ กับผัวฉันฉันรับรองได้” พอเล่าจบยัยโซคนสวยของฉันก็พูดขึ้นทำฉันหัวเราะออกมา
“ฮ่า ๆ ๆ เพิ่งคุย ๆ กันเองโซฉันไม่อยากคาดหวัง ไม่แน่บางทีวันนี้อาจจะไปเจอกันแล้วไม่คลิกกันก็ได้”
“ไม่มีทางที่จะไม่คลิก ตอนแกมีเรื่องกับพี่เขาฉันไปสืบเรื่องเขามาแล้ว หล่อมาก ฮอตมากแต่ไม่เคยมีข่าวเรื่องผู้หญิงเลยทั้งที่มีผู้หญิงเข้าหาเขาเยอะมาก เคยมีแฟนแค่คนเดียวแต่เลิกไปนานแล้ว แต่นี่เขาสนใจแก สวยอย่างแกต้องเจออย่างเขามันถูกแล้วเพื่อนรัก”
“ก็ไม่แน่ วันนี้อาจจะไม่คลิกก็ได้ หรือถ้าจะคลิกก็คงใช้เวลาอีกนาน” พูดจบก็แอบอายตัวเองเพราะไม่รู้ว่าคลิกรึยังในเมื่อไปกินข้าวด้วยกันครั้งที่สองก็เสียจูบให้เขาไปถึงสองรอบ -///-
“ฮ่า ๆ ๆ แกอย่าพูดแบบนั้น ฉันกับเทนนิสเจอกันวันแรกก็ได้กันแล้วค่ะอย่าลืมแล้วก็ได้กันมาจนถึงทุกวันนี้”
“โซแปง~”
“ไม่ต้องมาเรียกชื่อ ไม่แน่นะวันนี้แกอาจจะได้กับพี่เขาแล้วก็ได้กันไปเรื่อย ๆ เหมือนฉันกับเทนนิสก็ได้ใครจะไปรู้”
“โซ~ แปง~” >///<
-เวลาต่อมา-
“รถติดไหมคะ” ฉันเดินมาหาเขาที่รถเพราะทันทีที่เขาส่งข้อความบอกว่าถึงหอของฉันแล้วฉันที่แต่งตัวเสร็จมานานเป็นชั่วโมงก็รีบวิ่งลงบันไดมาหาเขาทันที >///<
คือแบบ...ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่ช่างมันเถอะอย่าหาคำตอบเลย รู้แค่มีความสุขไม่ได้เดือดร้อนใครก็พอแล้วเนอะ ส่วนเรื่องระหว่างเราก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติก็พอ -///-
“ไม่เท่าไหร่ครับ” พี่เขาบอกสายตาก็เอาแต่มองหน้าฉันจนฉันเริ่มเขิน
“...มีอะไรเปล่าพี่คุณ หน้าหวายมีอะไรติดรึเปล่า” ฉันถามแล้วก็เอามือลูบหน้าตัวเองเบา ๆ เผื่อมีอะไรติด
“มีครับ” นั่นไงว่าแล้ว แล้วนี่อะไรติดมันน่าเกลียดรึเปล่า
“ขึ้นรถก่อนเดี๋ยวพี่ช่วยดูให้” ฉันกำลังจะเปิดกระเป๋าหากระจกเขาก็พูดขึ้น และด้วยความเกรงใจเลยหยุดหากระจกแล้วพยักหน้ารับ
“อ้อ ได้ค่ะ” ได้ค่ะของฉันคือขึ้นรถก่อนนะไม่ใช่ให้เขาดูให้ -///-
“มา พี่ดูให้” พอขึ้นรถเรียบร้อยกันทั้งคู่พี่เขาก็พูดขึ้น
“ไม่เป็นไรพี่คุณ เดี๋ยวหวายส่องกระจกดูก็ได้” กระจกแต่งหน้าในรถเขานี่ไงแต่พอยกมือขึ้นเตรียมดึงที่บังแดดลงเพื่อส่องกระจกเขาดันจับมือฉันไว้ แล้วรู้ไหมคะว่าทันทีที่มือใหญ่ของพี่เขาสัมผัสที่ข้อมือฉันยัยใบหวายคนนี้ก็รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อน ๆ ช็อตไปทั้งร่างกาย
“พี่บอกว่าเดี๋ยวพี่ช่วยดูไง” เขาจับมือฉันลงแล้วก็พูดเหมือนจะดุนิดหน่อยแต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือฉันนะ
“เอ่อ...” ฉันหันไปมองเขาเพื่อปฏิเสธด้วยอาการเขินที่พยายามเก็บอาการสุด ๆ แต่พอได้ปะทะกับสายตาเขาอาการอ่อนล้าของแขนขาและหัวใจก็เกิดขึ้นซะงั้น
“หันหน้ามาดี ๆ พี่จะได้ดูให้”
“เอ่อ...” หันก็หันค่ะถึงแม้จะใจเต้นไม่เป็นจังหวะ มือก็ชื้นเหงื่อขึ้นมาง่าย ๆ ก็ตาม
ฉันหันไปหาเขามากขึ้นแต่ไม่ได้สบตาแล้ว ใครจะสบตาไหวถามจริง -///- พอหันไปในองศาที่น่าจะพอดีสำหรับการดูและเอาสิ่งแปลกปลอมที่ติดหน้าออกฉันก็มองต่ำไม่คิดจะสบตาเขาอีกเลย ส่วนเขาเองก็ใช้มืออีกข้างมาเกลี่ยผิวที่แก้มฉันเบา ๆ
“...อะไรติดแก้มหวายเหรอพี่คุณ” ฉันเห็นเขาเกลี่ยผิวให้ฉันเหมือนอยากจะเช็ดออกให้ด้วยน้ำหนักที่เบามือมากเลยอดถามไม่ได้เพราะเช็ดแบบนี้ไม่รู้เมื่อไหร่มันจะหมด หรือไม่แน่ลมหายใจฉันอาจจะหมดก่อน -///-
“อยากรู้เหรอ”
“อื้อ” ฉันตอบในลำคอส่วนเขาก็ขยับมาใกล้มากขึ้นคล้าย ๆ กับจะมองผิวตรงที่กำลังเช็ดให้ชัดขึ้น
“ไม่มีอะไรหรอกมันก็แค่...ความสวย”
“...คะ?” คำตอบที่ได้ทำฉันเผลอลืมตัวกล้าสบตาเขาอีกครั้งทำให้เห็นใบหน้าหล่อไร้ที่ติในระยะเผาขนจนใจเต้นแรงไม่เป็นตัวของตัวเอง
“ความสวยไงที่ติดหน้าเรา เอามือเช็ดไม่ออกด้วยสงสัยที่ต้องลองเช็ดด้วยวิธีอื่นดู”
“ฮะ? คืออะ...อื้อ~”
