7 บทลงโทษที่แสนระทึก (1)
7
บทลงโทษที่แสนระทึก
สองชั่วโมงหลังจากนั้น ปลาวาฬก็มาปรากฏตัวที่คอนโดมิเนียม ฉันเป็นคนเปิดประตูให้เขาเอง และพอเอ่ยถามว่ามาทำไม หมอนั่นก็ตอบกลับมาว่า...
“ผมมาหาอเล็กซ์ครับ”
เหอะ...
“อเล็กซ์ เพื่อนมาหา”
ฉันทำหน้าแบบรู้เท่าทัน ก่อนหันไปบอกอเล็กซ์ที่เดินออกมาจากห้องน้ำพอดิบพอดี หมอนั่นดีใจใหญ่โตที่เห็นว่าเพื่อนมาหา พร้อมกับดันหลังปลาวาฬให้เข้ามาด้านในและนั่งลงบนโซฟารับแขกซึ่งมีข้าวของของฉันที่ทำงานค้างไว้วางอยู่ เมื่อฉันปิดประตูห้องเรียบร้อยแล้วก็เดินตามไป และในขณะที่เอื้อมมือไปเก็บข้าวของบนโต๊ะตรงหน้าเสร็จสรรพ กำลังจะปลีกตัวเข้าห้องตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า นายตัวร้ายก็ใช้แผนการฉกาจทันที
“เอ่อ ผมมาหาอเล็กซ์ ทำให้พี่อลิสอึดอัดหรือเปล่าครับ ถ้างั้นผมกลับก็ได้นะ”
ปลาวาฬใช้คำพูดแสนสุภาพ ทั้งๆ ที่นัยน์ตาของเขาแพรวพราวเจ้าเล่ห์ และสำหรับอเล็กซ์ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ใดๆ เลย ก็เป็นเดือดเป็นร้อนแทน
“เฮ้ย บ้า! พูดอะไรอย่างนั้น เจ้เขาแค่เอาของไปเก็บ” อเล็กซ์บอก ก่อนรีบวิ่งมาแย่งของในมือฉันไปถือไว้เอง พร้อมทั้งอาสาเอาไปเก็บในห้องให้โดยที่ฉันไม่ได้ร้องขอสักนิด! “มาๆ ผมเอาไปเก็บให้เอง เจ้ไปเอาน้ำมาให้ปลาวาฬแทนผมทีนะ”
อเล็กซ์วิ่งเข้ามาชิงโน้ตบุ๊กและสมุดปากกาในมือฉันไป โดยไม่ลืมออกคำสั่งให้หาน้ำหาท่ามาต้อนรับแขกคนสำคัญของเขาด้วย
ฉันได้แต่ทำหน้ายักษ์ใส่น้องชายตัวเอง พร้อมกับใช้สีหน้าแบบนั้นส่งต่อไปให้เด็กหนุ่มที่ยิ้มแป้นแล้นอยู่บนโซฟานั่นด้วย
“นายจะมาทำไมเนี่ย”
“ก็บอกแล้วว่าผมมาหาอเล็กซ์”
ฉันถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ตอนที่ถือแก้วน้ำอยู่ในมือ และคำตอบของเขาก็ยังคงเป็นแบบเดิม มันน่าโมโหจนฉันอยากจะเทน้ำใส่หัวเขาให้รู้แล้วรู้รอด!
“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้!”
แต่ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากตะคอกกลับไปเสียงเบา และกระแทกแก้วน้ำลงตรงหน้า
ทว่ายังไม่ทันที่ฉันจะชักมือออก ผู้ชายเจ้าเล่ห์ที่อายุน้อยกว่าฉันถึงสี่ปี ก็เอื้อมมือมารับแก้วน้ำด้วยการจงใจใช้ฝ่ามือหนาทาบทับมือฉันอย่างน่าโมโห แถมยังตอบโต้ด้วยถ้อยคำกวนประสาทอีกต่างหาก
“ถ้ารู้แล้วจะถามทำไมล่ะครับ J”
“นายนี่มัน…!”
“จุ๊ๆ อเล็กซ์มาแล้วนะครับ” ในขณะที่ฉันกำลังจะเอ่ยปากด่าเขา ปลาวาฬก็รีบเอ่ยห้ามด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม เพราะอเล็กซ์ที่เอาของเข้าไปเก็บในห้องให้ฉันกำลังเดินออกมา จนฉันต้องรีบดึงมือออกจากพันธนาการนั้น ก่อนที่ไอ้น้องบ้านั่นจะนั่งลงใกล้ๆ ฉันพอดี และถามหาแก้วน้ำของตัวเอง
“อ้าว แล้วของผมล่ะเจ้”
“หากินเอาเองสิยะ!”
ฉันไม่ได้คิดที่จะหนีเข้าห้องอีก เพราะฉันคิดว่าการที่อยู่ๆ ฉันหนีเข้าห้อง ไม่ยอมพูดคุยกับปลาวาฬอีกเลย อาจทำให้อเล็กซ์สงสัยในความสัมพันธ์ของเราสองคน
แต่ฉันก็ไม่ได้นั่งรวมกับพวกเขาหรอกนะ เพราะปลาวาฬเอาแต่ใช้สายตาโลมเลียฉันอย่างออกนอกหน้าจนฉันหวาดกลัวว่าอเล็กซ์จะจับได้ ก็เลยหนีไปนั่งบนเก้าอี้อ่านหนังสือ และแสร้งทำเป็นหยิบนิยายขึ้นมาอ่าน ทั้งๆ ที่ในใจยังคงจดจ่ออยู่กับสองหนุ่มน้อยนั่น
“ว่าแต่ ไปไงมาไงวะเนี่ย ถึงได้โผล่มาซะค่ำเลย”
“ก็ไม่รู้จะไปไหน ก็เลยมานี่ ฉันไม่มีเพื่อนที่ไทยเลย นอกจากนาย”
“เออ ก็จริง” อเล็กซ์ตอบด้วยน้ำเสียงเห็นใจ ส่วนฉันได้แต่ลอบเบะปาก
เหอะ! พูดมาได้ว่าไม่รู้จะไปไหน อันที่จริงนายจงใจมาที่นี่เพื่อมาถามเรื่องนั้นต่างหาก
“แต่มานี่ก็ไม่มีอะไรทำอยู่ดี”
“ไม่เป็นไร แค่มีเพื่อนคุยก็หายเหงาแล้ว”
“นี่นายสองคนมีซัมติงลับๆ อะไรกันหรือเปล่าเนี่ย”
“เฮ้ยเจ้! พูดอะไรบ้าๆ” คำถามของฉันทำให้อเล็กซ์สะดุ้งโหยง หมอนั่นหันหน้าพรวดมามองฉัน ในขณะที่ปลาวาฬแค่ยิ้มๆ
“ก็จะไปรู้เหรอ รังสีสีม่วงมันแผ่ซ่านขนาดนั้น”
“พอๆๆ พอเลยเจ้” ฉันยังคงแดกดันต่อ จนอเล็กซ์ต้องโบกมือห้ามเพราะทนฟังต่อไปไม่ไหว “ไม่ต้องไปสนใจเจ้หรอก พักนี้บ้าๆ สติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว มาคุยเรื่องของเราดีกว่า”
“นั่นไง” ฉันแซวอีก “เรื่องของเรานี่มันก็ชวนให้คิดนะ”
“เจ้!!!”
“โอเค...” ในที่สุดฉันก็ยอมรามือ เมื่อเห็นว่าน้องชายตัวดีโมโหจนถึงกับตะคอกเสียงดังใส่ ก่อนที่หมอนั่นจะหันกลับคุยกับปลาวาฬต่อ และบทสนทนาของพวกเขามันก็สร้างความลำบากใจให้ฉันเหลือเกิน
“หาอะไรดื่มกันดีกว่า แก้เครียด เดี๋ยวฉันโทรตามพวกไอ้นัท ไอ้แซนด์มาด้วย”
“ไม่ได้!” ฉันรีบห้าม เพราะกลัวว่าถ้าปล่อยให้เขาดื่มเหล้าในคอนโดฯ สุดท้ายแล้วเรื่องราวแบบวันนั้นก็จะเกิดขึ้นอีกครั้ง
แต่เชื่อเถอะ...ทั้งสองคนนั่นไม่มีใครยอมฟังฉันหรอก โดยเฉพาะอเล็กซ์
“อะไรเจ้ ทีตัวเองยังเมาสองวันติด เมื่อวานบอกจะกลับมาห้าทุ่ม ก็ปาเข้าไปตีสอง นี่ผมยังไม่ได้เคลียร์เลยนะ รถก็หายไปสองวันแล้ว”
“นี่...”
ถ้อยคำกดดันของอเล็กซ์ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กหนีเที่ยวที่โดนผู้ปกครองจับได้ และแน่นอน...ผู้ปกครองที่ว่าไม่ได้หมายถึงอเล็กซ์
เพราะตอนที่น้องชายฉันพูดประโยคนั้น ปลาวาฬก็หันขวับ เขามองหน้าฉันและใช้สายตาผิดหวังส่งมาจนฉันต้องหลบหนี และทำเป็นอ่านหนังสือไม่สนใจเขาอีก
บ้าชะมัด! ไอ้น้องเวร! อยู่ด้วยกันมาทั้งวันไม่เห็นจะหยิบเรื่องนี้มาพูด อย่ามาทำเป็นห่วงเป็นใยฉันผิดเวล่ำเวลาหน่อยจะได้ไหมเนี่ย!
“ตกลงตามนี้นะ เดี๋ยวฉันออกไปซื้อเหล้า แล้วจะโทรหาพวกนั้นด้วย นายก็รออยู่นี่แหละ”
“เดี๋ยวฉันไปซื้อให้เอง” ฉันรีบเสนอตัว เพราะคำว่า ‘นายก็รออยู่นี่แหละ’ ของไอ้น้องบ้านั่น ทำให้ฉันดีดตัวผึง เพราะหากเป็นแบบนั้นก็หมายความฉันต้องอยู่กับปลาวาฬสองต่อสอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี
แต่ไอ้น้องบ้ามันก็ไม่เคยยอม แถมยังยกนั่นยกนี่มาอ้างจนฉันไม่รู้จะตอบโต้ยังไงแล้วเนี่ย!
“เจ้จะไปยังไง รถไม่อยู่นี่ ผมไปเองแหละดีแล้ว ขี้เกียจอธิบายตอนน้องมิลค์ถามว่านี่เส้นผมใครบนรถอีก”
“นายก็เอาปลาวาฬไปด้วยสิ”
“ไม่เอา มันมาเหนื่อยๆ ผมไปคนเดียวแหละดีแล้ว” อเล็กซ์ยืนยันคำตอบเดิม “ว่าแต่วันนี้เจ้เป็นไรวะ ดูหลุกหลิกๆ ชอบกล”
ทั้งหมดมันก็เพราะแกนั่นแหละ ไอ้น้องเวร!
ทันทีที่เสียงประตูห้องถูกปิดลง และภายในห้องรับแขกของคอนโดมิเนียมแห่งนี้เหลือเพียงแค่ฉันกับปลาวาฬตามลำพังแล้ว ฉันก็รีบก้มหน้าก้มตาอ่านนิยายในมือต่อไป ทั้งๆ ที่จับใจความอะไรไม่ได้เลย จะหนีเข้าห้องก็ใช่เรื่อง มันจะดูเหมือนว่าฉันอ่อยให้เขาเดินตามเข้ามายังไงก็ไม่รู้น่ะ
ส่วนปลาวาฬ...หมอนั่นยังคงนั่งอยู่ที่เดิม และใช้สายตาลอบมองมาที่ฉันเป็นระยะ จนกระทั่งเขาคงทนความอึดอัดไม่ไหว ต้องเป็นฝ่ายระเบิดออกมา
“ผมรู้เรื่องทั้งหมดจากพี่โลมาแล้วนะ”
คำพูดนั้นแสนธรรมดา แต่มันก็ทำให้ฉันสะดุ้งสะเทือนได้เหมือนกัน
“พี่อลิสจะคบกับเขาเหรอครับ”
“...”
“ไม่ตอบ?”
“...”
“อ๋อ พี่จะไม่พูดอะไรเลยงั้นสิ”
เออ! ฉันจะไม่พูดอะไรเลย ตราบเท่าที่นายยังหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็น!
“ทั้งๆ ที่เมื่อวานพี่โกหกผมเนี่ยนะ”
“...”
“บอกว่าจะไม่เข้าไปข้างใน แต่สุดท้ายก็เข้าไป แถมยังไปดื่มกับเขาจนคิดจะพัฒนาความสัมพันธ์อีกต่างหาก”
“...”
“ทั้งๆ ที่ผมมาก่อน...”
คำพูดสุดท้ายของเขาแผ่วเบาลง จนฉันที่แสร้งทำเป็นอ่านหนังสือรู้สึกหวิวไหวในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ได้คิดจะตอบโต้อะไร ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองปลาวาฬที่ยังคงจับจ้องฉันอยู่ตลอดเวลานั่นด้วย
ฉันคิดเอาเองว่าปลาวาฬเสียใจ ซึ่งมันก็อาจเป็นไปได้ เพราะเขาแสดงออกชัดเจนว่าจีบฉัน แต่ฉันไม่สามารถให้เรื่องของเราดำเนินไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว ปลาวาฬเป็นผู้ชายต้องห้ามสำหรับฉันเกินไป
แต่เปล่า! เขากำลังทำให้ฉันหลงกล!
“ผม...ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ”
จนกระทั่งเขาขอตัวเข้าห้องน้ำ ฉันก็ยังเงียบและไม่ตอบรับอะไรทั้งสิ้น ได้ยินเสียงเขาเปิดน้ำจากอ่างล้างหน้าและทิ้งไว้เนิ่นนานจนน่าผิดสังเกต ก่อนที่ร่างสูงจะเปิดประตูออกมาอีกที พร้อมกับตะโกนเรียกหาฉันเสียงดังไปหมด
“พี่อลิสครับ ผมปิดก๊อกน้ำไม่ได้”
คำพูดขอความช่วยเหลือกลายๆ นั้นทำให้ฉันหลงลืมทุกสิ่ง ฉันรีบวางหนังสือในมือลงและปรี่เข้าไปในห้องน้ำทันที โดยไม่ทันคิดเลยว่านี่คือแผนการล่อลวงของปลาวาฬ!
เพราะหลังจากที่ฉันผลุบเข้าไปด้านใน หมอนั่นก็ปิดประตูห้องน้ำและกักขังเราทั้งคู่เอาไว้ด้วยกันทันที!
ฉันหันไปมองปลาวาฬด้วยแววตาขุ่นเคือง ในขณะที่หมอนั่นยิ้ม และ...
“ทำแบบนี้ พี่อลิสจะได้ยอมคุยกับผมเสียที”
ฉันไม่น่าลืมไปเลยว่าเด็กนี่เป็นผู้ชายที่ร้ายกาจที่สุดในโลก!
