บท
ตั้งค่า

6 สารวัตรกองปราบ (2)

จากนั้น เราทั้งคู่ก็พูดคุยและดื่มด้วยกันอย่างออกรส ความสัมพันธ์ของเราคืบหน้าไปมาก สารวัตรกองปราบเป็นผู้ชายที่คุยด้วยแล้วสนุก เขาทำให้ความอึดอัดและน่ารำคาญในตอนแรกหายไปจนหมดสิ้น และที่สำคัญ ฉันมองว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายที่รุกหนักจนเกินไป ยังพอมีลูกเล่นที่จะทำให้ฉันอยากค้นหา และวิ่งไล่ตามอยู่บ้าง

“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้คุณอลิสบอกว่าคุณทำงานที่วีเอสอินเตอร์เนชั่นแนลเหรอ”

“ใช่ค่ะ อยู่แผนกประชาสัมพันธ์ ทำไมเหรอคะ” ฉันถามอย่างงงๆ ถึงจะไม่น่าแปลกใจที่เขาพูดจาเหมือนรู้จักที่ทำงานของฉันดี เพราะวีเอสฯ เป็นบริษัทโทรคมนาคมที่เกี่ยวกับการสื่อสารผ่านดาวเทียมชั้นนำของประเทศทุกคนน่าจะรู้จักดีอยู่แล้ว แต่สีหน้าของเขา ทั้งแววตาที่เหมือนจะประหลาดใจจนเกินเหตุนั่น ก็ทำให้ฉันอดแปลกใจไม่ได้เหมือนกัน

ก่อนที่คำตอบของเขา จะทำให้ฉันตกตะลึง...

“บริษัทนั่นเป็นของครอบครัวผมครับ”

“ถ้างั้น... คุณ...”

“ครับ ผมนามสกุลวสุธนรังสี”

ให้ตายเถอะยัยอลิส หล่อนเจอแจ๊คพ็อตเข้าให้จริงๆ แล้ว!

การที่โลมารู้ว่าสารวัตรกองปราบมาจีบฉัน ทำให้ยัยนั่นตกตะลึงเป็นอย่างมาก และจะด้วยความที่เขาเป็นน้องชายของพี่หมิงแฟนเธอ หรือด้วยความที่เขาเพียบพร้อมไปซะทุกอย่างก็ไม่รู้ ยัยนั่นถึงได้ออกโรงเชียร์ จนฉันนึกว่าถูกเขาว่าจ้างมาซะอีก

[เขาเป็นลูกชายคนสุดท้อง เห็นพี่หมิงบอกว่าคุณปราบไม่อยากรับช่วงต่อกิจการของที่บ้าน ก็เลยเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนตอนนี้ได้เป็นสารวัตรเนี่ยแหละ เขาเป็นคนดีนะแก ฉันเคยเห็นเขาที่บ้านพี่หมิงบ่อยๆ คือเลิศอะ อ่อนน้อมถ่อมตน ทั้งๆ ที่อายุมากกว่าฉันตั้งสามปี แต่เขาก็ให้เกียรติฉันในฐานะแฟนพี่ชาย]

โลมาพูดรัวผ่านทางโทรศัพท์ตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉันเล่าเรื่องทุกอย่างจบ และทั้งหมดทั้งปวงนั่นก็คือการช่วยสนับสนุนเขาอย่างเป็นทางการ

[และที่สำคัญ... เขาโสดเว้ย! เห็นหล่อๆ อย่างนี้ เขาครองตัวเป็นโสดมาสามปีละจ้า ตั้งแต่โดนรักแรกทิ้งไปแต่งงานกับฝรั่ง เขาก็ไม่สนใจมองผู้หญิงอีกเลย]

“มองผู้ชายว่างั้น”

[บ้า! คุณปราบไม่ใช่เกย์หรอก ฉันรู้ว่าแกก็มองออก]

“แต่ฉันว่าเขาก็ดูเจ้าชู้อยู่นะ” ฉันบอก “เจอกันครั้งแรก ก็พูดว่าสนใจฉันแล้วอะ”

[แหม! แม่นางอลิส! แกก็รู้ว่าผู้ชายทุกคนที่เจอแก เขาก็สนใจแกกันทั้งนั้นแหละ ขนาดพี่หมิงของฉันยังบอกว่าแกเป็นผู้หญิงสวยที่น่าค้นหาเลย ชิๆๆ หมั่นไส้]

“แกก็พูดเวอร์ไป” ฉันยิ้มจาง แต่ถึงจะเถียงไปอย่างนั้น ฉันก็รู้ดีว่าที่โลมาพูด มันถูกต้องทุกอย่าง

และถ้าจะพูดให้ถูกอีก โลมาควรต้องบอกว่า แม้กระทั่งกับน้องชายของเขาอย่างปลาวาฬด้วยถึงจะครบถ้วน

แต่เอ่อ...อย่าดีกว่า เพื่อความสงบสุขของมิตรภาพ

[เอาเป็นว่าฉันเชียร์คนนี้สุดใจขาดดิ้น คุณปราบเขาน่ารักนะ ถ้าแกคบกับเขา แกต้องมีความสุขแน่ แล้วเราก็จะได้ใช้นามสกุลวสุธนรังสีด้วยกันไง ฮี่ๆ]

โลมาหัวเราะ น้ำเสียงของเธอดังก้องจนฉันอดขำตามไปด้วยไม่ได้

และก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรตอบกลับไป พลันน้ำเสียงแผ่วเบาของยัยนั่นก็เล็ดลอดออกมาจนฉันที่ตั้งใจฟังอยู่ ได้ยินมันชัดเจน

[อ้าว ปลาวาฬ แกมายืนทำอะไรตรงนี้เนี่ย แอบฟังฉันคุยโทรศัพท์หรือไง ไม่มีมารยาท]

“นี่...” ฉันตกใจจนร้องออกมา

ที่ยัยนั่นพูดมันหมายความว่าปลาวาฬมายืนฟังอยู่นานแล้วจริงๆ น่ะเหรอ!?

[แอบฟัง แต่ฟังไม่รู้เรื่องหรอก พี่โลมาคุยกับใครล่ะ แอบมีชู้เหรอ จะฟ้องพี่หมิง]

ฉันได้ยินน้ำเสียงคุกรุ่นของปลาวาฬดังลอดมาชัดเจนพอๆ กัน และถึงแม้ว่าคำพูดนั้นจะฟังดูเหมือนเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่เชื่อเถอะ! มันเป็นแค่กลลวงที่ปลาวาฬสร้างขึ้นเพื่อหลอกล่อให้โลมาตกหลุมพรางเท่านั้นแหละ

“แก อย่าบอก...” ฉันพยายามห้าม

แต่สุดท้ายก็ไม่ทัน

[บ้า! ฉันคุยกับอลิสย่ะ ยัยนั่นกำลังจะมีแฟน ฉันก็แค่ทำหน้าที่เพื่อนที่ดีออกโรงเชียร์เสียหน่อย]

แถมยัยเพื่อนบ้านั่นยังพูดออกไปหมดเปลือกอีกต่างหาก!

บ้าชะมัด ฉันรู้สึกว่าพายุกำลังจะซัดฉันแล้วยังไงก็ไม่รู้เนี่ย!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel