บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ก่อนวันสมัคร ตอนที่ 2

   กึก แกร็ก....อ๊ากกกกก! เสียงกระดูกหักและเสียงตะโกนร้องลั่นของชายชะตาขาดดังก้องไปทั่วพื้นที่และเรียกสายตาของผู้รับชมไปได้ไม่น้อย

       “เฮ้ย! เจ้านังบ้า นั่นเจ้าทำอะไรลูกพี่ข้า!” เหล่าลูกน้องที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลังพุ่งตรงเข้าที่ร่างบางของโมราน่าอย่างรวดเร็ว

       และในขณะที่ข้ากำลังจะตรงเข้าไปช่วยโมราน่านั้นเอง นางก็ได้ยกมือห้ามไว้พร้อมกับหันกลับมายิ้มสดใสให้ข้า

       “ให้ข้าจัดการเองเถอะค่ะ ท่านเอริค” โมราน่ากล่าวจบเธอก็หันกลับไปส่งสายตาเยือกเย็นใส่หน้าเจ้าพวกลูกน้องที่จวนจะถึงตัวนางแล้วขาเรียวก็เริ่มขยับพาร่างอันบอบบางนั้นเข้าปะทะกับพวกลูกน้องทันทีโดยใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถเก็บเจ้าพวกลูกน้องได้โดยที่ไม่ต้องใช้เวทย์แม้แต่น้อย

       ข้าได้แต่ทำสายตาปริบๆใส่นางแล้วจึงยืนสงบนิ่งอาลัยให้เจ้าพวกที่มีเรื่องกับดมราน่าครูหนึ่งพลันความคิดอันบรรเจิดก็ปรากฏขึ้นในหัวข้า ถ้าข้าได้ฝึกการต่อสู้กับนางแล้วล่ะก็ ต้องพัฒนาไปได้ไกลอย่างก้าวกระโดดอย่างแน่นอน ก็ที่ผ่านมาข้าทำเพียงฝึกใช้เวทย์ อาวุธ ส่วนกระบวนท่าอะไรนั่นก็แค่ฝึกแบบพอมีพอรู้ไป เพราะฉะนั้นแล้วข้าคงจะไม่ปล่อยให้โอกาสอันดีนี้หลุดลอยไปได้แน่

       “โมราน่า เจ้าช่วยฝึกการต่อสู้มือเปล่ากับข้าหน่อยจะได้ไหม” ข้าเอ่ยพร้อมกับประกบมือเป็นเชิงอ้อนวาน แล้วนั่นเจ้าจะหันหน้าหนีข้าไปทำอื่นอะไรกันเล่า นี่ข้าจริงจังนะ

       “ดะ...ดะ ได้ค่ะท่านเอริค”

       “ยอดไปโมราน่า แต่ตอนนี้ข้าว่าเราไปหาที่พักกันเถอะ” ข้ากล่าวจบนางก็พยักหน้าส่งให้ข้าอย่างว่าง่าย ข้าเลยเร่งเดินตระเวนหาที่พักทันทีด้วยความตั้งใจ ก็ข้าหิวแล้วนี่!!!

       ข้ารีบรุดพาโมราน่าเดินหาที่พักอย่างไวว่อง เพื่อที่จะไปหาอะไรกินเป็นอย่างต่อไปคอยดูนะข้าจะกินให้เรียบเลย หึหึ

       “เอ่อ…ท่านเอริค คือว่า…” หืมนางว่าอะไรนะ

       “มีอะไรหรอ โมราน่า” ข้าพูดตอบนางโดยที่ไม่ได้กลับไปมองแต่อย่างใด

       “คือ คนอื่นเขามองมาทางเราแปลกๆอยู่นะค่ะ” ข้าหยุดเดินแล้วจึงมองไปรอบๆตัวทันที และก็เป็นอย่างที่นางว่าคนอื่นรอบๆตัวต่างเพ่งมองสายตามาที่เรา ข้าเลยยิ้มรับพวกเขาไปคราหนึ่งและมันก็ทำให้หญิงบางรายส่งสายตาแปลกๆกลับมาให้ข้า เอ่อ… คือมันทำให้ข้าขนลุกไม่เบาเลยล่ะ

       “ข้าว่าเรารีบไปกันเถอะโมราน่า” ข้าไม่รอช้าจับหมับที่มือบางของนางแล้วจูงนางเดินตรงไปที่สิ่งก่อสร้างคล้ายกับที่พักหรูหราตรงหน้้าข้า

       “สวัสดีค่ะไม่ทราบว่าต้องการ…เอ่อ ให้ข้าเจ้าช่วยอะไรไหมเจ้าคะ” ทันทีที่ถึงด้านหน้าของโรงแรมนั้นข้าได้พบกับร่างเล็กของหญิงสาวพนักงานกำลังยืนต้อนรับข้าและโมราน่าอยู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มสดใจในชุดกระโปรงสีขาวสลับเหลืองที่ตกแต่งด้วยลวดลายของดอกไม้งดงาม ใบหน้ารูปไข่ของนางนั้นมองดูแล้วท่าจะทะเล้นไม่เบา ดวงตาสีแดงเข้มนั้นสั่นระริกไปมาอย่างขี้เล่น ทว่าผิวพรรณของนางนั้นขาวจนเกือบซีดเหมือนคนที่ไม่ค่อยจะได้ออกแดดบ่อย ๆ

       “เอ่อคือข้าต้องการที่พักน่ะ”

       “ได้เลยเจ้าค่า! ถ้าอย่างนั้นท่านเข้ามาพักที่ห้องของข้าเจ้าดีไหมเจ้าคะไม่เสียค่าบริการด้วยนะเจ้าคะ อิอิ” นางคว้าหมับเข้าที่ข้ามือข้าอย่างรวดเร็วจนข้าฉวยหลบไม่ทัน พร้อมกับส่งสายตาแปลก ๆ ในแบบที่พวกข้างนอกเคยส่งให้ข้า

       “เอ่อคือ…” ข้ากำลังจะเอ่ยบางอย่างเพื่อแก้สถานการณ์ตรงหน้า แต่ก็คงไม่จำเป็นเนื่องจากโมราน่าที่ยืนข้างหลังข้าเดินมาตีเพี๊ยะเข้าที่มือของสาวพนักงานตรงหน้าข้าแล้วจึงส่งรอยยิ้มเย็นๆไปให้นางทีนึง

       “ทำอย่างนี้คงจะดูไม่ค่อยดีหรอกใช่ไหมคะ คุณพนักงาน…” โมราน่ากล่าวลากด้วยน้ำเสียงเย็นๆ จนขนแขนของข้าถึงกับลุกขึ้นมาเต้นบัลเล่ต์โชว์อย่างรวดเร็ว

       “ขออภัยด้วยค่ะท่านผู้หญิงที่ข้าเจ้าเสียมารยาท เชิญบอกความประสงค์มาได้เลยเจ้าค่ะ” ในทันทีที่นางเห็นหน้าโมราน่าซึ่งกำลังแผ่รังสีอัมหิตใส่ก็รีบละมือออกจากข้าแล้วจึงก้มหัวขอโทษข้าและโมราน่าหงก ๆ ทันที

       “คือข้าอยากได้ที่พักซักคืนน่ะ”

       “พวกท่านนี่โชคดีมากเลยนะคะเนี่ย ตอนนี้ทางเราเหลือที่พักอีกเพียงห้องเดียวพอดีเลยเจ้าค่ะ” นางกล่าวพร้อมกับเอียงตัวไปโบกมือไล่พวกที่ยืนต่อแถวอยู่ข้างหลังข้าที่ส่องสายตาละห้อยมาให้นางแล้วก็ต้องเปลี่ยนเป็นสายตาสลดผิดหวังในทันที หลังจากที่นางไล่เสร็จก็หันกลับมายิ้มให้ข้าอีกคราแล้วจึงเสกวงเวทย์อันเล็กจิ๋วขึ้นมาหนึ่งวงตรงหน้าข้า

       “นั่นเป็นช่องทางชำระเงินของห้องเจ้าค่ะ เมื่อท่านหยอดของมีค่าเข้าแล้วท่านก็จะได้กุญแจออกมาเจ้าค่ะ และถ้ามากพอท่านอาจจะได้เป็นเจ้าของหอพักนี้เลยก็ได้นะคะ โฮะ ๆ ๆ ๆ” ข้าไม่ค่อยได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่หรอกเนื่องจากตอนนี้ข้าหิวเกินกว่าจะสนใจสิ่งใดได้ ข้าก็เลยล้วงมือลงไปในกระเป๋าหยิบของที่ท่านปู่ให้ติดตัวมาเป็นข้าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการเดินทางซึ่งอันที่จริงแล้ว ข้าก็ไม่รู้ว่ามันจะมีมูลค่าขนาดไหนหรอกนะ

       “เอ่อ เอาเป็นอันนี้ก็แล้วกัน” หลังจากที่ข้าลองคลำ ๆ หาก็มีเพียงก้อนอะไรบางอย่างประมาณสี่ห้าก้อนข้าก็เลยสุ่มหยิบมันขึ้นมาจากกระเป๋าหนังของข้าหนึ่งก้อน เอ่อแล้วพนักงานตรงหน้าข้าจะทำหน้าแบบนั้นทำไมล่ะนั่น หรือว่าไอนี่มันใช้ไม่ได้งั้นหรอ ข้าเลยต้องหันกลับมาที่โมราน่าที่จ้องมองเจ้าหินก้อนนั้นด้วยสีหน้าตกใจนิดๆ

       “มันใช้ไม่ได้เหรอ” ข้าเอ่ยขึ้นถามโมราน่าด้วยความสงสัยใคร่รู้

       “ใช้ได้ค่ะท่าน แต่มันดูออกนะจะล้ำ...ค่าไปน่ะเจ้าค่ะ” ข้าว่ามันก็แค่หินใส ๆ ธรรมดาไม่ใช่รึไงกันถึงข้าจะมองเห็นไอพลังแปลก ๆ ไหลออกมาบ้างแต่มันก็เป็นแค่หินนี่นา

       “เจ้านี่ใช้ได้ใช่ไหมขอรับ” เอาตรง ๆ แล้วตอนนี้ข้าเริ่มจะรู้สึกหน้ามืดแปลก ๆ ชอบกล

       “อะ เอ่อ ใช้ได้เจ้าค่ะ ท่านใส่มันลงไปในวงเวทย์นั้นได้เลยเจ้าค่ะ” ข้าหยอดเจ้าลูกนั่นลงไปในวงเวทย์อย่างว่องไวจนขนาดมือของโมราน่าก็ฉวยมาจับไว้ไม่ทัน

       “ท่านเอริค ท่านใส่มันลงไปทั้งก้อนเลยหรอคะ” โมราน่าหันมาทำหน้าแปลกใจขึ้นมานิดนึงและมันก็ทำให้ข้าเกิดสงสัยขึ้นมาทันที

       “อะ อ่าว…ก็ต้องใส่เป็นลงไปเป็ยค่าใช้จ่ายนี่”

       “จะว่าได้มันก็ได้ค่ะ แต่ว่าท่านน่าจะต้องใช้แค่เพียงเสี้ยวเดียวเจ้าค่ะ เสี้ยวเดียว” มันล้ำค่าขนาดนั้นเลยรึไงกันเจ้าหินก้อนนั้นน่ะ ข้ามีอีกตั้งสี่ก้อนแน่ะ!

       “มูลค่าของมันประมาณไหนได้หรอโมราน่า” ข้ากล่าวถามโมราน่าในขณะที่มองไปยังพนักงานสาวที่เดินไปหยิบเอกสารขึ้นมาสามแผ่นพร้อมกับปากกาขนตัวอะไรซักอย่างนี่แหละ

       “เอ ข้าจะบอกท่านยังไงดีน้า…” นางกล่าวพร้อมกับใช้น้ำชี้จิ้มที่ปลายคางเพื่อใช้ความคิดแล้วนางจึงยิ้มสดใสขึ้นและกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทียิ้มแย้ม

       “อย่างน้อยคงจะซื้อเมืองเซนต์เบิร์กได้ประมาณหนึ่งในสี่เลยล่ะค่ะ” อืม…แค่นั้นเองหรอเนี่ยเจ้าหินนี่ เอ๊ะ!เดี๋ยวเมื่อครู่เจ้าว่าอย่างไรนะ หนึ่งในสี่เลยเรอะ! แล้วเจ้าเมืองนี่มันก็ใหญ่เกือบครึ่งโลกเลยนะ!

       “จะ…เจ้าว่าจริงหรอโมราน่า” นางพยักหน้าหงึกๆให้ข้าพร้อมกับรอยยิ้มอันไร้เดียงสาเหมือนอย่างเคยแต่มันทำให้ข้าถึงกับทรุดเลยทีเดียว

       “ต่อไปท่าน ลงนาม ตรงช่องนี้ทั้งสามใบเลยนะเจ้าคะ” นางพนักงานยื่นใบบางอย่างมาที่ข้าสามใบแล้วแต่ละใบนี่ก็เนื้อหายาวเหยียดจนสูงแทบจะเท่าตัวข้าเลยนะเนี่ย ยิ่งมาในตอนที่ตาข้าเริ่มเลือนรางแล้วด้วย แต่ก็เอาเถอะ รีบ ๆ ลงนามดีกว่าขืนนั่งอ่านหมดนี่กระเพาะของข้าคงจะได้อันตรธานหายไปจากร่างกายนี่แน่ ๆ

       “เรียบร้อยแล้วล่ะ” ข้ายื่นเจ้าใบยาวเหยียดที่ข้าลงนามจนเสร็จไปให้นางพนักงานตรงหน้าโดยที่นางก็รับกลับไปม้วนเป็นมัดด้วยสีหน้าเบิกบานใจ

       “ข้าเจ้าชื่อเนล เป็นแวมไพร์ประจำหอพักนี้ ยินดีรับใช้นายน้อยนะเจ้าคะ” เย่! ในที่สุดข้าก็จะได้ไปห้องพักแล้วสินะ ไหนล่ะไหนกุญแจห้อง?

       “เชิญตาข้าเจ้ามาทางนี้ได้เลย” คงไม่ต้องใช้กุญแจแล้วสินะเอาล่ะตามนางไปดีกว่า

       ข้าและโมราน่าเดินตามนางเข้ามาในหอพักซึ่งตอนแรกข้าก็ยังไม่ค่อยเห็นข้างในซักเท่าไหร่เพราะมีประตูกั้นเอาไว้อยู่ เมื่อเดินเข้ามาถึงภายในก็จะพบกับห้องอาหารที่มีเหล่าแขกมากมายกำลังนั่งดื่มกินอาหารกันอยู่อย่างรื่นเริงพร้อมกับเพลงบรรเลงเบา ๆ ที่ทางที่พักได้จัดเอาไว้ อ่าท่านปู่จะต้องชอบเพลงบรรเลงพวกนี้แน่ ๆ

“ห้องอาหารนี้ได้รับการจัดเตรียมไว้เป็นสองฝั่งด้วยกัน โดยจะเป็นฝั่งซ้ายและฝั่งขวาโดยแขกนั้นจะสามารถเลือกนั่งรับประทานอาหารฝั่งไหนก็ได้เจ้าค่ะ” ร่างเล็กของพนักงานเอ่ย “โดยส่วนตรงกลางนั้นจะเป็นทางเดินที่ตรงไปยังบันไดสำหรับขึ้นไปสู่ห้องพักต่างๆ ที่จะแยกเอาไว้เป็นสามทาง โดยจะติดป้ายเอาไว้สำหรับให้แขกดูว่าห้องพักของตนจะต้องขึ้นบันไดฝั่งไหนระหว่างซ้ายและขวาโดยจะแยกกันตามตัวอักษรบนกุญแจที่ให้กับทางแขกเอาไว้เจ้าค่ะ ส่วนบันไดตรงกลางนั้นดูจะพิเศษกว่าหน่อยเพราะจะมีป้ายติดไว้เป็นรูปมงกุฎดูแล้วน่าจะเป็นที่สำหรับเจ้าของที่พักเท่านั้นแหละนะ ว่าแต่ทำไมเนลถึงพาข้ากับโมราน่าขึ้นมาที่บันไดตรงกลางนี้กันล่ะ นางคงจะต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ

       “เอ่อ คือ…” ไม่ทันที่ข้าจะได้ถามไถ่เนลโมราน่าก็สะกิดข้าเอาไว้

       “มันถูกระบุอยู่ในเอกสารที่ท่านลงนามไปค่ะ” นี่เจ้าอ่านมันด้วยหรอเนี่ย!? ข้าว่าสายตาเจ้าต้องไวมากแน่ ๆ โมราน่า

       และแล้วข้ากับโมราน่าก็เดินตามเนลขึ้นมันใดมาจนถึงประตูแกะสลักบานใหญ่ซึ่งดูแล้วคนที่ทำนี่ก็คงวิจิตรไม่น้อยถึงได้ทำลวดลายแบบนี้ขึ้นมาได้ ส่วนถ้าผู้ใดอยากรู้ล่ะก็ต้องมาดูเอาเองแล้วล่ะนะ ข้าก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันเพราะมันช่างวิจิตรยิ่งนัก

       “เชิญนายน้อยเปิดได้เลยเจ้าค่ะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel