ตอนที่ 8 ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง! ตอนที่ 2 (จบ)
“ราตรีสวัสดิ์ขอรับนายน้อย” ครู๊ดกล่าวพร้อมกับก้มตัวลงเชิงทำความเคารพ
“เฮ้ๆ อย่าน่า เจ้าไม่ต้องทำอะไรแบบนั้นหรอกครู๊ด” ครู๊ดเงยหน้าขึ้นพร้อมกับมองหน้าข้าด้วยความแปลกใจ
“ทำไมหรือขอรับนายน้อย” ข้าจะพูดยังไงล่ะทีนี้
“แล้วทำไมเจ้าต้องโค้งตัวให้ข้าด้วยล่ะ” ครู๊ดมองหน้าข้านิ่งๆคราหนึ่งแล้วจึงตอบคำถามของข้า
“การทำความเคารพ และทำตามคำสั่งนั้นถือเป็นความสำคัญของข้ารับใช้ขอรับนายน้อย” นั่นเจ้ายังจะโค้งตัวอีก!
“ถ้าข้าสั่งให้เจ้าตายล่ะเจ้าจะทำไหม” ฮ่าๆเสร็จข้าล่ะทีนี้!
“ทำขอรับนายน้อย พวกเราไม่กลัวความตายอยู่แล้วขอรับ”
“นี่เจ้าจะบ้ารึไงกัน! นั่นชีวิตของเจ้าเชียวนะ! จะมาให้คนอื่นกำหนดได้ยังไงกัน!!” ข้าตะโกนพร้อมกับยกคอปกเสื้อของเจ้าครู๊ดขึ้นจนตัวลอยโดยไม่รู้ตัวทำให้เจ้านั่นทำสีหน้าแปลกใจไปครู่หนึ่ง
“อ๊ะ! ข้าขอโทษ” ข้ารีบปล่อยมือออกจากคอปกเสื้อของเจ้าครู๊ดลงในทันทีที่รู้สึกตัว
“ไม่เป็นไรขอรับนายน้อย” ครู๊ดยิ้มขึ้นให้ข้าอย่างเป็นปรกติแล้วจึงจัดเครื่องแต่งกายของตน
“ที่พวกเจ้าต้องคอยโค้งคำนับ ต้องคอยทำตามคำสั่งทุกอย่างแม้กระทั่งตาย นี่เป็นเพราะว่าข้าเป็นเจ้านายสินะ” ข้าล่ะคิดไม่ตกจริงๆว่าจะแก้นิสัยพวกนี้ยังไง แล้วข้าก็ไม่อยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของชีวิตใครเขาด้วยเพราะงั้นก็มีแค่วิธีเดียวเท่านั้นล่ะ
“ถ้าอย่างนั้นแล้ว เราทุกมาเป็นเพื่อนกันซะก็จบเรื่อง ฮ่าๆๆ” อ้าวแล้วเจ้าจะอ้าปากค้างทำไมล่ะนั่น ข้าพูดอะไรผิดไปกันเล่า
“ทะ...ท่านพูดอะไรออกมาน่ะขอรับ ท่านเป็นนายกระผมเป็นข้ารับใช้ทำเช่นนั้นไม่ได้หรอกขอรับ” หึหึ! ข้าว่าแล้วเจ้าต้องพูดแบบนี้ เพราะงั้นข้าเลยมีแผนเด็ด
“นี่เป็นคำสั่ง!” ก็เจ้าบอกข้าเองนะว่าเจ้าจะทำตามคำสั่งของข้า ฮ่าๆๆ เสร็จข้าล่ะ!
“ข้าขอตัวไปนอนก่อนล่ะ แล้วเจอกัน” ข้าเอ่ยตัดบทก่อนที่เจ้าครู๊ดจะคัดค้านขึ้นอีกคราพร้อมกับเดินริ่วออกนอกประตูมาโดยไม่สนใจเสียงทัดทานใดๆทั้งสิ้น จะว่าไปแล้ว ข้านี่ก็เผด็จการเหมือนกันนะเนี่ย
หลังจากที่ข้าเดินออกมาข้าก็หันกลับไปดูเจ้าประตูหลอนๆคราหนึ่งเพื่อเป็นการปลุกเร้าให้ตัวเองอยากกลับไปนอนมากขึ้น! ข้าเดินตรงไปทางเดินที่มีรูปภาพถูกติดแขวนเอาไว้ จะว่าไปแล้วรูปพวกนี้ก็ดูหลอนๆอยู่ละนะ แต่จะว่าไปแล้วข้าในตอนแรกข้าเองก็ตื่นเต้นจนลืมสังเกตเจ้ารูปพวกนี้ไปเสียสนิทเลย
“มานี่สิ…” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาข้างๆหูของข้าทำให้ขนคอของข้าลุกชัน
“ใครน่ะ!” ข้าหันซ้ายหันขวาหันหน้าหันหลังตีลังกาหัน แต่ข้าก็ไม่พบสิ่งใดที่พอจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้นอกจากรูปภาพที่ชวนขวัญผวาตรงหน้าข้า…
ข้ารีบก้าวขาฉับๆเดินตรงหนีจากเจ้าเสียงนั่นที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ นี่ข้าจะบ้าตายอยู่แล้ว! นึกไปนึกมาข้าเริ่มอยากจะเป็นหมอผีแล้วนะเนี่ย! ข้าเริ่มจะหมดความอดทนแล้วนะ!
“นั่นเจ้าจะไปไหน มาหาข้าก่อนน…”
“อ๊ากกก !” ขอโกยล่ะเฟ้ย ! ข้าวิ่งผมตั้งในทันทีหลังจากที่เสียงสุดหลอนนั่นจบลง แล้วใครมันจะไปทนอยู่ได้เล่าที่หลอนๆพันนั้นน่ะ
และในทันทีที่ข้าถึงห้องซึ่งข้าเกือบวิ่งเลยนั้นข้าก็รีบปิดประตูดันกลอนอย่างแน่หนา พร้อมกับลงเวทย์ผนึกประตูไว้ด้วย ข้าก็กลับเอาหลังไปพิงประตูเพื่อรอฟังว่าเสียงประหลาดๆนั่นจะเข้ามาอีกหรือไม่
“…” มีแต่ความเงียบเชียบ แต่นั่นก็ดีแล้วเพราะข้าไม่อยากโกยแนบออกนอกหน้าต่างในเวลากลางค่ำกลางคืนแบบนี้หรอกนะ เอาล่ะข้าไปอาบน้ำดีกว่าจะได้พักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะ และรวมไปถึงการสมัครสอบอัศวินที่ข้าใฝ่ฝันด้วย ฮ่าๆๆ ที่นั่นจะเป็นยังไงนะ โรงเรียนอัศวินนี่น่าสนุกชะมัด ข้าเดินตรงปรี่เข้าไปในห้องอาบน้ำเลิศหรูสโมสร พร้อมกับอาบน้ำชำระร่างกาย พอข้าอาบน้ำเสร็จข้าก็เปลี่ยนชุดใส่เสื้อผ้าที่นีลเอามาให้แล้วก็นอนแผ่ราบลงบนเตียงนอน ข้าโบกมือคราหนึ่งทำให้ไฟทั่วทั้งห้องของข้าดับ พร้อมกับหลับตาลงพักผ่อนเพื่อรุ่งเช้าในวันข้างหน้าที่จะมาถึง
ดวงตะวันทอแสงในยามเช้าอันเป็นการบ่งบอกว่าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้คนทั้งหลายต่างพากันเดินขวักไขว่ไปมาอย่างคับคั่ง บ้างจับจ่ายซื้อของ บ้างพากันออกไปล่าสัตว์เพื่อแรกกับเงินทองมาหาเลี้ยงครอบครัวของตน โดยมีอัศวินคอยควบคุมดูแลอยู่อย่างเข้มงวด เนื่องจากว่าในขณะนี้มีผู้คนจากภายนอกเข้ามาในเมืองมากมาย ส่วนสาเหตุนั้นมากจากการคัดเลือกสอบเข้าโรงเรียนอัศวิน แห่งเซนต์เบิร์ก ในความจริงแล้วโรงเรียนอัศวินมิได้มีอยู่แค่เพียงที่นครเซนต์เบิร์กเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับการต้องการของตัวผู้ต้องการสอบเองด้วย และหนึ่งในผู้ที่ต้องการสอบเข้าในโรงเรียนอัศวินแห่งนี้ก็คือเอริคนั่นเอง
ร่างชายหนุ่มรูปงามผู้มีเรือนผมสีฟ้าอ่อนๆซึ่งกำลังนอนทอดกายอยู่บนเตียงอย่างสบายใบหน้าที่กำลังนอนหลับอยู่ของเขานี้มองดูแล้วช่างงดงามยิ่งนักราวกับชาวเทพที่ได้สูญสิ้นไปแล้ว ร่างบางร่างหนึ่งแง้มเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนอย่างเงียบเชียบด้วยความเกรงว่าผู้ที่กำลังรื่นรมอยู่ในนิทรานั้นจะตื่นขึ้น
ร่างบางค่อยๆเดินย่องเข้ามายืนอยู่ข้างๆเตียงของชายหนุ่มพร้อมกับพินิจพิจารณามองใบหน้าที่กำลังหลับอยู่ด้วยรอยยิ้ม อันที่จริงแล้วนางต้องรีบปลุกชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นโดยเร็วเพื่อที่จะได้เตรียมตัวไปสมัครเข้าโรงเรียนอัศวิน นางค่อยๆนั่งลงข้างๆเตียงอย่างแผ่วเบาพร้อมกับค่อยๆเอื้อมมือไปหมายจะปลุกแต่ทว่า
หมับ! มือของนางถูกคว้าเอาไว้โดยเฉียบพลันพร้อมกับดวงตาสีน้ำเงินครามเรืองแสง ภายในดวงตานั้นมองดูราวกับว่ามีดวงดาวนับพันล้านกำลังส่องแสงอยู่ภายใน เพียงครู่เดียวดวงตาก็กลับแปรเปลี่ยนเป็นปรกติ
“อ้าว โมราน่าหรอ” ข้าเอ่ยไปด้วยน้ำเสียงงัวเงียนิดหน่อยในแบบฉบับของคนพึ่งตื่น
“ค่ะ ท่านเอริค” นางตอบกลับมายิ้มๆพร้อมกันกับตอนที่ข้าปล่อยมือนางออก
“อืม…ขอบใจนะที่เข้ามาปลุกข้า” ข้ายันตัวลุกขึ้นก่อนที่จะเอ่ยขอบคุณนาง
“ไม่เป็นไรค่ะ แต่ตอนนี้ท่านไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ” ข้าพยักหน้ารับนางพร้อมลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะไปอาบน้ำแต่กลับโดนนางรั้งข้อมือเอาไว้เสียก่อน
“ท่านเอานี่ไปใช้สิคะ” นางแบมือขึ้นมาโดยมีพลังเวทย์สีขาวสะอาดค่อยๆก่อตัวกันกลายเป็นชุดสีขาวสะอาดครบชุดถูกวางพับไว้อย่างเรียบร้อยบนมือของนาง
“โว้ว! สุดยอดเลยโมราน่า นี่เจ้าทำได้ไงเนี่ย!” ข้าถึงกับตาสว่างในทันทีที่เห็นโมราน่าใช้เวทย์ของนางเสกชุดมาให้ข้า ข้าอยากเรียนบ้างจังเลย!!
ข้าหยิบชุดในมือของนางแล้วจึงตรงไปยังห้องอาบน้ำอย่างทันใด ขอบอกก่อนเลยว่าตอนนี้ข้าเริ่มตื่นเต้นแล้ว!
ข้าอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจากห้องพร้อมกับโมราน่าโดยที่มีนีลกับครู๊ดยืนอยู่ที่หน้าประตูอย่างพอดิบพอดี
“สวัสดียามเช้าเจ้าค่ะนายน้อย/สวัสดียามเช้าขอรับ” ทั้งสองกล่าวทักทายข้าด้วยรอยยิ้มโดยที่ไม่ได้ค้อมหัวลงแต่อย่างใด แต่ในทันทีที่เห็นโมราน่ารอยยิ้มบนใบหน้าของนีลก็หายไปในทันที แต่ใบหน้าของโมราน่ากลับเกิดรอยยิ้มขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“สวัสดีๆ เอ่อ พวกเจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าเขารับสมัครเข้าโรงเรียนอัศวินทะ…”
“นี่มันหมายความว่ายังไงเจ้าคะ ทำไมยัยปอดบวมนี่ถึงมาอยู่ห้องของนายน้อยได้เจ้าคะ!” ยังไม่ทันที่ข้าจะได้ถามไถ่อะไร นีลก็โวยวายขึ้นมาเสียแล้ว แล้วนี่โมราน่าเป็นปอดบวมตั้งแต่เมื่อไหร่กันข้าไม่เข้าใจ
“โฮะๆ ข้าเหมือนกับจะได้ยินเสียงคนแคระแถวๆนี้น่ะค่ะท่านเอริค ท่านได้ยินเหมือนข้าหรือเปล่าคะ?” ไหน ๆ คนแคระทำไมข้าถึงไม่ได้ยินกันล่ะ!
“เห! เจ้าหมายความว่ายังไง?” นีลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูกพร้อมกับดึงแขนเสื้อขึ้นมาคราเขย่งเท้าของนางขึ้น
“นั่นไงคะๆ ท่านเอริคท่านได้ยินไหมคะ”
“เอ่อ คือข้า…”
“กระผมรู้ขอรับนายน้อย เดี๋ยวกระผมจะพาท่านไปนะขอรับ” ครู๊ดรีบกล่าวตอบรับเอริคอย่างว่องไวเพราะเขารู้ดีว่าความวินาศจะบังเกิดขึ้นในไม่ช้า
“ขอบใจมาก! ครู๊ดด” ข้ายิ้มร่าพร้อมกับเดินเข้าไปตบที่บ่าของครู๊ดอย่างชอบใด ในที่สุดข้าก็จะได้ไปเสียที
“ทางนี้ขอรับนายน้อย” ครู๊ดเดินนำพาข้าออกไปโดยทิ้งให้นีลที่เป็นห่วงโมราน่า กับโมราน่าที่ได้ยินเสียงของคนแคระเอาไว้ แต่ข้าว่าข้าไม่ได้ยินนะ! บางทีนางอาจจะหูฝาดก็ได้นะ
ครู๊ดกับข้าเดินออกมาจากประตูบานใหญ่ระหว่างบันไดทั้งสองข้างพร้อมกับการที่มีหญิงสาวแต่ชุดรับใช้เรียบร้อยยืนเรียงรายกันริมทางอย่างเป็นระเบียบ เมื่อพวกนางเห็นข้ากับครู๊ดเดินมาพวกนางก็พร้อมใจกันโค้งตัวให้ข้าแล้วเอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพรียงว่า ‘อรุณสวัสดิ์ค่ะนายน้อย’
ข้าหันไปมองหน้าครู๊ดที่ตอนนี้ทำหน้าแหยๆใส่ข้าคราหนึ่ง อันที่จริงข้าก็ไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไรเจ้าครู๊ดหรอกนะ
“อันที่จริงพวกนางเป็น พนักงานนอกน่ะขอรับ กระผมเลยไม่ได้บอกพวกนางน่ะขอรับ” ข้าพยักหน้ารับเข้าใจแล้วจึงเดินต่อไปจนออกมาถึงด้านนอกหอพัก
“เอาล่ะครับ กระผมจะบอกนายน้อยก่อนนะขอรับว่าที่รับสมัครนั้นจะตั้งอยู่ในพระราชวังใหญ่ของ กษัตริย์ออเทอร์ ทีโคล เมทิคัส น่ะขอรับ” อืม…ข้าขอไม่จำชื่อกษัตริย์คนนี้ได้ไหมนะ
ข้าเดินตามครู๊ดไปเรื่อยๆ ตามทางเดินที่มีผู้คนขวักไขว่ไปมาอย่างคับคั่ง แต่ข้าก็แปลกใจอยู่อย่านึงล่ะนะก็ครู๊ดเป็นแวมไพร์นี่ แต่ทั้งๆที่เจ้านั่นเป็นแวมไพร์แต่ก็ยังเดินตากแดดไปมาได้ ตอนแรกนี่ข้านึกว่าพวกแวมไพร์นี่จะกลัวแดดซะอีกนะเนี่ย
และในขณะที่ข้ากำลังคิดเพลินๆเกี่ยวเรื่องของพวกแวมไพร์เจ้าครู๊ดก็หยุดลงแล้วหันมาหาข้า
“ถึงแล้วขอรับ ต่อไปจากตรงนี้นายน้อยต้องเข้าไปคนเดียวนะขอรับ” ครู๊ดเอ่ยขึ้นในตอนที่เราอยู่ตรงหน้าของรั้วราชวังที่ถูกสร้างขึ้นอย่างปราณีตสวยงามโดยมีผู้คนมายมายพากันเดินเข้าไปอย่างไม่ขาดสาย ข้าว่าควรจะขยายประตูรั้ววงหน่อยล่ะนะ ไม่งั้นคงได้มีคนเดินเหยียบกันตายแหงๆ
“อืม ขอบใจเจ้ามาก แล้วนั่นเจ้าเป็นอะไรรึปล่าว” ข้าหันไปขอบคุณครู๊ดคราหนึ่งพร้อมกับการที่เจ้าตัวหันไปมองซ้ายมองขวาอย่างกระวนกระวาย
“ป่าวหรอกขอรับนายน้อย อันที่จริงกระผมไม่ค่อยจะถูกกับพวกอัศวิน น่ะขอรับ” เจ้านั่นทำสีหน้าแหยๆให้ข้าๆ ทำให้ข้ารู้สึกสงสารเจ้านั่นจับใจเลยล่ะ
หลังจากที่ข้าบอกลาครู๊ดเรียบร้อยแล้วข้าก็เดินเข้าไปตรงเข้าไปพร้อมกับบุคคลอื่นๆในทันที
“ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงซักที!”
