บท
ตั้งค่า

EPISODE 11 : ค่าตอบแทน

Khun BAI

กำลังติดตาม 16 ผู้ติดตาม 105.65 K ถูกใจ 55.9 K

“...” ฉันไม่เคยมีผู้ติดตามถึงยี่สิบคนด้วยซ้ำเพราะแอคเค้าท์ของฉันไม่เคยมีรูปตัวเองนอกจากรูปมือที่ถือแก้วกาแฟหรือจับหนังสือเล่มโปรดอ่าน แต่นี่มัน...อีลิลลี่!

ตื๊ด ตื๊ด~

อยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว เฮ้ย อยู่ไม่ไหว อ้าว โซเชียลมันน่ากลัว กลัวกลัวกลัว อร้าย~

โคตรจะน่ากลัวเลยเพราะทั้งที่ไม่มีหน้าฉันในแอคนี้เหล่าชาวเน็ตที่ตามวาร์ปมายังทั้งคอมเม้นท์ทั้งส่งข้อความมาด่า นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ!

ติ๊ด!

(ครับ)

“พี่คุณ มีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือ” ครั้งนี้ฉันไม่อิดออดที่จะเรียกเขาเพราะไม่ไหวแล้วจริง ๆ รู้ไหมคะว่าตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ที่เวลาสองทุ่มทั้งยอดผู้ติดตาม ยอดคอมเม้นท์ ยอดคนส่งข้อความมาหลั่งไหลอย่างกับสายฝนเดือนหกหลังจุดบั้งไฟขอฝนกับพญาแถน T^T

(ขอความช่วยเหลือ?)

“อื้อ”

(เกิดอะไรขึ้น เจอไอ้คนคนนั้นอีกเหรอ แล้วตอนนี้เราอยู่ที่ไหนใบหวาย) เสียงเขาเริ่มเครียดมากขึ้นแต่น่าจะไม่เท่าฉันมั้ง T^T

“ไม่ใช่หรอก แต่เป็นเรื่อง...” ฉันรีบเล่าให้ฟังถึงต้นเหตุของเรื่องที่จะขอความช่วยเหลือ ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าเขาจะรำคาญรึเปล่าเพราะมันเป็นเรื่องที่ฉันก็ทะเล่อทะล่าไปด่าเขาเองแต่ก็ยังหน้าด้านมาขอความช่วยเหลือจากเขาหลังจากโดนโซเชียลถล่ม ถ้าเป็นฉันนะบางทีอาจจะสมน้ำหน้าแล้วก็ด่าซ้ำก็ได้ แต่ฉันก็ไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใครแล้วจริง ๆ ไง

“เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ ตอนนี้มีหลายแอคเอารูปเอาข้อมูลทางนี้ไปโพสแล้ว”

(ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน)

“ฮะ? หอ ทำไมเหรอ”

(เดี๋ยวพี่ไปรับ ไปกินข้าวกัน) ฮะ? ไปกินข้าวเนี่ยนะ?

“ขอปฏิเสธได้ไหมกินอะไรไม่ลงไม่อยากออกไปเจอใครเลย กลัวมีคนจำได้ ยิ่งไปกับพี่ด้วย เฮ้อ! ว่าแต่สรุปพี่ช่วยอะไรไม่ได้สิเนอะ ขอโทษนะพี่คุณที่โทรไปรบกวน จะสมน้ำหน้าก็ได้นะไม่โกรธ” ฉันพูดออกมาแบบปลงตก ไม่โกรธอะไรเขาเลยถ้าเขาจะไม่ช่วย ตอนนี้แค่เซ็ง นอยส์ รู้สึกแย่ที่โดนถล่มจากคนที่ไม่เข้าใจว่าฉันก็แค่ปกป้องศักดิ์ศรีของเพื่อนแค่นั้นเอง

(บอกรึยังว่าจะไม่ช่วย)

“ก็พี่ชวนกินข้าวไม่พูดเรื่องที่ขอความช่วยเหลือ”

(ก็พี่กลัวเราเครียดจนยังไม่ได้กินข้าว)

“...”

(อยากให้กินข้าวก่อน อยู่หอใช่ไหมพี่เพิ่งทำงานเสร็จเดี๋ยวไปรับ)

“ไม่...โอเค ถ้าไม่รบกวนพี่เกินไปนะ”

(แต่งตัวรอก็พอเดี๋ยวพาไปกินข้าวร้านอร่อย)

“ร้านแบบไหนจะได้แต่งตัวถูก”

(แต่งตัวง่าย ๆ สบาย ๆ ก็พอ ร้านริมน้ำคนไม่เยอะหรอก)

“ค่ะ”

(ถึงแล้วเดี๋ยวพี่โทรหา)

“โอเค”

(ครับ)

ติ๊ด!

“...” นี่ฉันไม่บ้าเกินไปใช่ไหมที่เกิดปัญหาแล้วโทรไปหาคนที่เป็นคู่กรณีในคลิป แถมยังเพิ่งคุยกันดีจริง ๆ แค่เมื่อคืนเอง คุยกันดี ๆ ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงรึยังเหอะ -_-

พอวางสายจากเขาแล้วก็รู้สึกแปลก ๆ ชะมัด นี่แกทำอะไรลงไปวะใบหวาย แล้วอีตานั่นอีก อีตาเป็นอะไรทำไมถึงดู...ใจดีกับแกจังเลยนะ

-เวลาต่อมา-

“นี่ไม่มีรถธรรมดาบ้างเลยเหรอ” ฉันลงมาหน้าหอเจอเขายืนรออยู่นอกรถ คนเดินเข้าออกหอก็มองกันทุกคนเพราะรถเขาหรูเกินกว่าจะมาอยู่ในซอยแคบ ๆ ที่อัดแน่นไปด้วยหอพักราคาถูก ๆ

“หนวกหูเหรอ”

“คนมองเยอะต่างหากล่ะ ยิ่งไม่อยากให้คนจับจ้องอยู่ด้วยพี่เล่นขับแลมโบมาขนาดนี้เกิดมีคนกำลังสนใจคลิปนั้นอยู่แล้วจำได้เดี๋ยวได้เป็นเรื่องไม่จบ”

“ฮึ ๆ ๆ ขึ้นรถได้แล้ว” เขาพูดจบก็เปิดประตูให้ฉัน สรุปคือไม่สนใจว่าจะมีใครจำได้รึไงนะอีตาเจ้าโลก

“...” สารภาพตรง ๆ นะคะว่าตอนแรกเครียด มันว้าวุ่นมาทั้งวันเพราะไม่เคยโดนทัวร์ลงตอนเห็นรถเขามารับก็ยิ่งเครียดเพราะกลัวเกิดประเด็นใหม่ที่อาจจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอย่างเช่นฉันใช้มุขโดนจับก้นเพื่อจับเขาจนสำเร็จอะไรประมาณนี้แต่พอเขาเปิดประตูรถให้เท่านั้นแหละ โอ้โห~ ข้างนอกว่าสวยมากแล้วข้างในยิ่งโคตรสวย วาสนาไม่เคยแม้แต่ใช้ปลายนิ้วสัมผัสพื้นผิวภายนอกของแลมโบกินี่แต่วันนี้อยู่ดี ๆ ก็จะได้ขึ้นไปนั่ง นี่มันวาสนาก้นบ๊ะ ๆ ของใบหวายชัด ๆ

ตื่นเต้น ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ >///<

ฉันตื่นเต้นแต่พยายามเก็บทรง จำท่าดารานางแบบเวลาเขาขึ้นลงรถพวกนี้ได้เลยทำบ้างแล้วมันก็โคตรจะเพอร์เฟคเลยคุณน้า~ เก่งว่ะ ทำไมเก่งแบบนี้ใบหวาย~ >O<

“สวยเนอะ”

“อะไรสวย” เขาขับรถออกจากหอพักฉันก็มองสำรวจรถแล้วชม ก็มันสวยจริง ๆ นี่นาใครจะอดใจไม่ชมไหว ส่วนข้างนอกคนก็มองกันใหญ่เลยค่ะ น่าเสียดายเหมือนกันเนอะที่เขาไม่ได้เห็นว่าคนที่สวยมากกำลังนั่งอยู่ในรถที่เท่มากคันนี้ อิอิ

“รถพี่ไง สวยมาก~”

“ชอบเหรอ”

“ใครจะไม่ชอบแลมโบถามจริง”

“ขับไหมล่ะเดี๋ยวจอดให้ขับ”

“ฮ่า ๆ ๆ พูดไปเรื่อยน่ะพี่ ใครจะไปกล้าขับรถคนอื่น”

“ฮึ ๆ ๆ สักวันก็คงกล้า” เขาหัวเราะแล้วพูดเบา ๆ แต่ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจจะพูดต่อเท่าไหร่เพราะยังไงก็คงไม่กล้าขับรถคนอื่นแน่นอนต่อให้จะเป็นแค่รถญี่ปุ่นราคากลาง ๆ ก็ตาม

ระหว่างนั่งรถฉันกับเขาไม่ค่อยได้คุยอะไรมากกว่านี้แล้วล่ะเพราะเขามีสายโทรเข้ามา ไม่ได้อยากเสียมารยาทฟังแต่เขาเชื่อมบลูทูธกับรถอ่ะให้ทำไง แถมที่สำคัญคือตอนที่มีโทรศัพท์เข้ามาเขาทำยังไงรู้ไหมคะ?

“พี่ขอคุยงานก่อนนะ พอดีนัดหุ้นส่วนไว้ว่าจะคุยงานกันเวลานี้”

“อ๋อ ตามสบายเลยค่ะ”

“ถ้าเปิดบูลทูธเราจะหนวกหูไหม”

“ฮะ?”

“เราจะหนวกหูหรือรำคาญรึเปล่า พี่อาจจะต้องคุยนาน”

“นี่มันรถพี่นะต้องขอด้วยเหรอ?”

“ก็กลัวเรารำคาญ เผื่อเราอยากฟังเพลงพี่จะได้ใช้เอียร์โฟนแทน”

“เอ่อ มะ ไม่นะ ตามสบายเลย”

จำได้ว่าตอนนั้นฉันเอ๋อรับประทานไปเลยเพราะไม่มีความจำเป็นสักนิดที่เจ้าของรถจะต้องขออนุญาตจากคนที่แค่มาอาศัยนั่ง แต่สุดท้ายฉันก็คิดว่าเขาคงแค่มีมารยาท ดูท่าทางจะรวยมาก อาจจะเกิดในตระกูลเศรษฐีผู้ดีเก่าเลยมีมารยาทขั้นพื้นฐานมาก ๆ อะไรประมาณนั้นมั้ง เขาไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นหรอก...

“โอเค ถ้างั้นมึงจัดการได้เลย”

(แล้วนี่มึงอยู่ไหนวะ แล้วแม่งก็รับปากซะดิบดีว่าจะเข้ามาดูร้าน ไอ้ห่า)

“กูมีธุระด่วน”

(สำคัญ?)

“อืม สำคัญ”

“...”

(สงสัยสำคัญมากจนยอมทิ้งงาน เออ ๆ จัดการธุระของมึงเถอะ)

“อืม ฝากจัดการที่เหลือด้วย”

(เออ)

ติ๊ด!

“...” ฉันนั่งฟังเขาคุยกับเพื่อนนานถึงสามสิบสี่นาทีแบบไม่ได้ตั้งใจจนรู้ว่าเขากำลังจะเปิดผับอีกที่ วันนี้เขามีนัดต้องเข้าไปคุยกับบริษัทที่รับเหมาเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยของตัวอาคารแต่สุดท้ายเขาก็ไม่ไปแล้วเลือกคุยกับหุ้นส่วนให้ไปจัดการคุยกับบริษัทรับเหมาเอง แถมราคาอะไรที่เขาคุยกันมาก็หลักสิบล้านเลยฉันนี่นั่งฟังไปก็อึ้งไปเพราะเขาคุยกันชิลมากเรื่องจำนวนเงินแต่พอเป็นเรื่องระบบต่าง ๆ เขากลับเน้นย้ำหุ้นส่วนด้วยท่าทางน้ำเสียงที่จริงจังจนดู...มีเสน่ห์

แต่...แต่นั่นไม่สำคัญเท่าการที่ฉันได้รู้ว่าเขาเทงานสำคัญวันนี้ของตัวเองเพื่อมาหาฉันที่เพิ่งโทรไปขอความช่วยเหลือด้วยเรื่องที่น่าจะขี้ปะติ๋วสำหรับคนที่ทำธุระกิจหลักสิบล้าน

“ขอโทษนะพี่คุยโทรศัพท์ยาวเลย เบื่อรึเปล่า”

“ไม่อ่ะ...พี่คุณ” ฉันส่ายหน้าตอบ ไม่เบื่อหรอก นอกจากไม่เบื่อยังฟังเพลินมากด้วยเพราะฉันไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจอะเลยรสักนิดพอได้ฟังก็แปลกใหม่ดี ได้ความรู้ด้วย พอส่ายหน้าตอบเสร็จฉันก็นิ่งไปนิดหน่อยแล้วค่อยเรียกเขา เรียกด้วยความรู้สึกที่อยากเรียกเขาว่า พี่ จริง ๆ

“อื้ม ว่าไง”

“ขอบคุณนะที่มาหา ไม่รู้ว่าพี่จะช่วยแบบไหนแต่ขอบคุณมากจริง ๆ” ฉันรู้สึกขอบคุณเขาจริง ๆ นะ ขอบคุณจากหัวใจเลย

“ตอบแทนไหมล่ะ” เขาหันมามองแล้วยิ้มเหมือนขำยิ่งตอนถามยิ่งดูเหมือนกลั้นขำไว้นิดหน่อย

“ตอบแทนอะไรอย่าบอกนะว่าจะให้เลี้ยงข้าว” เพราะถ้าใช่ฉันขอเซย์โน เซย์โนแน่นอนเพราะรถเขาเลี้ยวเข้าร้านอาหารร้านหนึ่งแล้วซึ่งดูจากร้านแล้วแพงแบบไม่ต้องเดาชัวร์

“ฮึ ๆ ๆ ง่ายกว่านั้นอีก แต่ต้องรับปากก่อนว่าจะตอบแทน”

“อะไรอ่ะ? ไม่เอาเกิดพี่ให้ทำอะไรพิลึก ๆ นี่ก็... / หวาย”

“...ฮะ?” กำลังพูดไงแต่เขาเรียกฉันแทรกขึ้นมา แถมยังเรียกสั้น ๆ แบบที่มีแค่คนสนิทที่เรียกกันด้วยเลยยิ่งงง

“หวาย แทนตัวเองว่าหวายเหมือนที่คุยกับคนอื่นได้ไหม ขอค่าตอบแทนแค่นี้”

“เอ่อ...” ทำไมเขาของ่ายจัง ง๊ายง่ายแต่มันกลับดูยากมาก ๆ ในความรู้สึกฉัน

ตึก! ตึก ตึก ตึก!

ก็...ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นแต่มัน...เขิน นี่ฉันเขินแปลก ๆ แบบนี้กับผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ -///-

“หรือพี่ขอมากไป” ฉันไม่ได้รู้สึกถูกกดดันจากคำถามนี้ ฉันรู้สึกเหมือนมีรังสี...ความเอ็นดู แผ่กระจายออกมาด้วยซ้ำไป

ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองนะถึงเขาจะทำให้รู้สึกเข้าข้างตัวเองได้ไม่ยากมาหลายครั้งตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็ตาม แต่ครั้งนี้ฉันบอกได้คำเดียวว่าฉันรับรู้ถึงความเอ็นดูจากเขาได้จริง ๆ

“...ไม่ค่ะ ไม่หรอก”

“ถ้างั้นต่อไปแทนตัวแบบนี้กับพี่ได้ไหมล่ะ ฟังเราแทนตัวว่านี่อย่างงั้น นี่อย่างงี้แล้วมันขัดหู”

“ก็...ค่ะ โอเค” ก็คงต้องได้แหละ เขาขอค่าตอบแทนง่ายจะตายถึงในใจมันจะแอบรู้สึกว่ายากมากเพราะตอนพูดน่าจะเขินตัวเองมาก ๆ ก็ตาม -///-

ก็นะในเมื่อขอมาแล้วต่อให้มันคงจะเขินมาก ๆ แต่ยังไงหวายก็จะทำให้แล้วกันนะ...พี่คุณ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel