ตอนที่ 9 การทดสอบเบื้องต้น
ทดสอบเบื้องต้น
ข้าว่าข้าต้องหลงแล้วแน่ๆ ในตอนแรกข้าก็เดินตามทางมาปกติกับเจ้าพวกที่เดินนำมาก่อนหน้าข้า แต่เพียงแค่ข้าหยุดดูนู่นดูนี่แค่ครู่เดียวแท้ๆ หันกลับมาอีกทีข้าก็พบว่าข้าอยู่คนเดียวเสียแล้ว แต่เพื่อไม่ให้เสียเที่ยว ข้าเลยต้องเดินตามหาที่รับสมัครเอาเอง ข้าล่ะเพลียๆจริงๆ แล้วเจ้าพวกนั้นจะรีบไปไหนกันนะ รอข้าหน่อยก็ไม่ได้!
แล้วนี่ข้าต้องเดินไปทางไหนกัน ใครก็ได้ช่วยข้าที!!!!!! ข้าอยากจะตะโกนออกไปให้คนทั้งเมืองได้ยิน แต่ข้าก็คิดว่ามันออกจะน่าอายเกินไป เพราะงั้นข้าขอเดินไปเองดีกว่า ข้าเดินไปตามทางเรื่อยๆ ด้วยความหวังว่าจะเจอพวกที่มาสมัครพร้อมกับข้าข้างหน้า แต่จนแล้วจนรอดข้าก็ไม่เห็นวี่แววของที่สมัครซักนิดเดียว
“นี่ข้าต้องมาเสียเที่ยวใช่ไหมเนี่ย!” ข้าละเครียด!! นี่ข้าไม่น่ามัวหลงเหลิงกับความงดงามอ่อนช้อยของที่นี่เลยจริงๆ แต่นี่ข้าไม่ได้ผิดนะ! เจ้าคนที่สร้างที่นี่ขึ้นมาตะหากที่ผิด เพราะดันสร้างสวยจนเกิดเหตุต่างหาก
“มีอะไรให้ช่วยไหมเจ้าหนุ่ม” ข้าถึงกับสะดุ้งโหยงในทันที ก็เพราะอยู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลังข้า
ข้าหันหน้ากลับมามองเจ้าของเสียงข้าก็เห็นเป็นชายหนุ่มมาดเท่ห์ ในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินบางๆสีน้ำเงินขลิบทอง เส้นผมสีเงินยาวมาจนประบ่าใบหน้าเรียวแหลมของเขาดูหล่อเหลาไม่น้อย นัยน์ตาสีม่วงเข้ม มองตรงมาที่ข้านั้นดูอ่อนโยนและขี้เล่นในขณะเดียวกับ แต่ถึงกระนั้นก็นับว่าเขาเป็นคนที่ดูน่าเชื่อถืออยู่ไม่น้อย
“ข้ากำลังหลงทางอยู่น่ะครับ” ข้าเอ่ยด้วยสีหน้าสลดๆ แต่เดี๋ยว! ทำไมให้ร่างตรงหน้าข้าหัวเราะขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง แล้วชี้มาทางข้าอย่างนั้น
“จะ…เจ้าหลงทางงั้นรึเจ้าหนุ่ม ฮ่าๆๆ โอ๊ย ท้องแข็งแล้ว ใครก็ได้ช่วยข้าที!” ท่านหัวเราะอย่างเดียวนี่ข้าจะไม่ว่าอะไรเลย แต่ท่านลงไปนั่งตบพื้นแบบนั้น มันทำให้ข้าโยนความเชื่อถือที่มีให้ท่านทิ้งไปเลย คนบ้าชัดๆ!
“คนเราก็มีผิดพลาดกันได้นะครับท่าน ! จะว่าไปแล้วทำไมท่านถึงมาอยู่ตรงนี้ละขอรับ” ข้ากล่าวจบร่างตรงหน้าก็นิ่งขึ้นมาในทันทีทันใด
“ขะ…ข้า หลงทางน่ะ” หา! ครานี้ข้าถึงกับลงไปดิ้นบนพื้นแล้วแหกปากหัวเราะแก้แค้นทันที แต่เท่านั้นยังไม่พอหรอก ข้าต้องเอาหัวหมุดกับพื้นแล้วหัวเราะด้วยถึงจะสะใจ
ร่างตรงหน้าข้ามองข้ายิ้มๆ แล้วจึงพูดบางอย่างออกมาอย่างแผ่วเบา ซึ่งมันได้ทำให้ข้าถึงกับขำไม่ออกในทันที และคำคำนั้นก็คือ
“ข้าล้อเล่น…” หลังจากนั้นเขาก็ชี้หน้าข้าแล้วหัวเราะพลืดออกมาอีกครา นี่ท่านจะเกทับข้าสินะ !
“เอาล่ะๆ เจ้าจะไปไหนล่ะ” ข้าเงยหน้าขึ้นมามองร่างใหญ่ตรงหน้าหลังก้มหน้างุดเพราะโดนหัวเราะใส่ถึงสองครั้งสองครา
“ข้าจะไปสมัคร อัศวินน่ะครับ” ข้าเอ่ยไปเขาก็เอามือปิดปากกลั้นหัวเราะไป นี่ข้าหน้าเหมือนตัวตลกรึไงกัน! นี่ข้าไม่ได้ใส่จมูกแดงๆทาหน้าขาวดำซักหน่อย
“เอาล่ะๆ เดี๋ยวข้าพาเจ้าไปส่งเอง เป็นไง” ข้าโบกมือขึ้นทันทีทันใด
“ไม่เป็นไรครับ แค่บอกทางให้ ข้าก็ซึ้งน้ำใจแล้ว” ข้าไม่อยากให้คนที่เจอหน้าข้าครั้งแรกแล้วขำพาข้าไปหรอกเฟ้ย! ถ้าเขาดันหัวเราะตลอดทางขึ้นมา มีหวังพวกอัศวินได้มาลากทั้งเขากับข้าโยนออกนอกพระราชวังแหงๆ
“หืม…ไม่เอาจริงๆรึ ข้านี่รู้ทุกซอกทุกมุมของที่นี่เลยนะ” แล้วนั่นท่านจะชูนิ้วโป้งกับฟันขาวๆนั่นทำไมกัน!
“ข้าเกรงใจครับ” เขามองหน้าข้าแบบพินิจพิจารณาไปพร้อมกับเดินวนไปรอบๆตัวข้า
“เจ้านี่รูปงามใช้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ขี้เหล่กว่าข้าล่ะนะ” โว๊ะ! ข้ายอมเรื่องหน้าตาล่ะนะก็ข้ามันคนป่านี่
“เอาอย่างนี้ไหม” หลังจากที่เดินวนรอบข้าจบครบรอบหนึ่งเขาก็เอามือกอดอกแล้วหลับตามองหน้าข้า
“อะไรเหรอครับ” แล้วนี่ข้าจะได้ไปสมัครไหม!
“ข้ายกลูกสาวให้เจ้าเอาม้า!” นี่ท่านเห็นลูกสาวตัวเองเป็นปลาทองหรือไงกัน!
“เอ่อ คือ” แล้วเขาก็แหกปากหัวเราะใส่ข้าอีกคราพร้อมกับตบบ่าข้าดัง ป้าบ! สองครา
“ข้าล้อเล่นนา! เอาล่ะๆ ทางไปสอบอัศวินสินะ เจ้าเดินตรงไปตามทางนั้นแล้วเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาหลังจากนั้นเจ้าจะเห็นรูปสลักนกอินทรีย์สีทองอร่ามตรงกลางน้ำพุ ให้เข้าวิ่งรอบเจ้ารูปสลักนั่นห้ารอบ หลังจากนั้นเจ้าก็เดินเข้าตึกโถงใหญ่ๆที่อยู่ตรงข้ามเจ้านกแกะสลักนั่น หลังจากทีเจ้าเดินออกมาจากตึกโถงนั่นแล้ว เจ้าก็ขึ้นไปบนหลังคาแล้วมองหาอาคารที่มียอดแหลมๆ แล้วเจ้าก็กระโดดตีลังกาให้ได้รอบหมุนห้ารอบก่อนถึงพื้น แล้ววิ่งไปที่ตึกนั่นให้ไวที่สุดไปที่อาคารนั่น พอถึงอาคารนั้นแล้ว เจ้าก็ตะโกนดังๆหน้าอาคารนั่นว่า ‘ข้ามาสอบอัศวินขอรับ’ เท่านี้เจ้าก็จะถึงอาคารรับสมัครแล้วล่ะ” เขาเอ่ยพร้อมกับทำท่าทีประกอบอย่างคล่องแคล่ว ส่วนข้าก็ตั้งใจฟังแล้วจดทำทุกรายละเอียดจนขึ้นใจเพื่อไม่ให้หลงทางอีกซ้ำแล้วซ้ำอีก
“ขอบคุณมากๆครับ” ข้าโค้งหัวให้ร่างตรงหน้าคราหนึ่งก่อนจะออกตัววิ่งไปตามทางที่ ท่านผมหงอกบอกมาในทันที
“สถานรับสมัครเอ๋ย รอข้าก่อนเถอะ!” ข้าเอ่ยกับตัวเองอย่างฮึกเหิมก่อนที่จะเจอทางแยกแรกข้างหน้า
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข มองไปที่ร่างของชายหนุ่มที่กำลังวิ่งออกไปตามทางที่เขา (หลอก) บอกไว้อย่างฮึกเหิม
“เจ้าหนุ่มนั่น ซื่อเป็นบ้าเลย ฮ่าๆๆ” หลังจากนั้นใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “แต่ทำไมข้าถึงสัมผัสได้ถึงพลังแปลกๆในตัวเจ้านั่นกันนะ”
“ฝ่าบาท ออเทอร์ ขอร้าบบบ!!!! ” สิ้นเสียงก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะองครักษ์เต็มยศ พร้อมกับดาบเล่มยาวที่ถูกเก็บไว้ในปลอกสีทองขลิบดำอย่างดีถูกคาดเอาไว้ข้างเอว
“หืม” เขาหันหน้ามามองคู่สนทนา พร้อมกันนั้นเองนัยน์ตาสีม่วงก็เปล่งประกายเหมือคนที่นึกเรื่องอะไรบางอย่างออก ร่างในชุดเกราะตรงหน้าสะดุ้งคราหนึ่ง เหงื่อไหล่แตกออกมาจนเต็มใบหน้า
“คือ ข้าพึ่งนึกได้ว่า มะ…” มือเรียวยาวของร่างตรงหน้าวางประทับลงบนบ่าของเขาก่อนที่จะได้เอ่ยอะไร
“เจ้าน่ะตามข้ามา!” สิ้นคำพูดหนุ่มองครักษ์ก็ถูกฉุดกระชากลากตัวออกวิ่งไปโดยผู้ที่เขาเรียกว่าฝ่าบาท โดยที่เขาทำได้เพียงแค่ตะโกนในใจอย่างเศร้าสร้อย ‘ไม่น่าเลยข้า!’
ข้าเองหลังจากที่ได้รับการชี้แนะแนวทางมาอย่างล่ะเอียดครบถ้วน ข้าก็ตรงดิ่งไปตามทางที่ข้าได้รับมอบมาทันที ในตอนแรกๆก็ราบรื่นดีอยู่หรอกล่ะน้า แต่ตอนที่ข้าปีนขึ้นไปบนตึกโถงนั่น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
“เห้ยไอ้หนุ่ม! นั่นเจ้าจะขึ้นไปบนนั้นทำไม มีอะไรก็คุยกันดีๆ อย่าคิดสั้นสิโว้ย! ขนาดข้าโดนคนที่ตามจีบปฏิเสธมานักต่อนักแล้ว ข้ายังไม่คิดสั้นเลยนะ!” เอิ่ม…ข้ามองตรงไปยังเจ้าของเสียงที่ดังมาจากด้านล่างของชายผู้มีเรือนผมสีแดงชาด ในชุดอัศวินสีเงินเงางาม ที่กำลังตะโกนพร้อมกับปาดน้ำตาอยู่ข้างล่างนั่น นี่ข้าไม่ได้คิดสั้นซักหน่อย!
ข้ามองไปรอบๆบริเวณเพื่อหาหอคอยยอดแหลม จะว่าไปแล้วอยู่บนนี้ก็บรรยากาศดีใช่เล่นนะเนี่ย อ้ะ! นั่นไงหอคอยยอดแหลม หึหึ รอข้าก่อนเถอะ!
ข้ากระโดดทิ้งตัวลงมาและกลับตัวในจังหวะสุดท้ายก่อนลงพื้น พร้อมกับเสียงตะโกนโหวกเหวกของอัศวินผมแดง แต่ข้าก็ไม่มีเวลามากขนาดมารอฟังคำตะโกนของท่านหรอกนะ ข้าโบกมือให้ท่านอัศวินยิ้มๆ แล้วจึงออกวิ่งตรงไปทีหอแหลมนั่นในทันที
“เห้ย! ไอ้หัวเขียวนั่นเจ้าจะไปไหน รอข้าก่อน!” ฝ่ายอัศวินผมแดงก็วิ่งก็ออกวิ่งตามร่างของเอริคไปอย่างเต็มที่เช่นกัน
“ฮ่า ๆๆๆ โอ้ยข้าขำ ข้าไม่ไหวแล้ว ใครก็ได้ช่วยข้าที เมริชเจ้าก็ได้ช่วยข้าด้วย ฮ่าๆๆ” ร่างของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์แห่งนครเซนต์เบิร์กอันเกรียงไกร ซึ่งบัดนี้กับขำกลิ้งอยู่บนพื้นหญ้าอย่างไร้ความน่านับถือเป็นอย่างยิ่ง ส่วนผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นราชองค์รักษ์นั้นก็ได้แต่ยืนถอนใจกุมหัวมองผู้ที่ฝ่าบาทของตนด้วยความปวดตับ ปวดใจ ปวดตระไคร้ ปวดปอด แต่ถึงกระนั้นเขาก็นับถือว่าชายหนุ่มผู้นั้นเป็นผู้ที่น่าสนใจ เนื่องจากตึกโถงที่เขาได้ปีนไปนั้นได้ลงคำสาปอันแสนจะพิศวงเอาไว้นั่นก็คือ ไม่ว่าใครก็ตามที่พยามขึ้นไปบนหลังคานั่นจะต้องตกลงมาเจ็บหนักปานตายอย่างแน่นอน แต่ถึงกระนั้นแล้ว เจ้าหนุ่มคนนั้นก็ยังขึ้นไปได้แต่ยังกระโดดลงมาโดยไร้รอยขีดข่วนอีกต่างหาก
แต่เขาก็ยังไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้นเพราะว่าแขนของเขาถูกฉุดกระชากวิ่งออกไปตามทางที่ชายหนุ่มวิ่งออกไปต่อในทันที
“ฮ่าๆๆ ยังมีเรื่องสนุกๆรออยู่ข้างหน้าอีก เร่งฝีเท้าเข้า เมริช!”
“เอ่อ คือฝ่าบาทกำลังลากกระผมอยู่นะขอรับ!”
“อืม…จริงด้วย” ร่างใหญ่หยุดวิ่งในทันที่พร้อมกับร่างเมริชที่ค่อยๆยันตัวยืนแล้วจึงปัดเศษฝุ่นใบไม่ออกจากชุดเกราะของตน
“แต่ก็ช่างมันเถอะ ถือว่าข้าตอบแทนเจ้าบ้างก็แล้วกัน” ออเทอร์เอื้อมมือมาจับที่ขอบคอของชุดเกราะของเมริชแล้วจึงวิ่งลากตรงไปตามทางอีกครั้งอย่างร่าเริง
“ฝ่าบาท ออเทอร์ของร้าบบ ช่วยปล่อยกระผมทีเถอะขอร้าบบ” แม้ว่าเสียงนั้นจะดังแค่ไหนแต่ก็ไม่ทำให้ร่างของออเทอร์ได้ยินเลยแม้แต่น้อย ‘โชคชะตาช่างโหดร้ายกับข้ายิ่งนัก!’ เมริชคิดขึ้นพร้อมกับสะอึกสะอื้นใจดวงใจ
นั่น! ข้ามองเห็นเจ้าตึกโถงนั่นอยู่ไม่ไกลแล้ว ข้าขอเร่งความเร็วก่อนล่ะ การสอบอัศวินรอข้าอยู่!
“เจ้าหัวเขียวว!!”
“ฝ่าบาทขอร้าบบ!”
นั่นข้าเหมือนกับได้ยินเสียงอะไรไล่ๆอยู่ข้างหลังของข้านะ แต่เอาไว้ก่อนเพราะตอนนี้จุดหมายสุดท้ายอยู่ตรงหน้าข้าแล้ว!
ข้ามองไล่จากระดับพื้นขึ้นไปสู่ยอดของเจ้าอาคารนี้ ข้ายอมรับเลยว่ามันสูงมาก แต่ข้าก็ไม่หวั่นหรอก นี่มันเกิดมาเพื่อท้าทายข้าชัดๆ
“ย้ากก!” ข้าเพียงกระโดดขึ้นคราหนี่งก็เกือบถึงจะถึงความสูงหนึ่งในสี่ของเจ้าอาคารนี้แล้ว และเพียงข้ากระโดดต่อไปโดยการเหยียบตรงบริเวณขอบหน้าต่างแล้วรอยต่อต่างๆอีกเพียงไม่กี่ครั้งก็ถึงยอดของอาคารนี้ในที่สุด
“อา…” แขนขวาของข้าเกาะตรึงร่างกายของข้าเอาไว้บนปลายยอด ข้าหลับตาลงรับแรงลมที่พัดปะทะเข้าใส่ตัวของข้าทำให้สุดสีขาวที่ข้าใส่อยู่นี้ปลิวไสว
“นี่มันสดชื่นจังเลยน้า!” ข้าลืมตาขึ้น มือของข้าละมือปล่อยออกมาจากยอดของอาคารสูงร่างกายของข้าถูกดึงตกลงมาอย่างไร้การควบคุม และในทันทีที่ร่างของข้าใกล้จะตกลงสู่พื้น ข้าก็ได้ทำตามเงื่อนไขสุดท้ายที่ข้าได้รับเอาไว้
“ข้ามาสมัครอัศวินขอร้าบบ!” ข้าตะโกนอย่างสุดเสียง ฮ่าๆ บรรยากาศแบบนี้นี่มันสุดยอดชะมัด ข้าละอยากจะกระโดดลงจาดเจ้าหอยอดสูงนี่ทุกวันเลยใครจะเป็นเหมือนข้าบ้างน้า! ข้าล่ะอิจฉาคนในวังไม่น้อยเลยที่จะกระโดดลงจากหอเมื่อไหร่ก็ได้
“โห้! เจ้านี่ไม่เขาเลยนะเจ้าหัวเขียว!” ข้ามองเห็นร่างของอัศวินผมแดงที่กำลังยืนกอดอกชูนิ้วโป้งให้ข้าอยู่
“ไงเจ้าหนุ่ม! เจ้านี่โคตรจะสุดยอดเลยพ่อหนุ่ม!” นั่นมันท่านผมหงอกนี่ แล้วนั่นท่านลากใครมาด้วยล่ะเนี่ย แต่ก็นะถึงสภาพของเขาจะดูไม่ได้แต่เขาก็ยังอุตส่าห์หันหน้ามาโบกมือน้อยๆให้ข้าก่อนที่จะคอตกไป เห้ย! นั่นท่านผมหงอกฆ่าคนรึ!
“เห้ย! ไอ้หัวย้อมสีตรงนั้นน่ะ! จะสมัครอัศวินก็รีบเข้ามาได้แล้ว!” ชายร่างใหญ่ผู้นั้นเปิดประตูตะโกนออกมาจากตึกอาคารขนาดยักษ์ที่อยู่ถัดไปจากหอสูงอย่างพอดิบพอดี โอ้ว! นี่ข้าลืมสังเกตไปเลยนะเนี่ย ฮ่า ๆ
ข้าหันหน้ากลับไปโบกมือขอบคุณร่างของท่านผมหงอกโดยที่เขาก็โบกมือมาให้ข้าเช่นกันพร้อมกันกับร่างผมอัศวินผมแดงและอัศวินร่างใหญ่ที่หันตามข้าไปเช่นกัน คงจะสงสัยล่ะสินะ แล้วนั่นพวกท่านจะอ้าปากค้างกันทำไมล่ะ
