บท
ตั้งค่า

6 สารวัตรกองปราบ (1)

6

สารวัตรกองปราบ

ข้อโต้แย้งของปลาวาฬทำให้ฉันปวดหัวสุดๆ ไปอยู่ออสเตรเลียหกปีแล้วยังไง มันมากพอที่จะทำให้เขาลืมสำบัดสำนวนของไทยไปจนหมดสิ้นเลยงั้นเหรอ!

“ก็พี่อลิสเล่นใช้คำแบบนั้น ผมก็นึกว่ามันแปลความหมายตรงตัวน่ะสิครับ ลืมไปแล้วเหรอว่าผมไปอยู่ต่างประเทศมาตั้งนาน”

“ฉันก็เห็นนายพูดไทยชัดเจนอยู่” ใช้ถ้อยคำโต้กลับแบบกวนประสาทก็ออกจะบ่อยครั้ง พูดแค่นี้ไม่รู้เรื่องได้ยังไง

“ผมก็เข้าใจแค่บางคำเท่านั้นแหละครับ”

“แล้วคำว่า ‘ฉันเกลียดนาย!’ นี่เข้าใจหรือเปล่า”

“เอ... ใช่คำภาษาอังกฤษที่ว่า ‘I Love you’ หรือเปล่าครับ” ปลาวาฬหันมาตอบฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในแบบฉบับที่ฉันมองว่าเขาโคตรกวนประสาท!

“It means I hate you!” (มันหมายความว่าฉันเกลียดคุณ!)

“แต่ I hate you ของผม มันแปลว่า ‘ผมรักคุณ’ นะครับ”

“เอาเถอะ ฉันยอมแพ้นาย” เมื่อเห็นว่ายังไงก็สู้ไม่ได้แน่ๆ เพราะลูกเล่นของเขามากมายเสียจนฉันวิ่งตามไม่ทัน เลยยอมแพ้ไปโดยปริยาย แต่พอทำแบบนั้น มันก็กลับเข้าทางของปลาวาฬยิ่งกว่าเก่า

“เปลี่ยนจากยอมแพ้เป็นยอมรับรักผมแทนได้ไหมครับ J”

เฮ้อ...

ฉันล่ะเหนื่อยใจกับเด็กบ้าคนนี้จริงๆ

ปลาวาฬมาส่งฉันที่หน้า S-single PUB เขาเดินมาเปิดประตูรถให้ พร้อมกับเดินมาส่งถึงรถของฉันที่จอดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

“พี่อลิสจะไม่เข้าไปข้างในใช่ไหมครับ” ตอนที่มือหนากำลังจับประตูรถของฉันค้างไว้ เขาก็เอ่ยถามหรือกำลังออกคำสั่งกับฉันอยู่ก็ไม่รู้ น้ำเสียงนั้นฉายแววจับผิดอย่างเห็นได้ชัด และมันก็ทำให้คนที่กำลังคิดจะทำแบบนั้นต้องโกหกออกมา

“ไม่ล่ะ ฉันว่าจะรีบกลับไปดูอเล็กซ์ซักหน่อย”

“งั้นก็ขับรถดีๆ นะครับ”

“อืม”

“ถ้าถึงแล้วรบกวนโทรมาบอกผมด้วยนะ” เขาร้องขอ จนฉันต้องขมวดคิ้วอย่างงงๆ

“ฉันไม่ได้มีเบอร์นายสักหน่อย”

“อ๋อ นี่ขอเบอร์ผมเหรอครับ ได้ๆ”

“นี่!” ฉันตวาดขึ้นมาทันที ตอนที่ปลาวาฬพูดจากวนประสาทใส่ แถมหมอนั่นยังรีบหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาทำท่าราวกับจะให้เบอร์ฉันอย่างนั้นแหละ

เฮอะ! ฉันไปขอเบอร์เขาตอนไหน ก็หมอนั่นเล่นพูดว่าให้ฉันโทรหา ฉันก็แค่อธิบายว่าฉันไม่ได้มีเบอร์เขาเท่านั้นเอง แล้วอีกอย่าง ฉันไม่ได้รับปากว่าจะทำด้วย!

ซึ่งพอปลาวาฬเห็นว่าเขาแหย่จนฉันเริ่มหงุดหงิด หมอนั่นก็คลี่รอยยิ้มกว้างพร้อมกับโบกมือไปมาตรงหน้าฉัน

“โอ๋ๆ ผมล้อเล่น”

“นายนี่มันจะกวนประสาทเกินไปแล้วจริงๆ นะ”

“ผมรู้ว่าพี่อลิสไม่ขอเบอร์ผมหรอกครับ ถึงแม้ว่าพี่จะอยากได้มันมากก็ตาม”

“นี่!” ใครเขาจะไปอยากได้เบอร์นายกัน

“แต่ไม่ต้องห่วง ผมบันทึกเบอร์ตัวเองไว้ในมือถือของพี่เรียบร้อยแล้วครับ J”

คำพูดของปลาวาฬทำให้ฉันอดแปลกใจไม่ได้ เด็กบ้านี่มาวุ่นวายกับโทรศัพท์ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เขาโกหกหรือเปล่า เพราะคิดแบบนั้นฉันก็เลยรีบหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาดู แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร ปลาวาฬก็หัวเราะเยาะและเอ่ยแซวฉันอีกรอบ จนฉันเกือบจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าตามเดิมแทบไม่ทัน!

“โห ไม่ต้องรีบเช็กขนาดนั้นก็ได้ครับ กลัวจะไม่ได้เบอร์ผมจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย”

โอ๊ยยย! ฉันจะจัดการกับผู้ชายคนนี้ยังไงดีนะ!

และก่อนที่ปลาวาฬจะโดนฉันเพ่นกบาลไปจริงๆ หมอนั่นก็รีบเอ่ยลาและขับรถออกไปก่อน ในตอนนั้นเองที่ฉันก้าวลงมาจากรถตัวเอง โดยไม่ลืมถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก จนเผยให้เห็นชุดเดรสเกาะอกลายเสือดาวที่คว้านลึกเห็นเนินอกอวบอิ่ม แถมยังรัดตรึงทุกสัดส่วนโค้งเว้าให้สะกดทุกสายตาที่จ้องมอง

ฉันเติมสีลิปสติกอีกนิดหน่อย หลังจากนั้นก็พร้อมแล้วสำหรับการท่องราตรีตามลำพังในคืนนี้ ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก ถึงแม้ว่าอะไรๆ มันจะล้มเหลวไปหมดเพราะยัยโลมาเกิดเบี้ยวนัดอีกรอบก็ตามที

จริงๆ แล้วฉันก็โอเคกับการเที่ยวคนเดียวนะ แต่ที่เมื่อวานมันเบื่อๆ ก็เพราะดันมาเจอมิ้นต์ที่นี่โดยไม่ได้ตั้งใจต่างหาก ก็อย่างที่รู้ว่ายัยนั่นเกลียดขี้หน้าฉัน แต่เพราะพวกเธอมาเป็นกลุ่มใหญ่และเกือบทั้งหมดก็เป็นเพื่อนที่บริษัทเดียวกับฉันทั้งนั้น ฉันจึงไม่อาจปฏิเสธได้ตอนที่มิ้นต์เอ่ยชวนให้นั่งโต๊ะเดียวกัน ซึ่งก็หวังว่าฉันคงจะไม่แจ็คพ็อตเจอยัยนั่นสองวันติดหรอกนะ

ฉันเดินเข้ามาด้านใน มองเห็นผู้คนและแสงไฟสลัวที่กะพริบวิบวับพร้อมกับดนตรีจังหวะหนักหน่วง ก็ทำให้ความรู้สึกหนักอึ้งของฉันผ่อนคลายลงไปได้เยอะ ฉันส่งยิ้มให้กับพนักงานคนเดิมที่คุ้นหน้าค่าตากันดี และเมื่อฉันนั่งลงตรงหน้าเคาน์เตอร์ สุดท้าย...ฉันก็เจอแจ็คพ็อต

เปล่า... ไม่ใช่ยัยมิ้นต์ แต่เป็นผู้ชายคนเมื่อวานต่างหาก

“เจอกันอีกแล้วนะครับ”

เขาเดินเข้ามาหาฉัน และเอ่ยทักทายด้วยคำพูดสุภาพ ก่อนส่งแก้วบลูมาร์ตินี่ส่งให้อย่างอ่อนโยน

ฉันรับมันไว้ตามมารยาท แต่ก็ไม่ได้เลือกดื่มในทันที กระทั่งอีกฝ่ายนั่งลงข้างกายฉัน และเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาที่ทำให้ฉันสนใจ

“ ‘วันหลัง’ ของคุณ ใช่วันนี้หรือยังครับ”

คำพูดนั้นทำให้ฉันหัวเราะ ก่อนจะนึกย้อนไปว่าฉันกล่าวลาเขาอย่างเสียมารยาททั้งๆ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายเชิญชวนเขาแท้ๆ ซึ่งพอถูกต้อนด้วยถ้อยคำนั้น มันก็ทำให้ฉันพร้อมที่จะเปิดใจต้อนรับเขาอีกครั้งหนึ่ง

“เมื่อวานฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีมีเรื่องหงุดหงิดนิดหน่อย”

“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ผมเสียมารยาทกับคุณก่อน” เขายิ้ม นัยน์ตาเจ้าเล่ห์นั้นดูมีชั้นเชิงกว่าปลาวาฬ และมันก็ทำให้ฉันรู้ว่าเขาไม่ธรรมดา

แต่เอาเถอะ... วันนี้ถือว่าเป็นวันปล่อยผีก็แล้วกัน

“ผม ‘กองปราบ’ ครับ”

เขาแนะนำตัวเอง พร้อมกับยื่นมาทำความรู้จัก

ฉันจึงไม่คิดที่จะเสียมารยาทซ้ำสอง ด้วยการส่งมือไปให้เขากอบกุมไว้

“อลิสค่ะ”

เพียงเท่านั้น ผู้ชายร่างสูงในชุดสูทแบบสบายๆ ก็ดึงมือฉันขึ้นไปจูบอย่างนุ่มนวล ก่อนที่นัยน์ตาของเราประสานกัน และก่อให้เกิดความรู้สึกที่แสนพิเศษแล่นปราด

แต่ทันใดนั้น! ใบหน้าเจ้าเล่ห์แบบเด็กๆ ของอีตาปลาวาฬก็กลับพุ่งเข้ามาในห้วงความคิดของฉัน จนต้องรีบสะบัดออก

บ้าชะมัด! นายจะโผล่หน้ามาส่งยิ้มให้ฉันทำไมเนี่ย นายปลาวาฬ!

ฉันส่ายหัวพลางถอนหายใจ และนั่นก็ทำให้คนตรงหน้าถึงกับออกอาการ

“คุณอลิสเป็นอะไรหรือเปล่าครับ หรือว่า...”

“เปล่าหรอกค่ะ พอดี... มีเรื่องกลุ้มใจนิดหน่อย” ฉันไม่อยากให้เขาเป็นกังวลก็เลยรีบบอกปัด ก่อนจะหาเรื่องชวนคุยต่อ “ไม่รู้ว่าจะเป็นการละลาบละล้วงไหม ถ้าฉันจะขอเดาว่าคุณเป็นตำรวจ”

ฉันหรี่ตามอง ผู้ชายร่างสูงเจ้าของใบหน้าคมเข้มที่มีบุคลิกท่าทางเหมือนคนในเครื่องแบบฉายชัดออกมาจนฉันรู้สึกได้

“อ้อ ครับ ผมเป็นตำรวจ คุณเดาถูกได้ยังไงเนี่ย”

ฉันยิ้ม จะตอบว่าฉันรู้จักผู้ชายมาหลากหลายอาชีพ ก็ไม่น่าจะใช่คำตอบที่ดีนัก

เพราะงั้น ฉันจึงใช้ชั้นเชิงนิดหน่อย...

ด้วยการเอื้อมมือบางไปลูบคลำที่กระดุมเสื้อเม็ดบนที่ถูกปลดออกของเขาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยบอก...

“เพราะเวลาอยู่ใกล้คุณ ฉันรู้สึกปลอดภัยค่ะ”

ไม่ใช่แค่พวกผู้ชายหรอกนะ ที่จะใช้คำพูดและท่าทางให้อีกฝ่ายหลงใหลเป็น

เพราะอลิสคนนี้ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน J

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel