ตอนที่ 10 เข้าไปเถอะน่า! ตอนที่ 1
เข้าไปเถอะน่า!
ในตอนนี้ข้ากับคนอื่นๆอีกสี่คนกำลังเดินตามหลังท่านอัศวินผมแดงหลังจากที่การทดสอบเริ่มต้นจบลงไปแล้วโดยมีอัศวินอีกสองคนเดินตามมาข้างหลัง พวกเขาพาข้าและคนที่เหลืออีกสี่คนเดินออกมาทางหลังอาคารโดยที่ไม่ได้บอกถึงจุดหมายไว้แต่อย่างใด และข้าก็คิดว่าข้าคงต้องลองถามเจ้าพวกสี่คนนี้ดูล่ะนะ แต่ในตอนนี้ข้าหิวแล้วล่ะ ก็นี่ข้ายังไม่ได้กินอะไรมาเลยตั้งแต่เช้าแถมข้าก็ไม่รู้มาก่อนด้วยว่าจะต้องมีการทดสอบอะไรแบบนี้ แต่เรื่องหิวเอาไว้ก่อนเพราะตอนนี้มีเรื่องที่ต้องรู้ให้ได้ก่อน
“นี่ เจ้ารู้รึเปล่าว่าพวกเขาจะพาพวกเราไปที่ไหน” ข้าลองถามชายผู้หนึ่งที่ดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นคนใจดีที่สุดในที่นี้
“โทษที ข้าเองไม่เองก็ไม่รู้เหมือนกันน่ะ” ร่างตรงหน้าข้าส่ายหัวให้ข้าเบาๆพร้อมกับเอามือกอดอกขึ้นอย่างครุ่นคิด นั่นเจ้าก็เครียดเหมือนกันสินะ ข้าพยักหน้ารับแล้วจึงมองหาผู้ที่ข้าจะลองถามคนต่อไปซึ่งก็เป็นคนถัดไปจากคนเมื่อครู่นั่นแหละ นางเป็นผู้หญิงนี่นา
“นี่เจ้า เอ่อ…” ข้าว่าข้าเปลี่ยนคนถามดีกว่านะเพราะดูท่าแล้วนางคนจะกินหัวข้าแน่ นั่น! นางแยกเขี้ยวอีกแล้ว
ข้าว่าข้าเดินต่อไปเงียบๆคงจะดีต่อชีวิตของข้ามากกว่าล่ะนะ
“เอ้า!ถึงแล้ว” และแล้วท่านแม่ทัพอัศวินผมแดงก็พาข้ามาหยุดตรงสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ ประตูขนาดใหญ่ถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ขนาดใหญ่ยักษ์ข้าคิดว่าคงมีจุดประสงค์ อยู่แค่สองอย่างเท่านั้นและที่จะล่ามโซ่แบบนี้ หนึ่งถ้าไม่ต้องการให้ใครเข้าไปก็คงไม่อยากให้สิ่งที่อยู่ในนั้นออกมา นั่นความคิดข้านะ
ทุกคนนอกเหนือจากข้ามองไปที่สิ่งก่อสร้างตรงหน้าหน้าอย่างครุ่นคิดสงสัย นี่ข้าลองมองพวกนั้นดีๆแล้วข้าก็พึ่งรู้ว่า เป็นชายสองคนและหญิงอีกสองคน ซึ่งดูจากท่าทีคงจะมั่นใจในตัวเองไม่น้อย
“เห้! พวกเจ้าน่ะ” ข้าหันขวับไปมองที่เจ้าของเสียงซึ่งนั่นก็คือท่านอัศวินผมแดงที่กำลังนั่งกางร่มอยู่อย่างสบายใจเฉิบ โดยมีอัศวินสองคนที่เดินปิดท้ายมาในคราแรกยืนขนาบข้างตรงเด่เป็นหุ่นขี้ผึ้งอยู่ด้วย
“พวกเจ้า มีใครหิวบ้างไหม” โอ้ว! ช่างรู้ใจข้าเสียจริง! ข้าไม่รอช้ายกมือขึ้นก่อนใครในทันที จะว่าก่อนใครก็คงจะไม่ถูกหรอก เพราะเป็นข้าคนเดียวต่างหากที่เป็นคนยกมือ
“เอ้า! เจ้าเองเรอะ! เจ้าหัวเขียว มากินนี่ซะสิ แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าสองคนนี้คงไม่ให้เจ้าเข้ามาในร่มนี้ง่ายๆหรอกนะ” ข้าแทบจะไม่ได้ยินเสียงที่ท่านอัศวินผมแดงพูดเลย เพราะตอนนี้กระเพาะข้ามันสั่งการทุกอย่างแทนสมองหมดแล้ว ข้าเดินดุ่มๆเข้าไปพร้อมด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อของอัศวินหุ่นขี้ผึ้งทั้งสองคน และในทันทีที่ข้าเข้าถึงบริเวณร่มนั่นเอง ดาบทั้งสองของอัศวินทั้งสองก็ไขว้กันประชิดใส่คอข้าทันที
“ถอยออกไปซะ ถ้าเจ้ายังอยากให้คออยู่ติดบ่าของเจ้าอยู่” หึหึจะขู่ข้างั้นรึ ข้าตราเวทย์ลงบนมือทั้งสองข้าง แล้วจึงเร่งประสาทสัมผัสทั่วร่างกายให้ตื่นตัวขึ้นรับมือกับอัศวินทั้งสองคนพร้อมกัน ข้าฟาดมือใช้มือเปล่าๆที่ตราเวทย์ไว้แล้วปัดดาบของอัศวินทางขวามือออกแล้วจึงฟันมือลงใส่แขนข้างที่ถือดาบของอัศวินคนที่เหลือ ถึงมันจะไม่ได้รุนแรงอะไรมากแต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ดาบเล่มในมือของเขาหลุดมือออกมาได้ ข้าคว้าดาบเล่มนั้นแล้วจึงกลับตัวมาฟันต้านกับดาบของอัศวินอีกคนพร้อมกับหลบหมัดตรงเวทย์ที่เขาส่งมาหมายจะอัดใบหน้าของข้าเต็มๆด้วย นี่ข้ายังขี้เหล่ไม่พออีกรึไงกัน! ข้าฟันดาบโต้อัศวินตรงหน้าไปเรื่อยๆ เนื่องจากอัศวินคนที่ข้าแย่งดาบมากลับไปยืนประจำที่แล้ว แต่ในการฟันแต่ละครั้งนั้นข้าส่งเวทย์กระแทกแฝงเข้าไปด้วยและอีกครู่นึกมันก็จะแสดงผลแล้ว
ข้าหยุดดาบลงทำให้อัศวินคนนั้นได้เอาดาบจี้เข้าที่คอของข้าได้อีกครั้ง รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า แต่ก็เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น เพราะเพียงแค่ข้าใช้มือเปล่าๆแตะลงบนใบดาบของเขา เพียงเท่านั้นเองใบดาบก็หลุดออกมาจากของเขาแล้วตกลงมาใส่มือของข้าอย่างง่ายดาย
ข้ายิ้มให้กับเขาคราหนึ่งแล้วจึงยื่นดาบคืนให้เขาไปและเขาก็ส่งยิ้มบางๆกลับมาให้ข้า เมื่อข้าได้สังเกตพินิจหน้าพวกเขาทั้งสองใกล้ๆแล้วข้าก็ได้รู้ว่าเขาทั้งสองเป็นคู่แฝดกัน ก็แน่ล่ะ! หน้าเหมือนกันอย่างกับแพะกับแกะขนาดนี้
แปะ ๆ ๆ เสียงปรบมือดังขึ้นจากท่านอัศวินผมแดง
“ทำได้ดีมาก เจ้าหัวเขียว” เขาว่าพร้อมชูนิ้วโป้งยีฟันให้กับข้า อือหือ! ข้าขอบอกได้เลยว่าแสงที่แดดที่สะท้อนกับฟันของท่าน มันช่างจ้ามากเลยขอรับ! ท่านอัศวินผมแดง นี่ข้าจะตาบอดไหมเนี่ย! แต่นั่นไม่ใช้ประเด็นในตอนนี้
ข้าจ้องมองจานอาหารที่ตั้งอยู่บนโต๊ะจนน้ำลายยืด ซึ่งมันทำให้ท่านอัศวินผมแดงมองข้าสลับกับอาหารคราหนึ่งก่อนที่จะเอ่ยออกมาอย่างขำๆว่า
“ฮ่า ๆ ๆ มันเป็นของเจ้าแล้ว เจ้าหัวเขียว จัดเต็มไม่ต้องเหลือเลยนะเฟ้ย” ถึงท่านไม่บอก ข้าก็จะทำอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะขอรับ
ข้าตรงดิ่งไปที่โต๊ะกับเก้าอี้ว่างๆข้างท่านอัศวินผมแดงและจัดการอาหารตรงหน้าของข้าด้วยความหิวโหย ท่ามกลางสายตาแปดคู่ที่จ้องมาทางข้าอย่างอึ้งทึ่ง แต่ข้าไม่สนหรอก ข้าหิว!
เพียงครู่เดียวข้าก็จัดการอาหารจนหมดสิ้น แต่ข้าไม่ยักจะอิ่มเลยแฮะ ข้าหันหน้าไปมองท่านอัศวินผมแดง ซึ่งเขาก็หันกลับมาหาข้าอย่างรู้ทัน
“หมดแล้วเฟ้ย! นั่นเจ้าก็กินส่วนของข้าไปแล้วนะ ยังไม่พออีกรึไงกัน” เขาเอ่ยกับข้าพร้อมกับทำสีหน้าทึ่งๆ
ข้าทำคอตกแล้วเดินออกตรงไปที่สีคนยืนอยู่อย่างไร้เรี่ยวแรง ก็ข้าได้รับสารอาหารไม่เพียงพอนี่ กินแค่นั้นมันจะไปพออะไรกัน แต่ก็เอาเถอะถือว่ารองท้องไปก่อน
เมื่อข้าเดินมาถึงทั้งสี่คนก็จ้องมองข้าด้วยสายตาแปลกๆคราหนึ่งก่อนจะมีชายคนหนึ่งในนั้นเดินตรงมาหาข้า
“นี่เจ้าทำได้ยังไงกัน!” ข้าเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงก็พบกับร่างตรงหน้าที่ดูจะชอบใจไม่น้อยไม่น้อย ว่าไปแล้วเจ้านี่น่าจะสูงพอๆกับข้าเลยล่ะ เขามีทรงผมสั้นสีน้ำตาลไหม้และมีร่างกายที่ดูกำยำดูแข็งแรงดี ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนๆนั้นมองมาที่ข้าอย่างชื่นชม เอาจริงๆแล้วข้ารู้สึกออกจะขนลุกมากกว่านะ การแต่งกายของเขานั้นคล้ายๆกับข้าในตอนออกมาจากป่าใหม่ๆ นั่นคือสวมใส่เสื้อสีดำแขนยาวข้างโดยมีเสื้อหนังสัตว์สั้นครึ่งตัวสวมทับเอาไว้ข้างนอก และกางเกงขายาวรัดรูปธรรมดาๆไม่ได้พิเศษแตกต่างจากคนอื่นๆ
“ข้าทำอะไรงั้นหรอ?” เอาจริงๆแล้วข้าก็ไม่รู้หรอกว่าเจ้านี่ต้องการถามถึงเรื่องอะไร
“ก็ที่เจ้าเล่นงานทั้งมือซ้ายมือขวาของท่านโดคินไงเล่า” หืม…ข้าไม่ยักจะรู้ว่าตัวข้าเองไปหักเมือของท่านอัศวินผมแดงเอาตอนไหน
“อ๋อ คือข้าหิวน่ะ” ข้าตอบปัดๆเพราะตอนนี้สารอาหารที่ข้าได้รับมาเมื่อครู่เริ่มที่จะหมดไปกับการพูดคุยกับเจ้าหัวไหม้ตรงหน้านี่แล้ว (น้ำตาลไหม้)
“โห! นี่มันสุดยอดเลยสินะ ต่อไปข้าคงต้องอดอาหารบ่อยๆแล้วล่ะสินะ…” ว่าแล้วเจ้านั่นก็สาธยายไปเสียยาวเหยียดจนสารอาหารของข้าแทบจะหมดไปกับการยืนเขาพูดเลยล่ะ
“ท่านแม่ทัพ ตกลงท่านจะให้พวกเราทำอะไรกันแน่! ข้าไม่มีเวลาว่างทั้งวันมายืนรอท่านนั่งพักผ่อนหรอกนะคะ!” นางผู้ที่เคยแทบจะงับหัวข้าเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูแล้วหงุดหงิดไม่น้อย จะว่าไปแล้วข้าเคยได้ยินจากท่านปู่อยู่เหมือนกันนะว่า ที่ผู้หญิงหงุดหงิดง่ายคงจะเป็นเพราะ….อืม เขาเรียกว่าอะไรแล้วนะ ดวงเดือนรึปล่าวนะ เอข้าว่าไม่น่าจะใช่
“โอ้! พวกเจ้านี่ใจร้อนกันเสียจริงๆเลยนะ จะเริ่มเลยก็ได้” ท่านอัศวินผมแดงกล่าวขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วเดินฝ่าพวกข้าไปยักหน้าประตูบานยักษ์ที่ถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ขนาดเท่าหัวข้าเห็นจะได้
“เอาล่ะเตรียมตัวเขามาได้เลย!” เขาว่าจบก็ชักดาบขนาดใหญ่ที่กลางหลังของเขาออกมาอีกคราพร้อมกับฟันลงไปที่โซ่ตรวนยักษ์นั้นอย่างแรงจนทำให้มันขาดวิ่นออกจากประตูแล้วแหลกสลายกลายเป็นผงไปในทันที
ปึง! ประตูบานยักษ์กระตุกอย่างแรงคราหนึ่งแล้วจึงค่อยๆเปิดออกทำให้เห็นบรรยากาศอันมืดอึมครึ้มของภายในบานประตู โดยที่ไม่มีแม้แต่เสียงของสิ่งใดเล็ดรอดออกมาแม้แต่น้อย
“เอ่อ…ข้านึกได้ว่าข้าลืมของน่ะ ขอกลับไปเอาก่อนนะขอรับ” ข้าเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินหันหลังทันทีที่เห็นบรรยากาศข้างใน ยังไงข้าก็ไม่มีวันเข้าไปเด็ดขาด แต่เวรกรรมของข้าคงมีเยอะเหลือคณา เพราะปกคอเสื้อของข้าถูกมือของท่านอัศวินผมแดงคว้าเอาไว้ได้
“ไม่ต้องแล้วเฟ้ย! ถ้าจะไปจากตรงนี้ต้องลาออกเจ้านั้น!” เขาตะโกนใส่หน้าข้าด้วยน้ำเสียงอันแสนจะดุ
“งั้นข้าขอลาออก” ข้ากลัว!
“ไม่ให้ออกเฟ้ย!” นั่นไง! เวรกรรมของข้าคงจะเยอะเหลือคณาจริงๆสินะขอรับท่านปู่ ข้าร้องไห้ในใจหนักมาก
