ตอนที่ 6 ก่อนวันสมัคร ตอนที่ 3 (จบ)
“เชิญนายน้อยเปิดได้เลยเจ้าค่ะ” เอ่อให้ข้าเปิดงั้นหรอ เอาก็เอาล่ะนะข้าจะได้เอาของไปเก็บแล้วไปหาอะไรลงท้องเสียที และเพียงแค่มือของข้าแต่เข้าที่บานประตูก็เหมือนกับมีแสงจ้าประกายออกมาจากร่องประตูที่ข้ากำลังเปิด แต่ข้าว่าข้าคงจะตาฝาดไปเองล่ะนะ
ในทันทีทีประตูเปิดออกข้าก็ได้พบกับห้องโถงใหญ่ที่ถูกปูไว้ด้วยพรหมอันวิจิตรตะการตา ภายในห้องโถงนี้เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้อันหรูหราที่ถูกจัดเรียงรายเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ ตรงกลางของห้องโถงนั้นยังมีบันไดต่อขึ้นไปสู่ชั้นสองอีกด้วย นี่แค่ชั้นเดียวข้าก็ว่ามันหรูเกินไปแล้วนะ นี่ยังมีอีกชั้นงั้นหรอเนี่ย!
“นี่เป็นสถานที่รับรองสำหรับนายน้อยเจ้าค่ะ” นางกล่าวจบก็ดีดนิ้วขึ้นมาที่หนึ่งก็มีร่างของพ่อบ้านปรากฏขึ้นมา ข้าล่ะนับถือความเร็วของเจ้าพวกนี้เลยล่ะ
“เขาชื่อ ครู๊ด เป็นพ่อบ้านของที่นี่เจ้าค่ะ จากนี้ไปเขาจะเป็นคนคอยดูแลนายน้อย” นีลกล่าวจบครู๊ดก็โค้งตัวให้คราหนึ่งอย่างมีมารยาท เขาเป็นชายหนุ่มในชุดสีดำรัดรูป ดวงตาของเขานั้นมีสีม่วงนวล ๆ มองดูสุขุม จ้องมองที่ข้าอย่างนอบน้อม
นีลปรบมือมือขึ้นอีกสองทีก็ปรากฏแวมไพร์สาวใช้คู่แฝดขึ้นมาสองคนโดยที่ทั้งสองก็โค้งตัวทำความเคารพเอริคในทันทีที่พบ
“เอ่อ…โมราน่าเจ้าจะช่วยบอกข้าหน่อยได้ไหมว่านี่มันเรื่องอะไรกัน” ข้าสะกิดโมราน่าที่ยืนยิ่งอยู่ข้างๆข้าโดยที่นางไม่ได้แสดงออกถึงความแปลกใจเลยแม้แต่น้อย โดยที่นางเพียงยิ้มให้ข้าแล้วจึงเข้ามากระซิบบอกข้าที่ข้างหูว่า
“ท่านจำใบที่ท่านลงนามไปได้ไหมคะ…นั่นเป็นการลงนามสำหรับซื้อขายหอพักแห่งนี้นะค่ะ และในตอนนี้ท่านก็เป็นเจ้าของหอพักแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย” สิ่งที่โมราน่าพูดออกมามันทำให้ข้าถึงกับคิ้วกระตุก นี่ข้าทำอะไรลงไปล่ะเนี่ย! ก็เอาเถอะถึงยังไงเสียก็ไม่ได้มีผลต่อการสอบอัศวินอยู่แล้วล่ะนะ
“ข้าเจ้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” นีลโค้งตัวให้เอริคคราหนึ่งก่อนจะเดินจากออกไปอย่างร่าเริง
“อะเอ่อ เช่นนั้นแล้วข้าขอเอากระเป๋านี่ไปเก็บก่อนก็แล้วกัน” ข้าสอดส่ายมองไปรอบๆห้องโถงเพื่อหาที่สำหรับเก็บสัมภาระของข้า แต่ก็ไม่ทันที่ข้าจะขยับตัวทำอะไรครู๊ดก็เดินปรี่เข้ามาที่ข้าอย่างไวว่องพร้อมกับรับสัมภาระของข้าไป
“เดี๋ยวข้าจะเอาไปเก็บให้นะขอรับ” พ่อบ้านแวมไพร์นี่อ่านใจคนได้รึปล่าวนะ! ถึงได้รู้ว่าข้ากำลังจะทำอะไร
“เอ่อ ขอบใจนะ”
“ขอรับนายน้อย” ครู๊ดยิ้มให้ข้าคราหนึ่งแล้วจึงเดินขึ้นบันใดตรงกลางห้องโถงไป
“ไม่ทราบว่าท่านมีอะไรให้พวกดิฉันรับใช้ไหมคะ” แวมไพร์สาวฝาแฝดที่อยู่ในชุดแม่บ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาถามข้าอย่างนอบน้อม
“ไม่ว่าท่านต้องการสิ่งใด” ในครานี้ฝาแฝดอีกนางหนึ่งเป็นผู้กล่าวขึ้นแล้วจึงเดินเข้ามาหาข้าอย่างนอบน้อมไม่แพ้กัน
“เราทั้งสองจะจัดการหามาให้ท่านทันที่เลยค่ะ” ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะถ้าพวกเจ้าจะเอ่ยอะไรพร้อมกัน แต่ข้าอยากจะรู้ว่าพวกเจ้าจะจุดดอกไม้ไฟกันไว้ข้างหลังกันทำไม เอ่านั่น! ร้อนมั้ยนั่น!
“เอ่อ งั้นเอาเป็นอาหารก็แล้วกัน...” ข้าไม่อ้อมค้อมล่ะ หิวจะตายอยู่แล้ว อึก!
“ได้ค่ะ/ได้ค่ะ” พวกนางเอ่ยประสานเสียงกันอีกคราก่อนที่จะพร้อมหน้าพร้อมตาหายแวบไปอีก นี่ทำไมตัวข้าต้องมีชะตากรรมวนเวียนเจอแต่เรื่องผีๆตลอดเลยนะ! ข้าว่าซักวันข้าคงได้หัวใจวายแน่ๆ
“พวกนาง ดูพร้อมเพรียงกันดีนะคะ ท่านว่าไหม ฮะ ๆ” โมราน่าที่ยืนเงียบอยู่นานกล่าวขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาน้อยๆ
“นั่นสินะ ที่เมืองนี้นี่มีแต่อะไรที่ไม่ธรรมดากันทั้งนั้นเลยสิน่า” ข้ารู้สึกแปลกใหม่กับวัฒนธรรมของชาวเมืองนครเซนต์เบิร์กนี้จริง ๆ เลยนะ
“กำลังทำอะไรกันอยู่หรอขอรับ”
“...” ข้าถึงกับใจหายกับการปรากฏตัวอันแปลกของครู๊ด คือนี่เจ้าจะไปไหนมาไหนช่วยบอกข้าหน่อยจะได้ไหม! แล้วถ้าจะมาอย่างนี้ละก็ ช่วยมาแบบปกติที่ชาวบ้านเขาทำกันหน่อย! ถ้าเกิดข้าเป็นลมลงไปชักดิ้นชักงอที่พื้นเจ้าจะทำยังไงกัน
“ไม่มีอะไรหรอก ๆ แล้วเจ้าล่ะทำอะไรอยู่” ข้าถามเสียงเรียบพร้อมกับมองไปที่เจ้าพ่อบ้านที่ยืนกลับหัวอยู่บนเพดานซึ่งมันน่าสยองไม่น้อยแต่นั่นข้าก็ทำได้นะ
“ข้ายืนอยู่ขอรับ” ข้ารู้!
“เอ่อ เจ้าช่วยลงมายืนแบบปกติที่ชาวบ้านเขายืนหน่อยสิ” ข้าเอ่ยขึ้นเสียงเรียบโดยที่เจ้าตัวก็รีบลงมายืนบนพื้นแบบคนปกติทันที เห็นไหมล่ะมันรู้สึกดีกว่ากันเป็นไหนๆ
“ผู้หญิงท่านนั้นใครหรือขอรับ” ครู๊ดเอ่ยถามพร้อมกับจ้องมองมาที่โมราน่าอย่างพิจารณา
“นางภูติในพันธะสัญญาของข้า ชื่อว่าโมราน่า”
“ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ ท่านสหายของนายน้อย เชิญพวกท่านทางนี้ขอรับ อาหารคงจวนจะเสร็จแล้ว” เจ้าพ่อบ้านผายมือเชื้อเชิญข้าและโมราน่าไปทางประตูบานใหญ่ทางขวามือของห้องโถงซึ่งถ้าให้ข้าเดาแล้วล่ะก็คงจะเป็นห้องอาหารเป็นแน่แท้
ข้าพยักหน้ารับคำของครู๊ดครานึงแล้วจึงเดินตรงไปยังประตูบานนั้นทันทีพร้อมกับโมราน่า และในทันทีที่ข้าเปิดประตูเข้ามาภายในแล้วข้าก็ถึงกับต้องอึ้งกับความตะการตาของห้องอาหารนี้ ข้ารู้สึกว่ามันคงจะหรูเกินไปสำหรับการกินอาหารล่ะมั้งเนี่ย แล้วโต๊ะนั่นจะยาวเกินไปไหม ข้าคงแยกร่างออกมากินไม่ได้หรอกนะ
“เชิญทางนี้ขอรับ” ครู๊ดเดินนำทางข้าไปจนถึงหัวโต๊ะอาหารพร้อมกับเชื้อเชิญให้ข้านั่งลงโดยมีโมราน่านั่งข้างๆ
“อาหารมาแล้วค่ะนายท่าน” แม่บ้านเดินมาพร้อมกับรถเข็นคนละคัน ซึ่งภายในรถเข็นนั้นประกอบไปด้วยอาหารมากมายหลายสิบอย่างถูกจัดตั้งเอาไว้อย่างดี ทั้งสองค่อยๆจัดวางอาหารเอาไว้บนโต๊ะตรงหน้าข้าและโมราน่า ซึ่งดูแล้วนางจะตื่นเต้นกับอาหารมากกว่าข้าเสียอีกนะ และในทันทีที่อาหารจานสุดท้ายถูกจัดวางลงบนโต๊ะอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาที่ข้ารอคอยเสียที่ “ข้าขอลุยล่ะนะ!”
อาหารทุกอย่างถูกข้าและโมราน่าจัดการจนหมดเกลี้ยงทุกอย่าง อา…เท่านี้ข้าคงตายตาหลับแล้วล่ะ
“ขอบใจพวกเจ้ามากนะ” ข้าหันไปขอบใจครู๊ดและแม่บ้านฝาแฝดทั้งสอง ว่าแต่ข้ายังไม่รู้จักชื่อพวกนางเลยนี่
“พวกเจ้าชื่ออะไรกันบ้างล่ะ” พวกนางมองหน้ากันคราหนึ่งแล้วจึงหลบสายตาใส่ข้า
“พวกข้าคงมิบังอาจบอกชื่อของพวกข้าให้นายน้องฟังได้หรอกค่ะ” ทำไมกันล่ะ พวกเจ้ากลัวข้าจะเอาชื่อพวกเจ้าไปเผาพริกเผาเกลือแช่งหรืออย่างไรกัน? ข้าไม่ได้โรคจิตขนาดนั้นหรอกน่า
“ทำไมพวกเจ้าถึงบอกข้าไม่ได้เหรอ” โมราน่าถึงกับออกตัวถามเองด้วยความสงสัยซึ่งดูเหมือนว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่นางพูดคุยกับคนอื่นนอกจากตอนที่มีเรื่องกับเจ้าบ้าที่ตลาดนั่นล่ะนะ
“พวกข้าไม่มีสิทธิ์” ด้วยประโยคนี่ของพวกนางมันทำให้ข้ารู้สึกเหมือนคิ้วกระตุกขึ้นนิดๆ
“ทำไมหรอ” ข้าหันหาครู๊ดแทนที่จะถามพวกนางต่อเพราะข้าคิดว่าอย่างไรพวกนางก็คงไม่บอกข้าเป็นแน่
“พวกนางเป็นทาส ขอรับ ในกฎของทาสแวมไพร์นั้น จะมาสามารถบอกชื่อของต้องให้กับผู้เป็นเจ้านายได้รับรู้ได้เพราะจะเป็นเหมือนการลบหลู่เกียรติของเจ้านายตนที่ได้บอกชื่อของพวกนางซึ่งเป็นทาสชั้นต่ำ” ที่ครู๊ดพูดมานี่มันทำให้หัวคิ้วของข้ากระตุกขึ้นอีกครา รู้สึกเหมือนอยากจะไปหาเรื่องไอ้คนที่ตั้งกฎพวกนี้ชะมัด
“พวกเจ้าบอกข้ามาเถอะ ข้าไม่ถือกฎอะไรพวกนั้น ข้าอยากรู้” ข้าเอ่ยด้วยเสียงเรียบพร้อมกับมองไปที่พวกนางซึ่งกำลังทำหน้าหม่นหมองอยู่โดยที่พวกนางก็ไม่ยอมหันมาสบตาข้าหรือตอบคำถามแต่อย่างไร
“งั้นถ้าแค่พวกเจ้าไม่ได้เป็นทาสก็คงจะบอกชื่อกับข้าได้สินะ” ข้ากล่าวขึ้นพร้อมกับหันไปมองที่ครู๊ด “จะทำยังไงพวกนางถึงจะหมดสถานะทาสล่ะ” เจ้าพ่อบ้านแวมไพร์หรี่ลงมองข้าอย่างพินิจอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยตอบคำถามของข้า
“มันขึ้นอยู่กับข้อตกลงของผู้ขายขอรับ โดยกรณีของนางทั้งสองแล้ว วิธีที่จะทำให้นางพ้นจากการเป็นทาสได้ ต้องใช้ เหรียญทองจำนวน แปดแสนเหรียญขอรับ” แปดแสนเหรียญงั้นหรือ ข้าว่านั่นสำหรับชีวิตของคนสองคนแล้วคงจะคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มอีกล่ะนะ ข้ามองไปที่แม่บ้านแฝดทั้งสองคนดูแล้วพวกนางคงจะไม่ค่อยได้มีความสุขในชีวิตซักท่าไหร่นัก
“ตกลง! ข้าจะจ่ายเอง” ข้าเห็นโมราน่ายิ้มขึ้นครานึงราวกับว่านางจะรู้อยู่แล้วว่าต้องตัดสินใจอย่างนี้
“นีล” ข้าเรียกชื่อของนางขึ้นเรียบๆพร้อมกับการปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของนาง “เจ้าคะ! นายน้อยมีอะไรให้ข้าเจ้ารับใช้หรือคะ” จะว่าไปก็…ทันใจดีจริงๆ
“เจ้าหินเมื่อครู่หากเปลี่ยนเป็นเหรียญทองแล้วจะเหลืออยู่ซักเท่าไหร่งั้นหรือ” นีลยิ้มมุมปากให้ข้าครานึงแล้วจึงเสกกระดานรูปทรงแปลกๆขึ้นมา
“ถ้าคิดค่าหอพักแห่งนี้เบ็ดเสร็จแล้วเหลืออยู่อีกสามสิบล้านเหรียญทองเจ้าค่ะ” ข้าแทบจะตกเก้าอี้ที่ข้านั่งอยู่ จะเหลือเยอะอะไรขนาดนั้น!
“ขอให้ข้าซักสองล้านเหรียญจะได้ไหม” นางทำเพียงยิ้มแล้วจึงเสกวงเวทย์บางอย่างขึ้มมาพร้อมกันกับที่ถุงใบยักษ์ที่หล่นลงมาบนโต๊ะอาหาร
“นั่นคือเหรียญทองทั้งหมดหนึ่งล้านเหรียญเจ้าค่ะ” นางกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างร่าเริงให้ข้า
“ขอบใจเจ้ามากนะนีล” ข้ายิ้มให้นางครานึงก่อนที่จะหันมาทางครู๊ด
“ข้าคงต้องขอลำบากเจ้าหน่อยล่ะ” ข้ากล่าวโดยที่เจ้าตัวทำเพียงโบกมือหย๊อยๆ
“ไม่หรอกรอรับกระผมเป็นพ่อบ้านของนายน้อยอยู่แล้วขอรับ เชิญบอกความต้องการของนายน้อยมาได้เลยขอรับ”
“ขอบใจมากนะ ข้าจะขอให้เจ้านำเจ้าเหรียญทองพวกนี้ไปจ่ายให้กับผู้ขายนางทั้งสองคน ส่วนที่เหลือขอให้เอาไว้ใช้ในกรณีที่เจ้าพวกนั้นเรียกเหรียญเพิ่ม ข้าไม่คิดว่าพวกที่ทำเรื่องแบบนี้จะสดใสพอที่จะรับเงินตามจริงหรอก” พ่อบ้านแวมไพร์โค้งให้ข้าครานึงแล้วจึงเดินมาที่ถุงบรรจุเหรียญทองที่ตั้งอยู่บนโต๊ะพร้อมกับใช้มือสัมผัสไปที่ถุงนั้น ในทันที่ที่มือของครู๊ดสัมผัวลงถุงใบใหญ่ยักษ์นั้นก็กลายเป็นเพียงกระดาษใบเล็กๆหนึ่งแผ่นปลิวลอยมาบนฝ่ามือเขาอย่านาอัศจรรย์
“เช่นนั้นแล้วกระผมขอตัวก่อนนะขอรับ” ร่างสูงโปร่งของครู๊ดหายไปในทันทีหลังที่เขากล่าวจบ
“ระวังตัวด้วยนะ…อ้าวไปเสียแล้ว” ข้าใช้มือป้องปากพูดไล่หลังครู๊ดไป แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการเสียแล้ว…
“ส่วนเหรียญทองที่เหลือเจ้าเอาไปพัฒนาที่นี่ต่อก็แล้วกัน” ข้ากล่าวพร้อมกับหันมามองที่ร่างเล็กของนีลที่มายืนอยู่ข้างๆข้า(ตอนไหนก็ไม่รู้)
“ได้เลยเจ้าค่ะไว้ใจข้าเจ้าได้เลย!” กล่าวจบนางก็มองไปที่โมราน่าที่จ้องมองนางตาไม่กระพริบสลับกับข้า พลันลอยยิ้มอันขี้เล่นของนางก็บังเกิดขึ้นบนใบหน้าของนาง นั่นข้ารู้สึกว่ามันอันตรายแปลกๆนะ โดยไม่ทันตั้งตัวนางโน้มตัวลงมาหาข้าแล้วจึงประทับฝีปากลงเล็กของนางลงที่แก้มข้างนึงของข้าทันทีนั่นทำให้โมราน่าถึงกับอ้าปากค้างด้วยความใจกล้าของนางซึ่งนั่นรวมถึงข้าที่กำลังช็อคก็ด้วยเช่นกัน
“อิอิ ไปทำงานต่อดีกว่า ฮิ้วว” นางกล่าวจบจึงค่อยๆกึ่งเดินกึ่งกระโดดออกไปทางประตูบานที่ข้าเดินเข้ามาในคราแรก
ปึ้ง! เสียงทุบโต๊ะดั่งลั่นไปทั่วห้องซึ้งคนที่กระทำนั้นก็คงไม่พ้นแม่นางที่นั่งอยู่ข้างๆตัวข้า
“เดี๋ยวข้ามานะคะท่านเอริค พอดีว่าข้านึกได้ว่ามีธุระต้องไปทำน่ะค่ะ” โมราน่ากล่าวด้วยรอยยิ้มอันเย็นยะเยือกของนางแล้วจึงลุกขึ้นเดินออกไปทางเดียวกับที่นีลเดินออกไปเมื่อครู่
“นี่มันอะไรกันล่ะเนี่ย ทำไมจู่นีลถึงเล่นอะไรแปลกๆใส่ข้าล่ะ แล้วนั่นโมราน่าจะไปไหนหน้านางไม่เหมือนจะไปทำธุระเลยนะเหมือนจะไปทารุณกรรมคนมากกว่า พวกเจ้าว่าไงล่ะ”ข้าหันไปทางสองคนที่ยังเหลืออยู่ซึ่งในทันทีที่ข้าหันไปหาพวกนางก็เกิดอาการบ่อน้ำตาแตกพร้อมกันอย่างมิได้นั่นหมายแล้วตะโกนออกมาดังๆว่า
“ข้าชื่อ เรย์วาค่ะ!!! ฮือๆๆๆ” “ข้าชื่อ เคย่าค่ะ!!! ฮือๆๆๆ”
“แล้วนั่นพวกเจ้าจะตะโกนร้องไห้ทำไมกันเล่า!!”
