ตอนที่ 12 เอาเจ้านี่ออกไปจากแขนขาที! ตอนที่ 1
เอาเจ้านี่ออกไปจากแขนข้าที!
“เป็นอย่างไรบ้าง ท่านประธาน” ข้าอยากจะเอาอะไรซักอย่างแถวนี้มาฟาดปากเจ้าเร็กส์คนพูดนี่ซักทีสองทีเสียจริง ๆ ถ้าไม่ติดว่าข้าถูกมัดเอาไว้เสียก่อนล่ะนะ ถือว่าเป็นโชคดีของเจ้าไปก็แล้วกัน! ฮ่า ฮ่า
ภายหลังจากที่ข้าถูกจับขืนใจให้เป็นประธานบวกกับหน้าที่องครักษ์จนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าสี่คนที่เหลือก็ถูกทำแบบเดียวกันกับข้าคือ การโดนตราวงเวทย์จากเจ้าคทารูปร่างประหลาดนั่นน่ะแหละ
“เอาล่ะ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีล่ะนะ ต่อไปก็เป็นการมอบชุดเครื่องแบบให้พวกเจ้าแล้วล่ะ” ท่านผมหงอกหันหน้ามามองที่ข้า แล้วจึงพยักหน้าอย่างพอใจ ถ้าไม่ติดว่าข้าโดนมัดปากเอาไว้ ข้าคงได้ปากไวถามไปแล้วว่านั่นท่านจะพยักหน้าใส่ข้าทำไมกัน ?
“เมริช” สิ้นคำเรียกของท่านผมหงอกปุ๊ป ราชองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ก็ปรากฏตัวขึ้นมาทันที พร้อมกับกล่องเล็ก ๆ ในมืออีกห้ากล่องด้วยกัน ข้าว่านั่นจะต้องเป็นระเบิดแน่ ๆ นั่นท่านคิดจะฆ่าปิดปากพวกข้าสินะ
“นี่ขอรับฝ่าบาท” ท่านองครักษ์ยื่นกล่อง ใบแรกมาให้กับท่านผมหงอกแล้วจึงเดินตรงมาทางข้า
“นี่ของเจ้า ประธาน รับไปเสียสิ” เขาว่าพร้อมกับยื่นเจ้ากล่องนั่นมาตรงหน้าของข้า ขอบพระคุณในน้ำพระหฤทัยอันเอ่อล้นของท่านนะขอรับ หากแต่ว่า ข้าถูกมัดอยู่นะท่าน! ข้าจะไปรับได้ยังไงกัน!
“เหตุใดเจ้าจึงไม่รับของที่ฝ่าบาทมอบให้!” ข้าส่งสายตาปริบ ๆ ไปที่ราชองครักษ์ที่ทำทีท่าว่าจะชักดาบตรงฝักที่คาดเอวนั่นมาหันคอข้า นี่ท่านก็ตาไม่ดีไปอีกคนรึไง ข้าโดนมัดอยู่นะ!
“เจ้า บังอาจแข็งข้อต่อผู้เป็นเจ้างั้นรึ! เช่นนั้นก็ไม่มีสิ่งใดจะต้องกล่าวกันอีก!” ท่านราชองครักษ์ยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้น พร้อมกับเดินดิ่งตรงมาหาข้าที่กำลังดิ้นแด่ว ๆ อยู่บนพื้น นี่พวกท่านไม่มีตากันรึไงว่าข้าถูกมันอยู่ ข้าหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือกับท่านอัศวินผมแดงผู้เกรียงไกรและ อีกสี่คนที่ยืนนิ่งไม่ได้หันมามองหน้าข้าซักนิด พวกเจ้ามันใจดำ! และตำช่วยสุดท้ายก็คือท่านผมหงอกที่บัดนี้กำลังส่งยิ้มอันแสนอ่อนโยนมาให้ข้าอยู่ห่าง ๆ มันจะเป็นประโยชน์มากเลยถ้าท่านมาห้ามองครักษ์ของท่านน่ะ!
เสียงฝีก้าวของท่านราชองครักษ์หยุดลงตรงหน้าข้า มือกำไปที่ด้ามจับดาบเตรียมที่จะใช้มันฟันใส่ข้า นี่ข้าจะตายอย่างอนาถขนาดนี้เลยหรือนี่! ข้าไม่ยอมตายทั้งๆที่ยังท้องไม่อิ่มหรอกนะ! นั่นท่านองครักษ์ชักดาบออกมาแล้ว! ท่านปู่ข้าขอโทษ
“ยินดีต้อนรับเจ้ารุ่นน้อง!”
“อ๊ากก!” ข้าหลับตาปี๋พร้อมกับตะโกนออกมาสุดเสียงแต่นั่นก็ไม่มีใครได้ยินหรอกนะเพราะตอนนี้มีเชือกรัดปากข้าอยู่ แต่เดี๋ยวเมื่อครู่ท่านว่าอะไรนะ! ข้าลืมตาขึ้นพร้อมกับมองไปยังร่างของท่านองครักษ์ตรงหน้า ดาบในมือของเขานั้นเป็นเพียงดาบไม้สั้น ๆ สำหรับเด็กเอาไว้เล่นกัน แต่ท่านเอามาขู่ข้าเนี่ยนะ!
“เอาล่ะ เดี๋ยวข้าแก้เชือกให้ก็แล้วกัน” เขาว่าพร้อมกับฟันดาบไม้ของเล่นนั้นมาทางข้าคราหนึ่ง เชือกทั้งหมดก็ขาดออกทันที
“ขอบคุณท่านขอรับ” ข้าค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบอกพร้อมกับส่งสายตาอาฆาตไปให้ยังคนอื่นที่เอาแต่ยืนอมยิ้มกลั้นหัวเราะจนหน้าแดงก่ำ คอยดูเถอะ ข้าจะเอาคือให้สาสมเลยทีเดียว!
“เอาล่ะ ๆ เจ้าไม่ต้องคิดมากหรอกน่า ต่อไปนี้เจ้าก็เป็นรุ่นน้องของข้าล่ะ มีอะไรถามข้าได้เลยไม่ต้องเกรงใจ” เขาว่าพร้อมกับเดินเข้ามาตบไหล่ข้า
“ขอบคุณขอรับ” ข้าเอ่ยยิ้ม ๆ พร้อมกับหันไปที่ท่านผมหงอก
“รับไปซะสิเจ้าหนุ่มประธาน เดี๋ยวเจ้าพวกนั้นไปรุมสกรัมเจ้าทีหลังข้าไม่รู้นะด้วยนา” เขากล่าวจบก็ยื่นกล่องเล็กๆนั้นมาให้ข้า เมื่อข้าลองมองดูเจ้ากล่องนี่ดีๆแล้ว มันเป็นกล่องที่มีลวดลายสวยงามประณีตมากเลยทีเดียว ตัวกล่องมีสีทองน้ำเงินสลับกันไป
หลักจากที่ท่านผมหงอกนำกล่องไปให้คนอื่น ๆ จนครบแล้วเขาก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของข้า
“เชิญพวกเจ้าทุกคนเปิดได้” ทุกคนเริ่มหันไปสนใจเจ้ากล่องที่อยู่ตรงหน้าของตนเองทันทียกเว้นข้าที่กำลังมองไปรอบ ๆ เพื่อหาทางที่ออกจากที่นี่ แต่นอกจากประตูที่เจ้าพวกนั้นอุ้มข้าเข้ามาในตอนแรก
“ถ้าเปิดเจ้านี่แล้วข้าจะออกไปได้ใช่ไหมขอรับ” ข้าหันไปถามท่านผมหงอกที่ยืนจ้องข้าอยู่กระพริบตา
“อืม…ถ้าเจ้าเปิดได้ล่ะก็นะ” เขาเอ่ยพร้อมกับส่งลอยยิ้มดูแคลนมาให้ข้า ไม่รู้จักข้าซะแล้วท่านผมหงอก
ข้ายิ้มให้ร่างตรงหน้าพร้อมกับหันมาสนใจกล่องใบเล็กบนมือข้าอย่างจริงจัง ในตอนนี้พลังเวทย์กับพลังกายของข้าเองก็เพิ่มขึ้นมาหน่อยแล้ว ข้าเร่งประสาทสัมผัสพร้อมกับเพ่งสายตามองพลังงานเวทย์บนกล่อง แล้วข้าก็พบว่ามีพลังเวทย์สีเงินเข้มข้นถูกตราเอาไว้บริเวณตรงปากกล่องทำให้ใช้แรงธรรมดา ๆ เปิดได้
“หึ!” ข้าแค่นเสียงออกมาคราหนึ่งทำให้เจ้าสี่คนที่เปิดไม่ได้หันมามองทางข้าด้วยท่าทางสนใจ แต่ข้าก็ไม่ได้ใส่ใจ ข้าส่งพลังเวทย์ของข้าเข้าเข้าไปทำลายเวทย์สีเงินที่ตราเอาไว้ แต่ก็ใช่ว่าจะทำลายได้ง่ายดาย แถมในเวลานี้เวทย์ของข้าเองก็ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่เสียด้วย เช่นนั้นแล้วก็มีเพียงแค่ทางเลือกสุดท้าย นั่นคือข้าต้องใช้พรแห่งความพิโรธ ถึงแม้ข้าจะได้เรียนรู้วิธีควบคุมพรจากท่านปู่แล้ว แต่การที่จะควบคุมมันให้ใช้พลังของพรออกมาเพียงนิดหน่อยนั้นไม่ง่ายเลย
ปึ้ง!
ฝาของของเจ้ากล่องเล็กนั่นระเบิดออกทันทีที่ข้าใช้พลังแห่งพร จนทำให้คนอื่น ๆ ที่มองอยู่แปลกใจไปตาม ๆ กัน
“นี่ เจ้าประธานเจ้าทำได้ไงน่ะ ?” เจ้าเร็กส์ที่กำลังยืนงัดกล่องของตัวเองอยู่เอ่ยขึ้นถามข้า แต่ก็ฝันไปเถอะว่าข้าจะบอก! ข้าเบ้ปากมองหน้าเจ้านั่นทีหนึ่ง แล้วจึงหันกลับมาสนใจกล่องบนมือตัวเองต่อ นี่ตั้งแต่ที่ข้าเปิดไป ไม่เห็นจะมีอะไรออกมาเลยนี่
ข้าเอื้อมมือลงไปหยิบสิ่งที่อยู่ในกล่องแล้วข้าก็พบกับต่างหูรูปไม้กางเขนสีเงินหนึ่งอัน เพียงแค่ข้าได้เห็นแวบแรกเท่านั้น ข้าแทบจะหัวเราะออกมาเลยทีเดียว แต่ทันใดนั้นเองเรื่องที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้นกับหูของข้า
เจ้าต่างหูในมือของข้าดันพุ่งตัวเข้ามาติดกับหูซ้ายของข้าทันทีจนข้าถึงกับเอามือกุมหูตัวเองเอาไว้ ข้าล่ะนับถือเจ้าพวกที่เจาะหูกันเป็นรูกว้างขนาดยัดกระบองเข้าไปได้จริง ๆ แต่ก็ไม่ได้จบเพียงเท่านั้นทันทีที่เจ้าต่างหูติดลงบนหูซ้ายของข้า พลังสีดำทมิฬได้แผ่ออกมาจากต่างหูที่ติดอยู่บนหูข้าแล้วเข้าคลอบคลุมตัวข้าไปตั้งแต่ลำคอจรดปลายเท้าพร้อมกับแผ่ไอเย็นยะเยือกออกมาจนข้ารู้สึกว่าตัวของข้าเองแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
เวลาผ่านไปเพียงครู่เดียวไอเวทย์ที่แผ่ออกมาก็ดับหายไป เหลือไว้เพียงชุดรัดรูปสีดำสนิทเต็มไปด้วยเครื่องหมายต่าง ๆ ซึ่งถูกติดเอาไว้เป็นอย่างดี และจุดที่ข้าไม่ต้องการที่สุดนั่นก็คือ ปลอกแขนที่บริเวณแขนซ้ายของข้าที่หมุดไปรอบๆแขนอยู่ตลอดเวลา แต่ที่เป็นปัญหานั้นไม่ใช่เรื่องการหมุนรอบแขนตลอดเวลาของเจ้าปลอกแขนนี่แต่อย่างใด แต่เป็นเจ้าอักษรสีเงินจ้า นี่ต่างหากเล่า!
“ประธาน โรงเรียนอัศวิน เซนต์เบิร์ก” ข้าอ่านอักษรสีเงินที่สลักอยู่บนป้ายจบ สิ่งแรกที่ปรากฏขึ้นในหัวของข้าก็คือ ต้องเอาเจ้าปลอกแขนบ้านี่มาฉีกให้เป็นชิ้น ๆ ให้ได้! ใครมันจะไปยอมแบกเข้าป้ายประกาศตำแหน่งบ้า ๆ นี่ไปทุกที่กัน!
“อยากเอาเจ้านั่นออกงั้นรึ เจ้าหนุ่ม” ท่านผมหงอกเอ่ยขึ้นในขณะที่ข้ากำลังออกแรงดึงเจ้าป้ายบ้า ๆ นี่ออกจากแขนตัวเองอยู่ แน่ล่ะข้าไม่ยอมแบกเจ้าป้ายนี่ไปไหนมาไหนแน่ๆ
“ใช่ หรือท่านจะมีวิธี” เขายิ้มขึ้นพร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ ให้ข้าคราหนึ่ง
“เพียงแค่เจ้าเปิดกล่องพวกนั้นให้กันคนอื่น ๆ ที่เหลือ แล้วข้าจะบอก” และไม่ต้องเอ่ยเพิ่มให้มากความ ข้าซัดพลังต้นสีครามของข้าไปที่กล่องทั้งสี่บนมือเท่าพวกนั้นทันที และเพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้นกล่องทุกใบก็ถูกเปิดออกบนมือของเจ้าของ
“เอาล่ะ ข้าเปิดเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ท่านจะบอกวิธีเอาเจ้านี่ออกไปได้หรือยัง” ข้าหันมาทวงคำที่เขาเคยให้ไว้กับข้า
“ข้าไม่รู้หรอก! ฮ่า ๆ ๆ”
“หา! นี่ท่านหลอกข้ารึไงกัน ท่านกษัตริย์ขี้โม้!” ข้าฉุนขึ้นทันทีที่ได้ยินคำนั้นหลุดออกจากบากของร่างตรงหน้า
“ข้าหลอกเจ้าซะที่ไหน เจ้าหนุ่ม ข้าได้เอ่ยหรือไม่ว่า ข้าสามรถถอดเจ้าปลอกแขนนั่นของเจ้าออกได้ เจ้าคิดไปเองทั้งนั้นเลยนะนั่น” พอข้าลองนึกทวนคำพูดของท่านผมหงอก ข้าก็ได้รู้ซึ้งถึงความซื่อบื้อของตัวข้าเอง ข้าอยากตาย !
ร่างทั้งสี่จ้องมองกล่องที่เปิดออกบนมือของตนอย่างแปลกใจ ทั้งที่พวกเขาทั้งหมดพยายามเปิดกันแทบเป็นแทบตาย แต่เพียงแค่เอริคเปรยตามองที่กล่องทั้งสี่ใบเพียงชั่วครู่ กล่องก็เปิดออกได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่นั่นสิ่งที่สำคัญกว่าเรื่องกล่องเปิดออกด้วยผู้อื่นนั่นก็คือ สิ่งที่อยู่ภายใน เมื่อแต่ละคนหยิบสิ่งที่อยู่ภายในออกมา ก็จะพบได้ว่า สิ่งของทั้งหมดนั้นล้วนเป็นเครื่องประดับทั้งสิ้น
เมื่อทุกคนสวมลงไปก็จะเกิดการก่อตัวขึ้นของไอเวทย์เพื่อสร้างชุดในแบบของแต่ละคนขึ้นมาโดยจะแต่งต่างกันไปตามความคิดของคนนั้น ๆ โดยทุกคนจะมีปลอกแขนแสดงถึงตำแหน่งของตัวเองติดอยู่ด้วย
ข้าที่ในตอนนี้กำลังทำประทุษร้ายปลอกแขนของตัวเองอยู่มองไปที่เจ้าสี่คนนั่น ที่กำลังทำสีหน้าพอใจกับชุดและปลอกแขนขอตัวเองอยู่
“เอาล่ะในเมื่อพวกเจ้าได้ชุดเครื่องแบบและปลอกแขนของตัวเองเป็นทีเรียบร้อยแล้ว ข้าก็ขอเอ่ยอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับพวกมันซักหน่อย” ท่านราชองครักษ์ที่ยืนนิ่งอยู่นานเอ่ยขึ้นพร้อมกับเปรยตามองไปที่ทุก ๆ โดยเฉพาะข้า
“สิ่งที่พวกเจ้าสวมอยู่นี้ เป็นสิ่งที่เกิดจากเวทย์โบราณ ความทนทานของพวกมันก็พอ ๆ กับชุดเกราะระดับสูงเลยล่ะ พวกเจ้าสามารถถอดชุดพวกนี้ได้แต่ในทันทีที่ชุดถูกถอดออกมันจะหายกลับเข้าไปในเครื่องประดับที่เจ้าสวมอยู่ในทันที และเมื่อเจ้าต้องการจะใส่ พวกเจ้าก็แค่ปล่อยพลังเวทย์โดยจำกัดจุดเข้าไปที่เครื่องประดับของตัวเจ้าเอง เวทย์โบราณในเครื่องประดับพวกนั้นก็จะเริ่มทำงานทันที เรื่องที่ข้าจะชี้แจงก็มีเพียงเท่านี้แหละ” โอ้! ข้าโล่งใจยิ่ง นี่ข้านึกว่าข้าจะสวมเจ้าชุดนี่ไปตลอดเสียอีก
“ต่อไปข้าจะขอชี้แจงในเรื่องการสอบในวันพรุ่งนี้!” ท่านอัศวินผมแดงเดินเข้ามายืนแทนที่ท่านราชองครักษ์ พร้อมกับเอ่ยขึ้นเสียงดังในท่าทีขึงขัง
“ในเมื่อพวกเจ้าได้ชื่อว่าเป็นหัวโจกของโรงเรียนอัศวินแล้ว วันพรุ่งนี้พวกเจ้าทุกคนต้องเป็นผู้นำการสอบเข้าของคนอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะเจ้าเอริค” ท่านอัศวินกล่าวพร้อมกับหันมาจ้องหน้าข้าอย่างจริงจัง นี่ข้ายังไม่หมดเวรหมดกรรมอีกรึไงกัน! แล้วทำไมข้าต้องไปเป็นผู้นำใครเข้าด้วยล่ะ
“ข้าไม่…”
“ครับ! ครับ! / ค่ะ! ค่ะ!” จะมีซักครั้งไหมนะที่ข้าจะได้เอ่ยอะไรทันใคร ๆ เขาบ้าง แล้วนั่นจะส่งสายตามากดดันข้าทำไมกัน! แค่ตกลงก็พอใช่ไหมเล่า
“รับทราบขอรับ!” แล้วข้าค่อยหนีเอาทีหลังก็ได้ ฮ่า ๆ ๆ เรื่องแบบนี้มันง่ายเสียยิ่งกว่าปลอกกล้วยเสียอีก!
“ดีมาก! ในฐานะที่ปีนี้เป็นปีแรกที่มีหัวโจกของโรงเรียนอัศวินอยู่ครบ ข้าก็อยากให้พวกเจ้าสนิทกันเอาไว้ เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้พวกเจ้าก็ค้างเสียที่นี่ก็แล้วกัน” ท่านอัศวินผมแดงเอ่ยขึ้นราวกับรู้ทันแผนการลับของข้า นี่ข้าต้องไปเป็นผู้นำคนอื่นจริง ๆ ใช่ไหม!
“เป็นความคิดที่ดี โดคิน” ท่านผมหงอกพยักหน้าหงึก อย่างพึงพอใจ “เช่นนั้นแล้วพวกเจ้าก็พักในวังนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวข้าจะให้คนจัดห้องพิเศษเอาไว้ให้พวกเจ้าเอง” ว่าจบท่านผมหงอกก็เดินตรงมาหาข้าอีกคราหนึ่ง
“เจ้าก็อย่าลืมทำหน้าที่องครักษ์ที่ดีล่ะ เจ้าหนุ่ม!” ว่าจบเขาก็หัวเราะขึ้นโคมใหญ่แล้วเดินจากออกไปพร้อมกับท่านราชองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์และท่านหัวหน้าอัศวินผู้ทรงเกียรติ ปล่อยทิ้งข้าและเจ้าพวกนั้นอีกสี่คนเอาไว้ในห้องโถงนี้
