ตอนที่ 11 เปลี่ยนแปลง ตอนที่ 2 (จบ)
ข้าเริ่มจะได้สติหลังจากที่มันหายไปไม่รู้นานเท่าไหร่ อืม จะว่าไปแล้วเมื่อครู่ข้าอยู่ในประตูทดสอบสินะ แล้วก็เห็นเจ้าคนที่หน้าตาเหมือนข้าเปี๊ยบอีกคน แต่ผมยาวกว่าข้าหน่อย แต่จะว่าไปว่ามาแล้ว ข้าว่าข้าหล่อกว่าตั้งเยอะ! เจ้านั่นเทียบข้าไม่ได้หรอก ฮ่าๆๆ นั่นข้าประชดนะ!
ข้าลืมตาขึ้นก็เห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวตามเดิม ซึ่งข้าก็พอจะเดาได้อยู่หรอกนะ ข้าสปริงตัวลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิพร้อมกับทำสีหน้าครุ่นคิด เมื่อไหร่ข้าจะได้ออกไปจากที่นี่กันนะ หรือว่าข้าต้องนับดาวให้หมดท้องฟ้านั้นก่อนถึงจะออกไปได้ อืม แต่ถ้าจะให้ทำอย่างนั้นจริง ข้าว่าข้าคงจะแก่ตายก่อนกระมัง
“โอ้เจ้าฟื้นแล้วรึ” ข้าหันหน้าขวับไปทางเสียงที่ดังขึ้นมา นั่นใคร?
“ใช่ แล้วท่านเป็นใครกัน?”
“ข้าชื่อคาดีอุส”
“อะไร อู๊ด ๆ นะ” ข้าเอ่ยพร้อมกับทำตาแหยใส่ ทำให้เส้นเลือดขึ้นปูดตรงหน้าผากเขาเลยล่ะ
“เจ้าอยากตายรึไง เจ้าแมลงวัน!” เขากล่าวพร้อมกับส่งจิตสังหารอันแรงกล้าเข้าใส่ข้า แต่มันไม่ทำให้ข้าสะทกสะท้านหรอก ถึงจะขนลุกนิดหน่อยก็เถอะ
“ข้าล้อเล่นน่า ท่านอย่าโกรธไปเลย โกรธมากแก่เร….” ยังไม่ทันที่ข้าจะได้เอ่ยจบลูกพลังเวทย์สังหารสีทองก็ลอยเฉี่ยวหน้าข้าไปในทันที
“นั่นมันอันตรายนะท่าน! ถ้าหน้าข้าเสียโฉมขึ้นมาจะว่ายังไงกัน! เท่านี้ก็ไม่มีอะไรจะอวดใครอยู่แล้วนะ!”
“ข้ายังหนุ่มยังแน่นโว้ย!”
“เห…แล้วท่านอายุเท่าไหร่หรือขอรับ?” ข้าเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มของผู้มีชัย ฮ่า ๆ นับใหญ่เลยล่ะนั่น! ฮ่าๆๆ
“นะ นั่นไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า!” เขากล่าวปัดพร้อมกับตวาดใส่ข้าเสียงดัง
“ขอรับ ขอรับ ขอร้าบ” ข้าเอ่ยวาจาล้อเลียนแล้วจึงแหงนขึ้นมองดวงดาวบนท้องฟ้าต่อ
“หึหึ ดูถ้าข้าคงต้องทำให้เจ้าเกิดใหม่อีกคราแล้วล่ะ โอรีออส” เสียงพึมพำดังขึ้นข้างหูข้าพร้อม ลูกพลังสีทองอร่ามี่กำลังหมุดตัวอย่างเกรี้ยวกราดในมือของเขา
“เอ่อ…คือบางที่ข้าว่าเราน่าจะพูดคุยกันดีๆจริงไหมขอรับ แฮะ ๆ ๆ”
“ไม่ทันแล้วโว้ย!!”
ตูม!
“สวัสดี ค่ะ ไม่ทราบว่าท่านต้องการไปที่ไหนดีคะ ระหว่างนรก กับสวรรค์” ข้ายืนมองหน้าของหญิงสาวผู้สวมชุดขาวที่กำลังเอ่ยวาจาไพเราะมาทางข้าอย่างเหม่อลอย เห้ย มันไม่ใช่แล้วเฟ้ย!
ข้าลืมตาตื่นขึ้นเป็นหนที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ แต่ข้าว่าหนนี้ต่างจากหนที่ผ่านๆมาเพราะว่า ไม่มีดวงดาวบนท้องฟ้าอันมืดมิดอีกแล้ว มีเพียงแต่ความมืดที่อยู่อยู่กับข้ารอบด้าน แต่แปลกแฮะ ข้าไม่ยักจะรู้สึกกลัวแล้ว ก็ลองมีอะไรโผล่มาสิ ข้าจะซัดมันให้ปลิวเลย! ฮ่าๆๆ
ข้าค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นยืนแล้วทันใดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
แอ๊ดด…
เหมือนกับว่ามีบางอย่างตรงหน้าข้ากำลังเปิดออกทำให้มีแสงเล็ดรอดเข้ามา อืม…ตอนนี้ข้าอยู่หลังเจ้าประตูยักษ์นั่นนี่นา ข้าค่อยๆเดินออกไปตามแสงที่เล็ดรอดออกมาก็พบว่ามีทุกคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว แต่จะว่าไปข้าต้องคิดบัญชีกับเจ้าท่านอัศวินผมแดงนั่นให้ได้ เล่นโยนข้าเข้าไปแบบนั้นได้ยังไงกัน!
ข้าเดินรี่ตรงดิ่งเข้าไปหาท่านอัศวินผมแดงที่ยิ้มร่าทันทีเมื่อเห็นข้าย่างเท้าออกนอกประตูมา
“นี่ทะ…” ไม่ทันทีข้าจะพูดจบข้าก็อึ้งกับประโยคที่เขาพูดออกมาเสียก่อน
“ไงเจ้าประธานหัวเขียวโผล่ออกมาซักทีนะ! ฮ่าๆๆ”
“ท่านว่าอะไรนะ?” สงสัยข้าจะหูฝาด นั่นจะต้องเป็นเพราะโดนลูกพลังทองๆนั่นแน่ๆ
“ก็เจ้าไง ล่ะประธานเจ้าหัวเขียวทำเป็นอึ้งไปได้! นี่เจ้าเป็นประธานคนแรกของที่นี่เลยนะเฟ้ย ภูมิใจเอาไว้ซะเถอะ!”
“เดี๋ยวสิท่าน! ข้าว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ”
“จะพลาดได้ยังไง! นั่นเจ้าไม่เห็นสัญลักษณ์คะแนนที่หน้าบานประตูของเจ้ารึไงกัน”
“สัญลักษณ์อะไรของท่านข้าไม่เห็นจะ…” ข้าหันไปก็พบกับสัญลักษณ์รูปอัศวินปักดาบพร้อมกับแสงสีฟ้าอ่อนๆสว่างวาบอยู่เป็นพักๆ
“นั่นอะไร?”
“ตัวบอกคะแนนของเจ้าไงล่ะ เจ้าหัวเขียว”
“แล้วคนอื่นๆล่ะ”
“อืม คนอื่นๆ เรอะ พวกนั้นก็ได้รับคัดเลือกเป็นรองประธานกับมือซ้ายมือขวาประธานเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เจ้านั่นแหละเจ้าหัวเขียวที่ออกมาช้าสุด ให้ตายสิน่าอายชะมัดยาก!” ข้าฟังจบก็หันหน้าไปมองกับอีกสี่คนที่เหลือที่ต่างยืนพอใจกับคะแนนของตน แต่ข้าไม่!
“ท่านผมแดง”
“ข้าชื่อโดคินเฟ้ย! ไม่ใช่ผมแดง เจ้ามีอะไรว่ามา จะได้พาไปรับเครื่องซักที” หึหึ มันก็แน่อยู่แล้วว่าข้าจะไม่มีวันไปรับไอ้เครื่องแบบนั่นแน่ๆ
“ข้าไม่อยากเป็นประธาน” เป็นไงล่ะอึ้งกันเลยล่ะสิ อ้าว! เห้ย ทำไมพวกท่านทำหน้าเหมือนว่ารู้อยู่แล้วล่ะ!
“ฮ่า ๆ ๆ ข้าล่ะกะไว้แล้วไม่มีผิด เอ้าพวกเจ้าน่ะ ลากตัวเจ้าหัวเขียวนั่นมาได้เลย พวกเราจะไปรับเครื่องแบบกัน” ไม่!!! ยังไงข้าก็จะไมไปที่นั่นแน่ๆ ข้าพยายามจะพุ่งตัววิ่งหนีแต่ทันทีที่ข้าจะออกตัวร่างกายก็เหมือนจะวูบลงไปทันที
“นี่มันอะไรกัน!” ข้าสบถอย่างหัวเสียพร้อมกับมองไปที่ท่านผมแดงที่กำลังยืนยิ้มอย่างผู้มีชัย
“พลังของเจ้าถูกสูบไปวัดเป็นคะแนน ตอนที่เจ้าอยู่ในประตูนั่น และแน่นอนถึงเจ้าจะมีพลังมากแค่ไหน หาก ออกมาจากประตู พลังของเจ้าก็แทบจะหมดอยู่ดี เพราะงั้นเจ้าไม่มีทางขัดขืนเจ้าพวกนั้นได้หรอกน่า ตามมาซะดีๆ เถอะไอ้หัวเขียว!” อึก! เหมือนกับมีเข็มนับพันเล่มแทงเข้าใส่หน้าอกข้า พร้อมกับการที่เจ้าอัศวินฝาแฝดทั้งสองคนตรงเข้ามาหิ้วข้าไว้เหมือนตะกร้า หน็อย!เจ้าประตูตะไล!ข้าสัญญาข้าจะหาทางมาระเบิดเจ้าทิ้งซะให้ได้ แต่หลังจากที่ข้าหนีจากที่นี่ไปได้แล้วล่ะนะ! แต่เดี๋ยว หัวข้าไม่ได้เขียวซักหน่อย ข้าไม่ใช่แมลงวันนะ!
“หัวข้าไม่ได้เขียวซักหน่อยแล้วข้าก็ไม่ไปด้วย!” ข้าเอ่ยออกไปเหมือนกับเทน้ำลงบนทะเลทรายเพราะไม่มีใครฟังข้าเลย
“เห้! นั่นพวกเจ้า ช่วยข้าที” ข้าหันไปเจ้าสี่คนนั้น แล้วมันก็สำเร็จเจ้าพวกนั้นวิ่งตรงมาหาข้าในทันที แล้วก็ ช่วยกันมัดแขนมัดขาข้าเอาไว้
“โถ่ เจ้าพวกบะ…” แล้วทันใดนั้นข้าก็ไม่สามารถพูดได้อีกต่อไปเพราะเจ้าเร็กซ์หรือไอ้ผมไหม้นั่นดันเอาเชือกมามัดปากข้าเอาไว้เสียแล้ว คอยดูนะ ข้าจะแก้แค้นพวกเจ้าให้สาสมเลย ปล่อยข้า!!
ท่านปู่ข้า ตอนนี้ข้าช่างเสียใจยิ่งนัก ข้าไม่น่าเลือกเส้นทางผิดเลยแถมแต่ล่ะคนที่อยู่รอบกายข้าก็ดันหักหลังพาจับข้าไปทรมานอีก (ตรงไหนฟะ!) ท่านปู่ช่วยข้าด้วย
ข้าได้แต่ตัดพ้อกับชีวิตของตัวเองที่ไม่สามารถจะดิ้นรนอะไรได้เลย แถมยังโดนจับมัดมือมัดเท้าอีกด้วยมาง่ายๆแบบนี้อีกด้วย เจ้าพวกนี้มันปีศาจชัดๆ ข้าจ้องไปที่เจ้าหน้าใจดีซึ่งบังเอิญหันหน้ามามองข้าพอดี ทำให้เจ้านั่นถึงกับสะดุ้งแล้วหันกลับไปในทันที เห๊อะ! อย่าให้ข้าหลุดไปได้ก็แล้วกัน!
ข้าถูกเจ้าพวกนั้นหามอยู่ครู่ใหญ่ก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูรั้วเขตปราสาทที่อยู่ของกษัตริย์หรือก็คือท่านผมหงอกนั่นแหละ
“ข้าพาเจ้าพวกนี้มารับการแต่งตั้ง” เมื่อท่านอัศวินผมแดงเอ่ยจบประตูรั้วก็เปิดออก พร้อมกับการเดินนำเข้าในปราสาทของเขา
“ทำไมเจ้าถึงไม่อยากเป็นประธานล่ะ ดูเท่ห์ออกจะตาย” นั่นเจ้ายังมีหน้ามาถามข้าอีกรึไงเจ้าหัวไหม้! อย่าให้ข้าหลุดไปได้นะจะจวกพวกเจ้าให้ยับเล๊ย!
“เอาล่ะถึงแล้ว” ท่านผมแดงเอ่ยขึ้นเมื่อถึงภายในห้องโถงขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างอลังการงานสร้าง โดยภายในสุดมีบัลลังสีทองอร่ามตั้งตะง่านอยู่
“ทำเคารพ องค์กษัตริย์ออเทอร์” ท่านแม่อัศวินเอ่ยขึ้นพร้อมกับคุกเข่าลงทำให้ทุกคนทำตามไปด้วย และแน่นอน ข้าก็หัวโขกพื้นในทันทีที่อัศวินฝาแฝดคุกเข่าลง ถ้าพวกท่านจะทำความเคารพก็วางข้าลงก่อนสิ นี่หัวข้าปวดไปหมดแล้ว
“เอาล่ะพวกเจ้าทำตัวตามสบายเถิด ข้ารู้สึกว่าวันนี้ข้าจะมีข่าวดีสินะ โดคิน” กษัตริย์ออเทอร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับค่อยๆเดินตรงขึ้นไปนั่งบนบัลลังสีทองอร่ามนั้น
“ขอรับฝ่าบาท เพราะโรงเรียนอัศวินของเราในปีนี้มีประธานแล้วขอรับ” โดคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ไหนล่ะ ผู้ที่มีพลังมากพอที่จะมาเป็นประธานของโรงเรียนอัศวิน”
“เจ้านั่นน่ะขอรับฝ่าบาท” โดคินว่าพร้อมกับชี้มือไปที่เอริคที่บัดนี้ถูกมันเป็นมัมมี่ดิ้นไปมาอยู่ที่พื้น
“หืม…” กษัตริย์ออเทอร์ทำเป็นพินิจมองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงยิ้มร่าออกมาผิดกับท่าที่ขึงขังในตอนแรกลิบลับ
“ฮ่า ๆๆๆ เจ้าเองหรอกเรอะเจ้าหนุ่ม! ฮ่า ๆๆ ข้าบอกแล้วว่าให้มาเป็นองครักษ์ให้ลูกสาวข้าก็ไม่เชื่อ เป็นไงล่ะ ฮ่า ๆๆ สะใจโว้ย!” ทุกสายตาหันไปมองที่กษัตริย์ขอตนเองอย่างแปลกใจ พร้อมกับหันกลับมามองไปยังเอริคที่กำลังดิ้นไปมาเหมือนปลากำลังจะขาดใจ
“เอาล่ะ ข้าขอแต่งตั้งเลยก็แล้วกัน ก่อนที่เจ้านั่นมันจะหนีไปเสียก่อน” กษัตริย์ออเทอร์ดีดนิ้วคราหนึ่ง ก็มีคทาอันหนึ่งปรากฏขึ้นโดยที่เขาก็คว้าเอาไว้อย่างรวดเร็ว บนปลายยอดของคทานั้นมีอัญมณีสีเขียวมรกตเรืองแสงอยู่จางๆ หลังจากนั้นเขาก็ได้ลุกขึ้นจากบัลลังแล้วเดินมาหยุดตรงหน้าของเอริค แล้วก็ต้องกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น
“เจ้ามันนี่มันตลกชะมัด!” เขาว่าจบเม็ดอัญมณีบนยอดคทาก็เรืองแสงสีเขียวเจิดจ้าออกมาเป็นรูปวงเวทย์ขนาดเท่าฝ่ามือ เขาประทับวงเวทย์นั้นลงไปบนแขนข้างซ้ายของเอริคที่กำลังดิ้นอยู่ในทันทีพร้อมกับเอ่ยเสียงอันดังกังวานออกมา
“ด้วยนามของเรา ออเทอร์ อืม...นามสกุลข้ายาวขอข้ามเลยก็แล้วกัน ผู้เป็นกษัตริย์แห่งเซนต์เบิร์ก ขอแต่งตั้งเจ้าให้เป็นประธานของโรงเรียนอัศวิน ณ บัดนี้” แล้วกษัตริย์ออเทอร์หันกลับมาขยิบตาให้เอริคคราหนึ่ง “และขอแต่ตั้งเจ้าให้เป็นองครักษ์ของ บุตรธิดาแห่งเราด้วย รับสั่งนี้จะยังคงอยู่จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง หรือ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สิ้นไปเท่านั้น” สิ้นสุดคำรับวงเวทย์ก็ถูกตราลงบนแขนข้างซ้ายของเขาในทันทีโดยที่เขาไม่มีโอกาสได้ต่อต้านใดๆได้ทั้งสิ้น
“มะ ม่าย!!”
