ตอนที่ 11 เปลี่ยนแปลง ตอนที่ 1
เปลี่ยนแปลง!!
“ชีวิตของผู้คนมากมายที่ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้า กับคนที่เจ้ารัก เจ้าจะเลือกสิ่งใด หากเจ้ามีพลังพอที่จะเลือกได้” นี่คงจะเป็นคำถามแรกกระมังที่ ข้าไม่รู้ว่าจะตอบยังไง
“หากเจ้าเลือกคนที่เจ้ารัก ผู้คนพวกนั้นจะต้องล้มตายจนหมดสิ้น แต่เจ้าจะได้อยู่กับคนที่เจ้ารักไปตลอดกาล” ร่างนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและเจ็บปวด
“แต่หากเจ้าเลือกผู้คนมากมายพวกนั้น เจ้าต้องแลกมันซึ่งชีวิตของเจ้า และคนที่เจ้ารักจะต้องโดดเดี่ยวเพียงลำพังไปอีกนานแสนนาน” เขาว่าแล้วจึงก้มหน้าลงต่ำ พร้อมกับกำหมัดแน่น ด้วยความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ
“อืม…แล้วเป็นท่าน ท่านจะเลือกอะไรกันล่ะ” ข้าถามพร้อมกับจ้องไปยังร่างนั้นที่กำหมัดแน่นจนต้นแขนเกร็ง
“อืม…ถ้าเป็นข้า ข้าก็คงจะเลือกอย่างหลังล่ะนะ ในเมื่อข้ามีพลังพอที่จะแลกกับชีวิตพวกนั้นได้”
“แล้วคนที่ท่านรักล่ะ?” ข้าถามพร้อมกับกำหมัดแน่น
“อืม…อย่างน้อยนางก็ยังมีชีวิตอยู่นี่” เขากล่าวจบก็คลายหมัดที่กำจนแน่นออก
“ท่านมันขี้ขลาดชะมัด! ที่เลือกไป มันก็เหมือนกับปล่อยให้นางตายทั้งเป็นไม่ใช่หรือไง”
“นั่นสินะ…ข้ามันขี้ขลาด” หยดน้ำใสๆ ค่อยไหลนองลงบนใบหน้าเรียวไม่ขาดสาย “ข้าไม่กล้าพอที่จะเลือกรักษาเอาไว้ทั้งสองอย่าง…ข้ากลัวที่ข้าจะสูญเสียทุกอย่างไป”
“แล้วท่านเคยลองแล้วหรือไงกัน” ข้าเอ่ยไปด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก ซึ่งมันทำให้เขาถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
“เอาล่ะๆ ตกลงคำตอบของเจ้าล่ะว่ายังไง ตอบมาซะสิ” ข้าทำแสร้งเป็นครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะเอ่ยคำตอบออกมา
“ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ” ร่างนั้นหันขวับกลับมามองหน้าข้าทันทีด้วยหน้าตาสงสัย
“เจ้าไม่กลัวหรือ? เจ้าอาจจะต้องสูญเสียไปทั้งสองอย่างเลยก็ได้นะ”
“ไม่ลองไม่รู้หรอกน่าท่าน” ข้าเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงติดตลก พร้อมกับการที่ร่างนั้นหันมาชี้หน้ายีตาหัวเราะใส่ข้า มีอะไรตลกน่าขันไม่ทราบ!
“อืม…ข้าว่าเป็นเจ้าอาจจะทำได้ก็ได้นะ” เขากล่าวก่อนที่จะหันขึ้นไปมองดวงดาวบนฟากฟ้าอีกครา
“แน่นอน ก็ข้าจะเป็นอัศวินนี่นา” ข้ากอดอกพร้อมกับตอบออกมาอย่างมั่นใจ ถึงเมื่อครู่ข้าเกือบจะลาออกไปแล้วก็เถอะ!
“เอ้านี่!” เขาโยนขวดอะไรบางอย่างมาให้ข้าโดยที่ข้าเองก็คว้ารับมาได้อย่างสบายๆ “ถือว่าเป็นของขวัญที่เราได้พบกัน มันเอาไว้สำหรับดื่มน่ะ” พร้อมฟังจบก็หันกลับมาพินิจเจ้าขวดขนาดจิ๋วที่มีน้ำสีน้ำเงินเข้มส่องประกายระยิบระยับ ข้าว่ามันน่าซดชะมัด ว่าแล้วก็อย่าช้าซดเลยก็แล้วกัน ข้าเปิดจุกฝาที่ปิดอยู่แล้วจึงซดลงไปในทันที
“เจ้านั่นมันเป็น…อ่าวเห้ย!” ร่างที่เปรียบเสมือนว่าเป็นกระจกเงาของข้า ส่งมือคว้าขวดนั่นกลับไปในทันที แต่ก็นะ ข้าดื่มมันหมดแล้วล่ะ
“นี่เจ้าทำอะไรลงไป! เจ้าเซ่อ!” แล้วนั่นท่านจะทำหน้าเหมือนกับข้าพึ่งวางระเบิดไปทำไมกัน?
“เจ้านั่นอร่อยดีนะ หามาจากไหนงั้นหรือท่าน”
“เจ้ายังจะมีหน้ามาพูดอีกเรอะ! ที่เจ้ากินไปมันคือ หยดน้ำแห่งสันดาน ของข้า! โถ่นี่ข้าต้องสร้างสัตว์ประหลาดตัวใหม่ขึ้นมาแล้วแน่ๆเลย ข้าขออภัยขอรับท่านคาดีอุส…..” แล้วเขาก็เอ่ยอะไรออกมาอีกเป็นชุดๆ ซึ่งแปลกที่ตอนนี้ตัวของข้าเองเริ่มจะไม่ได้ยินซะแล้ว ข้าเริ่มรู้สึกว่าตอนนี้มันมีอะไรบางอย่างซึมซับเข้ามาอย่างรวดเร็วจากทุกๆส่วนของร่างกายข้า อุณหภูมิจากที่เย็นสบาย ในตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นร้อนเป็นหนาว สลับไปมาจนข้าแทบจะคลั่งแล้วจู่ๆ ข้าก็เกิดอาการปวดหัวขึ้นอย่างรุนแรงแต่ข้าก็ยังคงคลองสติเอาไว้ได้อยู่
“ด้วยหยดน้ำแห่งสันดานนี้ ตัวเจ้าจะเปลี่ยนไปตลอดกาล” สิ้นสุดเสียงดังกล่าว ร่างกายของข้าก็เหมือนจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ สติของข้าก็เริ่มที่จะเลือนหายไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ข้าไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด แต่กับรู้สึกดีเสียด้วยซ้ำ
“ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไป ตัวข้าก็เป็นตัวข้า” สิ้นสุดคำพูด สติของข้าก็พลันดับลงจมลงสู่ความมืดมิด
“โห๊ะ! นี่เจ้ายังมีแรงจะพูดออกมาอีกนะ” ร่างสูงเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองมาที่ร่างไร้สติ
“เจ้านั่นคงหลับไปแล้วสินะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้ผู้ที่ยืนอยู่ก่อนหน้าถึงกับผงะ
“ทะ…ท่าน คาดีอุส สวัสดียามเช้าขอรับ แฮะ ๆ” เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มแหยๆไปยังผู้มาเยือนคนใหม่ ตรงหน้า เขาเป็นชายร่างสูงใหญ่หน้าตาเคร่งขรึมในชุดยาวสีขาว เรือนผมสีทองอร่ามยาวสลวยลงมาจรดกลางหลัง ใบหน้าคมคายมองขึ้นไปยังท้องฟ้าด้วยความชื่นชม แต่เพียงที่ได้ยินคำทักทายเท่านั้นก็กลับมาแหวใส่ผู้ที่เอ่ยออกมาทันที
“เช้าบ้านเจ้าน่ะสิโอรีออส! มืดขนาดนี้” เขาผงะ พร้อมเอามือขึ้นเกาหัวแกรกๆ
“เช่นนั้นก็สวัสดียามดึกขอรับ”
“ช้าไปแล้ว!”
“ข้าขอโทษขอรับ…” โอรีออสก้มหน้างุดเหมือนคนสำนึกผิด
“เจ้านั่น เป็นไงบ้าง” คาดีอุสเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันมองไปทางเอริคที่นอนไร้สติอยู่ไม่ไกล
“เอ่อ…จะว่ายังไงดี เขาดันดื่มหยดน้ำแห่งสันดานของข้าไปจนหมดเลยขอรับ ทั้งที่ทีแรกว่าจะให้จิบนิดหน่อยแท้ๆ” ชายผู้ถูกเรียกว่าโอรีออสกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อยๆเหมือนกับว่าตัวเองได้ทำเรื่องผิดพลาดที่สุดลงไปเสียแล้ว
“ฮ่าๆ อย่างนี้ก็เท่ากับว่ามีเจ้าอีกคนน่ะสิ” คาดิอุสเอ่ยออกมาขำๆ
“ไม่หรอกขอรับ ข้ากับเขาก็เป็นคน ๆ เดียวกันนั้นแหละ เพียงแต่ข้าในตอนนี้เป็นเพียงจิตที่หลงเหลืออยู่จากแต่ก่อนก็เท่านั้น”
“นั่นสินะ ข้าดันลืมไปซะสนิทเลย” ร่างของเทพผู้ยิ่งใหญ่เกาหัวแก้เก้อคราหนึ่งแล้วจึงหันมามองหน้าโอรีออส อย่างจริงจัง
“เจ้ามั่นใจในตัวเจ้าตอนนี้มากแค่ไหน โอรีออส” โอรีออสมองมาที่เอริคคราหนึ่งแล้วจึงหันกลับมาตอบร่างตรงหน้าของตน
“ตัวข้าในครานี้แข็งแกร่งกว่าข้าในคราก่อนมากขอรับ แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังไม่รู้ว่า เขาจะสามารถปกป้องทุกๆสิ่งได้อย่างที่เขาเคยหวังหรือไม่” เขากล่าวขึ้นด้วยสีหน้ามัวหมอง
“เอาเถอะ ถึงเวลานั้นเจ้านั่นคงจะทำอะไรซักอย่างเองแหละ”
“ข้าก็คิดเช่นนั้นขอรับ ท่านคาดีอุส อ๊ะ! ในตอนนี้ภาระของข้าในสถานะจิตสุดท้ายสิ้นสุดลงแล้ว ดูแลตัวเองด้วยนะของรับท่านคาดีอุส แล้วก็ฝากท่านช่วยดูแลตัวข้าอีกคนด้วยนะขอรับ” โอรีออสกล่าวพร้อมกับมองไปยังร่างของเอริค
“อืม” คาดีอุสพยักหน้ารับ
“งั้นก็…ลาขาดล่ะขอรับ แบร่!” โอรีออสแลบลิ้นปริ้นตาให้คราหนึ่งซึ่งมองดูแล้วขัดกับใบหน้าหล่อๆนั้นไม่น้อย ก่อนจะกลายเป็นแสงลอยไปเข้าร่างของเอริคที่นอนไร้สติอยู่
“นั่นเจ้าจะไปดี ๆ แบบไม่ให้ข้าแช่งส่งท้ายไม่ได้รึไงกัน!” ร่างใหญ่ตะโกนโวยวายออกไปทันทีหลังจากที่โดนโอรีออสล้อเลียนเขาไปเมื่อซักครู่
