EPISODE 13 : ความรู้สึกไหน
“นี่ถ้ามีคนเห็นแล้วจำได้ว่าหวายมากับพี่คุณนะเป็นประเด็นอีกรอบแน่ ๆ แล้วรอบนี้ก็น่าจะหนักเลย”
“ไม่เป็นไร ถ้ามีคนเห็นเดี๋ยวพี่บอกเขาเองว่าที่มาด้วยกันเพราะพี่กำลังตามจีบเรา”
“...พี่ก็แอบตลกเหมือนกันเนอะ แหะ ๆ ๆ” เขินแหละแต่พยายามทันมุขเขาให้ได้
“เปล่า พี่ไม่ได้ตลก”
“...” หวาย ตกลงว่าเขาตลกหรือไม่ได้ตลกกันแน่วะ แล้วทำไมหน้าเขาดูซีเรียสจัง
“กินข้าวซะไม่ต้องนั่งทำหน้าแดง กินข้าวให้อร่อยแล้วต่อไปนี้ใครจะมาถล่มอะไรก็ไม่ต้องสนใจ เขาไม่ได้หาข้าวให้กิน สนใจพี่ยังดีกว่าเพราะพี่จะเป็นคนพาเราไปกินของอร่อยบ่อย ๆ เอง”
“...” ไม่อยากอยู่แล้ว อยากวิ่งออกไปกรี๊ดในห้องน้ำ
“เข้าใจไหม”
“เอ่อ...พี่ลองชิมจานนี้ดู” ตะ ตักให้เขาดีกว่าไม่รู้จะทำอะไรดี -///-
“ขอบคุณครับ”
“เฮ้ย! ขะ ขอโทษพี่คุณ หวายลืมตัวเอาช้อนตัวเองตักอาหารให้พี่เฉยเลย” มัวแต่เขินไง เขินจนหยิบช้อนตัวเองไปตักอาหารให้เชขาแทนที่จะให้ช้อนกลาง ยัยใบหวายเอ้ย~ T^T
“เรื่องเล็กน่า” เขาอมยิ้มแต่ฉันอับอายจนทำอะไรไม่ถูก
“เดี๋ยวขอให้เขาเอาจานมาเปลี่ยนให้นะพี่คุณ”
“จะเปลี่ยนให้ยุ่งยากทำไม ไม่เห็นเป็นอะไรเลยใบหวาย” เขาตอบกลับแล้วก็ตักอาหารเข้าปากแต่มัน...
“พี่คุณอย่ากินเพราะเกรงใจได้ไหมล่ะ หวายไม่ได้ใช้ช้อนกลางพี่คุณก็เห็น” ฉันเซ็งสายตาก็จ้องปากเขาที่กำลังเคี้ยวอาหารคำนั้น
“แล้วมันจะเป็นอะไร เราเป็นโรคร้ายเหรอ?”
“บะ บ้า!”
“ฮึ ๆ ๆ กินไปเถอะซีเรียสทำไมพี่ยังไม่คิดอะไรเลย”
“ก็มัน... / กินเถอะน่าเรื่องแค่นี้เอง”
“เกรงใจกลัวพี่รังเกียจ” ฉันพึมพำเบา ๆ สำหรับบางคนอาจจะดูเล็กน้อยแต่นี่เราไม่ได้สนิทสนมกันเป็นการส่วนตัว ที่มากินข้าวด้วยกันสองวันติดหลังจากเคยไม่กินเส้นกันใหญ่โตก็ยังงง ๆ อยู่เลยว่ามาได้ยังไง แต่สุดท้ายก็คือคนที่ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวอยู่ดีเข้าใจไหมล่ะ แล้วพอมากินข้าวเอาช้อนที่ตัวเองตักเข้าปากแล้วไปตักอาหารให้เขาแทนการใช้ช้อนกลางฉันเลยกลัวเขาจะรังเกียจไง ไอ้ที่เขากินเข้าไปเมื่อกี้บางทีอาจจะแค่รักษามารยาทก็ได้เพราะเขาดูมีมารยาทกดว่าฉันตั้งเยอะ แหะ ๆ ๆ
“เข้าใจ เอาไว้เดี๋ยวทำให้รู้ว่าไม่ได้รังเกียจแล้วกัน”
“...” สายตาเขามันดู...ร้ายจัง
ร้ายแบบไม่ใช่ชั่วร้าย แต่ร้ายแบบมีผลการทำลายล้างสูงต่างหากล่ะ -///-
เรานั่งกินข้าวกันเขาก็ชวนคุยอะไรเรื่อยเปื่อย ถามเรื่องเรียน เรื่องเพื่อน ๆ นิดหน่อย แต่ส่วนมากจะเป็นเรื่องงานฟุตบอลประเพณีมากกว่า ไม่ใช่เรื่องเตรียมงานนะคะแต่หมายถึงความสุขของปีที่ผ่านมาแล้วเขาก็เล่าเรื่องปีก่อน ๆ ตอนที่ฉันยังเป็นแค่เด็กมัธยมวัยใสให้ฟังว่างานเป็นแบบไหน ตอนเขาเล่าทุกอย่างเป็นธรรมชาติมาก ฟังเพลินไปหมดรู้ตัวอีกทีก็เพลินจนเราสองคนหัวเราะขำกับคำพูดของกันและกันไปหลายต่อหลายครั้ง...
-เวลาต่อมา-
“ขอบคุณนะพี่คุณ อาหารวันนี้อร่อยมาก~” รถจอดอยู่ที่หน้าหอแล้วฉันเลยเอ่ยคำขอบคุณพร้อมกับยิ้มให้เขาจนตาหยี
“ครับ”
“ถ้างั้นหวายไปก่อน ขับรถดี ๆ นะดึกแล้ว”
“ครับ”
“...บายค่ะ” เขิน ๆ เนอะ เขินอะไรก็ไม่รู้ก็แค่เขามองหน้าตลอดแล้วก็พูดแค่คำว่าครับด้วยน้ำเสียงหล่อทุ้มแถมยังอบอุ่นก็แค่นี้เอง -///-
ฉันลาเสร็จก็หันไปเปิดประตูรถด้วยใจที่ค่อนข้างสั่น
กึก!
“ปลดล็อกรถให้หน่อย” เขาน่าจะลืมปลดล็อกฉันเลยหันไปบอก
“ปลดล็อก?” เอ้า! งงอะไรตัวเองก็น่าจะเห็นอยู่ว่าทางนี้เปิดประตูไม่ได้
“อาฮะปลด...อื้อ!” ตอนแรกคิดว่าเขางงแต่ตอนนี้กลายเป็นฉันที่กำลังงงเองเพราะเขา...เขาจูบฉัน!
“อ๊ะ! / อืม~” ฉันพยายามจะขัดขืนถึงมือจะสั่นมากก็ตามแต่พอเขาเปล่งเสียงในลำคอเหมือนจะดุเบา ๆ ออกมาพร้อมกับจับมือฉันไว้ จับแบบไม่ได้บีบบังคับด้วยนะแค่จับไว้เบา ๆ เพื่อไม่ให้ฉันดันเขาออกได้ร่างกายฉันมันก็เหลวยิ่งกว่าเจลาโต้ที่ถูกตักออกมารอคนกินถ่ายรูปเกินห้านาที
บะ บ้าไปแล้วแน่ ๆ วันนั้นฉันโดนเขาเอาจุ๊บแรกไปครองแล้วแต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่จุ๊บเหมือนวันนั้นเพราะการที่เขาสอดลิ้นเข้ามาในปากฉันพจนานุกรมทั้งโลกเขาเรียกว่า...จูบ
“อืม~”
“...” ฉันเป็นอะไรไป ทำไมฉันร่างกายอ่อนแรงแบบนี้ ยิ่งจังหวะที่เขาเปล่งเสียงครางเบา ๆ ในลำคอออกมาให้ได้ยินใจฉันก็สะท้านขนในร่างกายก็ลุกไปหมด
อาการนี้มันเรียกว่าอะไรเหรอใบหวาย...
อาการที่แกใจเหลวให้กับจูบของคนแปลกหน้าที่เพิ่งจะรู้จักกันบ้าง เคยกินข้าวด้วยกันสองวันติดแต่พอโดนจูบนอกจากไม่รังเกียจแกยังเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขาแบบนี้มันเรียกว่าอะไรกันนะ...
“...” อึ้ง อึ้งแบบ...อึ้งing -///-
พอเขาเอาปากออกห่างหลังจากที่จูบนานแค่ไหนไม่รู้ร่างกายยัยคนเก่งอย่างฉันก็เหมือนถูกสาป ขยับไม่ได้ แม้แต่จะเม้มปากก็ยังทำไม่ไหวเลย
จุ๊บ~
O///O
ยะ ยังไม่หมดอีกเหรอ นี่ยังมีจุ๊บที่ปากอีกรอบด้วยเหรอ
เขากำลังทำให้ฉันแทบบ้าเขารู้ตัวบ้างรึเปล่า ไหนจะมือเขาที่ปล่อยมือฉันแล้วขยับมาลูบแก้มฉันเบา ๆ แทนในขณะที่หน้าเขาแทบจะไม่ห่างจากหน้าฉันไปไหนไกลเลย
“ทำให้ดูแล้วนะว่าไม่ได้รังเกียจ~”
“พี่...อื้อ~” รู้แล้วว่าไม่ได้รังเกียจแต่ไม่ต้องตอกย้ำก็ได้เพราะคนที่ตลอดชีวิตมันไม่เคยโดนจูบมาก่อนมันจะตายแล้ว...
-เวลาต่อมา-
ติ๊ง!
Chao-khun : พี่ถึงร้านแล้ว ทำงานก่อนนะ
“...” บะ บ้า! บ้าที่สุดเลย!
โคตรจะบ้าเลย! >///<
“ทำให้ดูแล้วนะว่าไม่ได้รังเกียจ~”
“พี่...อื้อ~”
“รู้แล้วนะว่าพี่ไม่รังเกียจ” เขาจูบนานกว่าครั้งแรก นานจนรู้สึกชาที่ปากแต่หัวใจกลับไม่ด้านชา ยิ่งครั้งนี้พอถอนจูบเขาเอาหน้าผากมาแนบหน้าผากฉันไว้ มือที่เคยลูบแก้มก็สอดเข้าไปที่ต้นคอยิ่งทำให้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่กล้าพูดตรง ๆ ว่า...สยิว มีเพิ่มมากขึ้นจนใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะในทุกวินาทีที่เราอยู่ใกล้กัน
“พะ พอ พอแล้วพี่คุณ” เสียงฉันสั่นมาก จะด่าเขาก็ไม่กล้าเพราะเมื่อกี้ตัวเองก็เคลิ้มจนจูบตอบ ถึงมันจะเงอะงะไปบ้างแต่มันก็เรียกว่าจูบตอบอยู่ดี
“ห้ามโกรธล่ะ พี่ไม่ได้แอบจับก้น”
“บะ บ้า” ฉันต่อว่าเขาด้วยเสียงที่ทั้งสั่นทั้งเบา มือเขาที่ประคองต้นคอฉันอยู่ก็ขยับปลายนิ้วเกลี้ยไล้ผิวฉันเบา ๆ
“ฮึ ๆ ๆ ขึ้นนอนได้แล้วครับ เดี๋ยวพี่จะขอตัวกลับไปเคลียร์งานต่อนิดหน่อย” ฮะ?
“เอ่อ...อาฮะ” งง ๆ ที่เพิ่งจูบฉันอยู่ดี ๆ บอกฉันว่าห้ามโกรธไปหยก ๆ ก็มาบอกให้ฉันขึ้นนอน นี่จะไม่ต่อ เอ้ย! จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ เขาเพิ่งจูบฉันเหมือนจะสูบวิญญาณไปสองครั้งเลยนะ แต่จะให้ทำยังไงล่ะศักดิ์ศรีฉันมันก็มีพอเขาบอกให้ไปฉันที่ถึงจะงงแค่ไหนก็ไม่เรียกร้องอะไรจากเขาอยู่แล้ว
ฉันตกลงแล้วขยับออกพร้อม ๆ กับเขาที่ขยับตัวกลับไปจากนั้นฉันก็หันไปเปิดประตูทันทีแต่มันก็ยังล็อกไงเลยบอกเขาให้ปลดล็อกโดยที่ไม่ได้หันกลับไปมองเหมือนรอบก่อน
“พี่คุณปลดล็อกประตูหน่อย”
“พรุ่งนี้ถ้ามีใครถามเรื่องคลิปก็ไม่ต้องสนใจเข้าใจไหม”
“...อื้อ จะพยายามไม่สนใจก็แล้วกัน ปลดล็อกได้แล้ว” ฉันตอบกลับแต่ก็ไม่ได้หันกลับไปมองเหมือนเดิม ไม่ต้องห่วงหรอกจะพยายามไม่สนใจอะไรทั้งนั้น...ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม
“ครับ”
ติ๊ด!
เขากดปลดล็อกให้ฉันก็เปิดประตูแล้วลงจากรถทันที
“ใบหวาย”
“...คะ” กำลังจะปิดประตูให้เขาก็เรียกไว้ก่อนเลยขานรับด้วยอารมณ์ที่โคตรจะรู้สึกไม่ดี แต่บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกไม่ดีแบบไหน โกรธ โมโห เครียด หรือว่า...น้อยใจ
“ถ้ามีคนถามเรื่องพี่ไม่ต้องตอบอะไรทั้งนั้น”
“รู้แล้ว” ย้ำเพื่อ? ตกลงจะเอายังไง? มาทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองสนใจเขาแล้วสุดท้ายก็มาพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี่นะ? ตลกว่ะ ได้จูบแล้วก็เลยไม่สนใจความรู้สึกเลยงั้นเหรอ หรือว่าพอได้จูบฉันแล้วมันเกิดอาการไม่อยากสานต่อเพราะฉันจูบไม่เป็นสับปะรด เหอะ! ใช่แน่ ๆ ฉันว่ายังไงก็ใช่
“ตอบแค่พี่กำลังตามจีบเราก็พอ”
“...”
“รู้ไหม ตอบเขาแค่นั้น เพราะพี่กำลังตามจีบหวายจริง ๆ”
“...” มะ ไม่รู้แล้ว ไม่รู้อะไรทั้งนั้นแล้วอีตาพี่คุณ...
ฉันแทบบ้าหลังจากเขาพูดจบแต่เขาดันยิ้มเหมือนคนที่อารมณ์ดีมาก ถึงจะไม่ได้ยิ้มกว้างเพราะทรงเขามันดูแบดบอยแบบคุณชายชนชั้นสูงแต่ก็ดูออกว่าที่ยิ้มอยู่นั่นคืออารมณ์ดีมาก
โชคดีนะที่เขาไม่ได้พูดอะไรแค่ยิ้มและมองสบตากับฉันอยู่ไม่กี่วินาทีจากนั้นเขาก็ขับรถออกไปเพราะจังหวะนั้นถ้าเขาพูดอะไรออกมาอีกไม่แน่นะฉันอาจจะแสดงออกว่าเขินขั้นสุดให้เขาเห็นเลยก็ได้
แล้วนี่ดูสิพอเขาไปแล้วเขาก็ยังจะส่งข้อความมาอย่างกับจะรายงานชีวิตตัวเองให้ฉันฟัง แล้วฉันก็ดันใจเต้นแรงไปกับสิ่งที่เขาทำไปแล้วด้วยสิ
“ถ้ามีคนถามเรื่องพี่ไม่ต้องตอบอะไรทั้งนั้น”
“ตอบแค่พี่กำลังตามจีบเราก็พอ”
“รู้ไหม ตอบเขาแค่นั้น เพราะพี่กำลังตามจีบหวายจริง ๆ”
เสียงเขาดังวนในหัวไม่หยุด ภาพเหตุการณ์ที่เราจูบกันในรถเขาก็ฉายชัดในความรู้สึกไม่หยุดเหมือนกัน ทั้งสองอย่างมันฉายวนซ้ำ ๆ จนฉันไม่เป็นอันทำอะไรนอกจากนั่งนิ่ง ๆ บนเตียง
ฉันเอามือลูบปากตัวเองเบา ๆ ปากที่เพิ่งสัมผัสปากร้อน ๆ ของเขามานานหลายนาทีถึงสองครั้งในวันเดียว แล้วมันก็เป็นจูบแรกของฉันด้วยสิ
เจ้าของจุ๊บแรกในชีวิตมาเอาจูบแรกในชีวิตของฉันไปเป็นของตัวเองแล้ว ตอนนี้ยิ่งเอามือสัมผัสปากใบหน้าที่หล่อไร้ที่ติของเขาก็ยิ่งฉายชัดอยู่ตรงหน้าฉัน
...นี่เราญาติดีกันแค่สองวันเองนะแล้วพี่เอาความรู้สึกไหนมาตามจีบหวายเหรอพี่คุณ แล้วหวายก็เหมือนกัน...หวายเอาความรู้สึกไหนมาชอบพี่ไปแล้วกันนะ -///-
