The Hidden Secret ปรารถนาลวง บทที่ 4
“รู้ตัวมั้ยว่าทำอะไรอยู่” เขากระซิบ “เธอเมา”
“พี่สิเมา ฉันไม่ได้เมาเสียหน่อย”
ขณะที่พูดก็ละสายตาพร้อมกับเลื่อนตัวขึ้นนั่งตัวตรง คิ้วเรียวมุ่นลงด้วยท่าทียุ่งยากใจ ไม่รู้ว่าจะลงมือจากตรงไหนดี กระทั่งในที่สุดก็เริ่มปลดกระดุมของเขา
มองดูท่านเทพถอนหายใจและนอนเฉยไม่ห้ามปราม จวินเล่อก็ยิ่งพึงพอใจ “เป็นเด็กดีจริงๆ เสียด้วย นึกไม่ออกเลยว่าถ้าท่านเทพรู้ว่ามีคนฝันว่าทำมิดีมิร้ายกับเขา เขาจะทำหน้ายังไง” พูดจบก็หัวเราะคิก
“คิดว่ากำลังฝันอยู่สินะ”
“ก็แหงละสิ ถ้าไม่ได้กำลังฝันท่านเทพจะมาอยู่ในห้องนอนฉันได้ยังไง”
“เล่อเล่อ”
“เห็นมั้ยยังรู้จักชื่อเล่นที่มีแค่พ่อกับแม่เรียกอีกด้วย! อีกอย่าง...ท่านเทพไม่รู้จักฉันเสียหน่อยจริงมั้ย”
ปากก็พล่ามไปเรื่อยแต่มือกลับไม่หยุดกระทั่งกระดุมหลุดทุกเม็ด มือสองข้างลูบลงไปยังลอนกล้ามหนั่นแน่น แตะเบาๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ
หญิงสาวกัดปากคล้ายลังเล “ทำไงต่อนะ ในหนังเอวี ...”
“เธอดูเอวีหรือ” เขาคว้ามือทั้งสองข้างของหญิงสาวเอาไว้ ถามด้วยท่าทางไม่พอใจ
“ก็...เคยเห็นรูมเมทดูกัน แต่ฉันไม่กล้าดูจนจบหรอก” สองแก้มแดงปลั่งขึ้นทำให้เขาหัวเราะอีกแล้ว “มันน่าอายนี่นา”
“งั้นก็แสดงว่าไม่รู้ว่าทำยังไงต่อนะสิ”
ประโยคนั้นไม่ใช่โล่งอกหรือไง...
จวินเล่อส่งเสียง ‘ฮึ ก่อนกดเขาลงกับที่นอน “ใครบอกไม่รู้ ฉันรู้นะ เอาเป็น...เรามาดูกัน”
จวินเล่อจำได้จริงจังถึงตอนนั้น เพราะภาพหลังจากนั้นไม่ปะติดปะต่อ แต่สัมผัสอันวาบหวามและความเร่าร้อนของท่านเทพ รวมไปถึงภาพที่เธอเองเป็นคนขยับไหวบนเรือนกายแกร่ง
ไม่ใช่แค่นั้น...บางภาพคลับคล้ายคลับคลาว่าเขาก็ให้ความร่วมมือดี ทั้งยังกระทั้นกระแทกจนหัวเตียงกระทบกับผนังดังกึก
ภาพคล้ายความฝันและความจริงผสานกัน จวินเล่อไม่มั่นใจว่าอันไหนจริงและอันไหนฝัน แต่ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา กลับตราตรึงจนยากจะลืมเลือน
ยามปกติเขาหล่อเหลาแต่กลับเย็นชา พยายามกีดกันผู้คนออกไปให้ห่าง แต่ยามอยู่บนเตียงเขากลับเร่าร้อนจนแทบแผดเผาหญิงสาวให้มอดไหม้เป็นจุณ
หลังผ่านค่ำคืนนั้นดูเหมือนเรื่องจะเงียบไป ท่านเทพไม่ได้โวยวายหรือออกตามหาตัวต้นเหตุอย่างจวินเล่อ หญิงสาวได้แต่โล่งใจที่ผลออกมาเป็นอย่างนี้
เขาคือท่านเทพเฟิ่งเชียวนะ เทียบกับหญิงสาวหน้าตาธรรมดาที่ไม่มีอะไรโดดเด่น อย่างนี้จวินเล่อจะยังมีหน้าไปแสดงความรับผิดชอบอะไรอีกละ
ที่สำคัญไปกว่านั้น เขาเป็นผู้ชาย เธอเป็นผู้หญิง ยังไงเขาก็ไม่เสียหายอยู่แล้ว
...ทำไมหัวใจถึงได้บีบรัดแบบนี้นะ
ผ่านไปเกือบอาทิตย์ที่เรื่องเงียบไป จวินเล่อเคยเลียบเคียงถามเอากับหลินซี อีกฝ่ายกลับบอกว่าท่านเทพกำลังจะบินไปเรียนต่ออเมริกา
ตอนนั้นลังเลว่าสมควรยอมรับผิดกับเขา โทษจะได้ลดลงกึ่งหนึ่ง แต่กลับมั่นใจว่าคงถูกเขาสั่งประหาร มากกว่าได้ลดโทษดังนั้นจึงไม่มีหน้าไปพบเขา
เพียงแต่...นึกไม่ถึงว่าจะเกิดความบังเอิญอันสมควรตายขึ้น หน้าซุปเปอร์ใกล้อพาร์ทเม้นเขายืนอยู่กับชางเยว่ นัยว่าท่านเทพคงมาเป็นเพื่อนชางเยว่เพื่อบอกลาหลินซี
ตอนที่เดินก้มหน้าก้มตาเข้าไปในซุปเปอร์ ท่านเทพดันเดินตามหลังมาเสียนี่!!!
จวินเล่อใจเต้นตึกตักไม่กล้าหันกลับไปมอง แต่เมื่อเห็นเขาคว้าตะกร้าขึ้นมาถือ เธอเองก็ลอบถอนใจอย่างโล่งอก ในใจสวดภาวนาว่าอย่าให้เขาจำได้ว่าคืนนั้นคนที่ล่วงเกินเขาเป็นใคร
“เป็นรูมเมทเสี่ยวซีสินะ”
เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังทำเอาคนที่กำลังร้อนรนสะดุ้ง “คะ? เอ่อ...ค่ะ” ขนาดพยายามไม่ลนลานแต่ก็ยังยากเย็นเต็มที
“วันหลังอย่าได้กล้าแตะแอลกอฮอร์อีกเป็นอันขาด”
ประโยคแผ่วเบานั้นคล้ายลอยเข้าหู แต่เมื่อเงยหน้ามองเขาจวินเล่อกลับพบว่าเขากำลังอ่านฉลากอาหารกระป๋อง