4 พี่สาวครับ ตอนนี้ผมเป็นหนุ่มแล้วครับ (2)
ฉันอยากจะกรีดร้องให้หายบ้า แล้วก็ขอตัวกลับเสียเดี๋ยวนั้น แต่ก็กลัวโลมาจะผิดสังเกต จึงต้องทำหน้านิ่งๆ ทั้งๆ ที่ในใจร้อนรุ่มจนแทบคลั่ง!
ยิ่งปลาวาฬที่มาปรากฏตัวโดยไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน ดันนั่งลงตรงข้ามฉันในแบบที่องศาสายตาเราตรงกันเป๊ะๆ แถมยังทำหน้ากรุ้มกริ่ม ฉันก็ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
หมอนี่จะมาทำไม คิดจะทำให้ฉันหัวใจวายตายหรือไงนะ!
“อลิส นี่ปลาวาฬน้องชายฉันเอง จำได้หรือเปล่า”
โลมาที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย (ด้วยความสัตย์จริง ฉันอยากให้ยัยนี่ไม่รู้อะไรแบบนี้ไปตลอดชีวิต) ก็สะกิดฉันให้ทักทายกับน้องชายเธอ ฉันจึงต้องพยักหน้ารับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่เด็กหนุ่มตรงหน้ากำลังกลั้นขำ และชิงเอ่ยทักทายฉันก่อนด้วยน้ำเสียงและคำพูดที่แสนสุภาพ
“สวัสดีครับพี่อลิส ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีนะครับ”
และตอแหลที่สุดในสามโลก!
เราไม่ได้เจอกันนานมากเลยเนอะ! เขาเพิ่งกลับจากคอนโดฉันเมื่อตอนบ่ายสามนี่เองไม่ใช่หรือไง
“สบายดี นายล่ะ”
แต่เมื่อเห็นว่าเขาทำตัวแนบเนียน ฉันก็เลยแสร้งถามกลับไปบ้าง แต่ให้ตายเถอะ! คำถามของฉันเท่ากับเปิดลู่ทางกวนประสาทให้เขาชัดๆ
“ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ครับ ผมเสียใจนิดหน่อย”
โอ๊ย! ฉันอยากจะบ้า!
ยัยโลมาจะรู้ไหมว่าตอนที่น้องชายตัวเองพูดประโยคนั้น เขากำลังใช้หัวเข่าสะกิดขาฉันอยู่!
ส่วนยัยคนพี่ที่ได้ยินว่าน้องชายตัวเองเสียใจ ก็เกิดอาการเป็นห่วงเป็นใยขึ้นมา
“ใครทำอะไรน้องชายฉันเนี่ย ไหนเล่ามาซิ”
ซึ่งนั่นก็ยิ่งเข้าทางปลาวาฬเข้าไปใหญ่!
ฉันรู้สึกหายใจติดขัด ร่างกายมันไร้การตอบโต้แปลกๆ ยิ่งตอนที่ปลาวาฬแอบส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้ ฉันก็รู้สึกเหมือนโลกนี้กำลังพังพินาศ แล้วขอร้องเถอะ! ช่วยหยุดสะกิดขาฉันจากใต้โต๊ะเสียทีได้ไหม!
“ผมรู้สึกเหมือนโดนฟันแล้วทิ้งอะ”
กรี๊ด!!! แล้วคำตอบนั่นมันคืออะไร! ไอ้ปลาวาฬบ้า ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ไอ้คนทรยศ!
ฉันต้องรีบสูดลมหายใจเข้าปอดเป็นการใหญ่ พลางสงบสติอารมณ์ตัวเองด้วยการท่องยุบหนอ พองหนอ เพื่อไม่ให้หยิบแก้วน้ำปาหัวเขาในตอนนี้ ส่วนโลมาที่ได้ยินแบบนั้นก็ช็อคตาตั้ง แต่ยังดีที่มันมีอารมณ์ขันมากพอที่จะทำให้สถานการณ์เปลี่ยน
“นี่ไปโดนสาวแหม่มที่ไหนล่อลวงมาเนี่ย ตายๆๆ น้องชายฉัน เสียชื่อตระกูลเศรษฐ์พณิชย์หมด”
ปลาวาฬหัวเราะ ฉันจึงอดรนทนไม่ไหว กระทืบเท้าเขาแผ่วเบาเพื่อไม่ให้โลมาจับได้ แต่มันก็รุนแรงมากพอที่จะทำให้เขาเจ็บปวด หมอนั่นย่นหน้าแล้วหันมามอง ฉันจึงส่งสายตาดุดันไปให้ เพื่อหวังข่มขู่ให้เขาไม่ควรพูดอะไรมากไปกว่านี้
“ผมล้อเล่นน่า” ปลาวาฬบอก
ฉันไม่รู้หรอกว่าเขาให้คำตอบใครระหว่างโลมาที่รัวคำถามไม่เลิก กับฉันที่นั่งทำหน้ายักษ์ใส่เขาตลอดเวลาอยู่แบบนี้ ยังดีที่คำพูดนั้นยุติทุกอย่าง ก่อนที่โลมาจะอธิบายว่าเธอเรียกน้องชายมาเอง เพราะอยากลงโทษที่เมื่อคืนหลังจากไปรับที่สนามบิน ปลาวาฬก็หนีออกจากบ้าน และกลับเข้ามาอีกทีตอนสี่โมงเย็น
“กลับมาถึงก็หายหัว แม่กับป๊าโกรธใหญ่ว่าลูกชายตัวดีหนีเที่ยวตั้งแต่คืนแรก แล้วแกรู้ไหมอลิส ไอ้เด็กนี่นะ กลับถึงบ้านนี่ตัวหอมรึ่มมาเลย ไม่รู้ไปอาบน้ำที่ไหนมา น่าสงสัยสุดๆ”
ฉันกับปลาวาฬสบตากันอย่างตั้งใจแต่คนละความหมาย ฉันยังคงโมโห ส่วนเขาน่ะเหรอ...หึ! ก็กำลังท้าทายฉันอยู่ไง!
“ถามอะไรก็ไม่ยอมบอก เอาแต่พูดว่าความลับๆ อยู่นั่น ฉันล่ะสงสัยจริงๆ อลิส แกช่วยฉันสืบเรื่องนี้หน่อยสิ อยากรู้นักว่าสาวคนไหนที่ล่อลวงน้องชายฉันไปอยู่ด้วยทั้งวันทั้งคืน”
“พี่อลิสเขาไม่ช่วยพี่โลมาหรอก” ปลาวาฬร้องบอก
“ต้องช่วยสิ อลิสย่อมเข้าใจหัวอกพี่สาวอย่างฉันอยู่แล้ว ใช่มั้ย?”
โลมาหันมาถาม ฉันจึงได้แต่ทำหน้าเจื่อนๆ กลับไป เพราะไม่รู้จะพูดอะไรได้อีก ทำไมสองคนนี้ต้องพูดเรื่องนี้ต่อหน้าฉันด้วยนะ เข้าใจบ้างไหมว่าฉันร้อนตัว!
ปลาวาฬเองก็อ่านสีหน้าฉันออก เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นมายังไง แต่เชื่อไหม หมอนั่นกลับกำลังต้อนฉันให้จนมุม!
“เอางี้ ถ้าพี่อลิสถาม ผมจะบอก”
“จริงเหรอ!” โลมาตื่นเต้นเมื่อได้ยินคำพูดของน้องชายตัวเอง
แต่ฉัน! ฉันนี่! ที่หัวใจจะวายจนเกือบหงายหลังตึง!
“จริง ผมจะบอกหมดเลยว่าเมื่อคืนผมไปไหน...ทำอะไร...และกับใคร...”
ปัง!
คำพูดท้าทายของปลาวาฬทำให้ฉันลืมตัวตบโต๊ะเสียงดัง ฉันโมโหสุดขีด แต่คนก่อเรื่องยังคงยิ้ม เขาเอียงคอและมองหน้าฉันราวกับไม่สะทกสะท้านด้วยซ้ำ โชคดีที่มือถือของโลมาดังขึ้น และเบอร์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็สำคัญพอที่จะทำให้ยัยนั่นลืมเหตุการณ์ตรงหน้าทุกอย่าง
“กรี๊ด พี่หมิงโทรมา ทำไงดี ฉันโกหกเขาว่าวันนี้จะเข้านอนแต่หัววันซะด้วย ตายๆๆ ขอตัวไปรับโทรศัพท์ข้างนอกก่อนนะ”
โลมาพูดรัวๆ แล้วก็จากไป ปล่อยให้ฉันเผชิญหน้ากับไอ้เด็กเวรตะไลนี่ตามลำพัง
ซึ่งพออยู่กันสองคน ฉันก็ถือโอกาสเฉ่งเขาทันที
“นายคิดจะทำอะไรกันแน่!”
น้ำเสียงของฉันดุดันและเหี้ยมโหด ฉันตบโต๊ะอีกรอบด้วยนะ ตอนป้อนคำถามนั้น แต่ปลาวาฬก็ยังคงนิ่ง เขาแค่คลี่รอยยิ้มกว้างออกมา เหมือนสนุกสนานกับการได้แกล้งฉันไปวันๆ
“ใจเย็นสิครับพี่อลิส ผมว่าความมันจะแตกก็เพราะอาการร้อนตัวของพี่เนี่ยแหละ”
“นายนี่มัน...!”
“มันน่ารักใช่มั้ยล่ะครับ” เขายิ้มยั่วโมโหฉัน
“เหอะ!”
“อย่าหงุดหงิดไปเลยครับ”
“นายกำลังทำให้ฉันเป็นบ้า”
“ผมก็แค่อยากจะทำให้พี่รู้ว่าพี่ไม่ควรสั่งให้ผมลืม”
“อะไรนะ”
“พี่ขอให้ผมไม่บอกใครอย่างเดียวก็ได้ครับ แต่บอกตรงๆ นะ ผมโกรธที่พี่พูดว่าให้ผมลืมเรื่องเมื่อคืน” น้ำเสียงของปลาวาฬจริงจังกว่าทุกที รอยยิ้มของเขาก็หายไปแล้ว เหลือแต่ใบหน้านิ่งเฉยจนไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะน่ากลัวได้ถึงขนาดนี้ “เพราะผมจะไม่ลืม แล้วก็จะไม่มีทางลืมด้วย”
“ปลาวาฬ!”
“กรุณาอย่าสั่งให้ผมลืมอีกอีกเลยครับ เพราะถ้าพี่ยิ่งบังคับผม ผมก็จะยิ่งทบทวนความทรงจำของตัวเองหนักขึ้น ผมอาจบอกอเล็กซ์เพื่อให้เขาช่วยจำ หรือบอกพี่โลมาเพื่อที่จะได้เก็บไว้เตือนตัวเอง”
นี่เขากำลังขู่ฉันงั้นเหรอ!
“เข้าใจตรงกันนะครับ ”
“นายต้องการอะไรจากฉันกันแน่นะปลาวาฬ...” น้ำเสียงของฉันแผ่วลง ความไม่เข้าใจในตัวเขาทำให้ฉันสับสน หมอนี่ก็เป็นแค่เด็กผู้ชายที่ก้าวเข้ามาในชีวิตฉันเพียงข้ามคืน เขาไม่น่าวุ่นวายกับฉันถึงขนาดนี้
“พี่อลิสก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว”
“ฉันไม่รู้หรอก”
“เฮ้อ...” ปลาวาฬถอนหายใจ
สีหน้าของเขาในตอนนี้คือเซ็งสุดๆ ฉันเองก็ด้วย ถึงขั้นต้องเงยหน้ามองเพดาน มองโคมไฟกันเลยทีเดียว ฉันรู้สึกเหนื่อยใจอย่างบอกไม่ถูก
กระทั่งอยู่ดีๆ ปลาวาฬก็ลุกขึ้น ฉันมองตามก็เห็นเขาพูดอะไรกับพนักงานครู่หนึ่ง ก่อนที่ร่างสูงนั้นจะเดินขึ้นเวทีเล็กๆ ที่มีวงดนตรีกำลังบรรเลงกันอยู่ การปรากฏตัวของเขาทำให้บทเพลงหยุดชะงัก หลังจากนั้นนักดนตรีคนหนึ่งก็ส่งมอบกีต้าร์โปร่งให้กับเขา และปลาวาฬก็นั่งลงบนเก้าอี้พลางพูดเสียงออกไมค์ชัดเจน
“ขอโทษที่ต้องรบกวนเวลาฟังเพลงของทุกคนนะครับ แต่ผมจำเป็นต้องใช้วิธีนี้เพื่อบอกความนัยให้ผู้หญิงเข้าใจยากคนหนึ่งได้ฟัง”
คำพูดของปลาวาฬทำให้ฉันสะดุ้งสะเทือนไปหมด ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเจออะไรแบบนี้หรอกนะ ฉันถูกผู้ชายตามจีบด้วยสารพัดวิธีมาหมดแล้ว กับอีแค่มุกขึ้นไปร้องเพลงจีบสาวบนเวทีเนี่ยกระจอกจะตาย แต่ที่เสียวสันหลังอยู่เนี่ย ก็เพราะกลัวว่าโลมาจะกลับมาทันเห็นพอดีต่างหาก
แต่ดูเหมือนปลาวาฬจะไม่แคร์อะไรเลย เพราะเขาเริ่มเกลากีต้าร์อย่างชำนาญ ก่อนที่ตัวโน้ตพวกนั้นจะบรรเลงเป็นบทเพลงโฟล์คซองคำเมืองที่ใครต่อใครคุ้นชินกันดี แม้กระทั่งกับฉัน...
“เพลงนี้... ขอมอบให้พี่สาวนะครับ”
สายตาของเราประสานกันท่ามกลางแสงไฟสลัว และฉันก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจที่เขาพยายามมอบให้ตามเนื้อหาของบทเพลง ก่อนที่ปลาวาฬจะลงมือดีดกีต้าร์และร้องเพลงในแบบฉบับของเขา
♪♫♪…♪♫
พี่สาวครับ สวัสดีครับพี่ครับ
จำน้องชายคนนี้ได้ก่
จำได้บ่ได้ก็บอกมา
พี่สาวครับ ตอนนี้ผมเป็นหนุ่มแล้วครับ
มีแม่หญิงมาไล่จับ
จะยับเอาผมไปเป็นแฟน
เจอกันเมื่อสองสามปีก่อน
ผมยังละอ่อนและซนแก่น
ฮักเป็นพี่สาว บ่ได้เมาเอาเป็นแฟน
พี่ก่ฮักผมเป็นน้องชาย
เสียงร้องของเขาที่สอดแทรกผ่านบทเพลงนั้นทำให้ฉันใจสั่นอย่างยิ่งเมื่อทุกชั่วขณะที่เขาขับกล่อม ปลาวาฬก็เอาแต่จ้องมองฉันไม่เลิก พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจที่แต่งแต้มอยู่บนเครื่องหน้าไร้ที่ติของเขา ทั้งหมดทั้งปวงนั้นทำให้ฉันหวั่นไหว โดยเฉพาะเนื้อหาท่อนต่อมา...
พี่สาวครับ ตอนนี้ผมฮักพี่แล้วครับ
จะฮักพี่บ่มีหน่าย
บ่ อยากเป็นน้องชายแล้วล่ะ [1]
สายตาของปลาวาฬทำให้ฉันราวกับต้องมนตร์สะกด ที่แม้แต่จะลอบกลืนน้ำลายลงคอก็ยังเป็นเรื่องยากเย็น ฉันหายใจติดขัด อาการบางอย่างมันกำลังฟ้องว่าฉันต่อต้านแรงดึงดูดของเขาไม่ไหว
ปลาวาฬเป็นผู้ชายที่สามารถทำให้ผู้หญิงอย่างฉันยอมที่จะฝ่าฝืนกฎของตัวเอง...
แต่...
ไม่ได้หรอกนะอลิส...
การปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลทุกอย่าง มันจะทำให้เธอเดือดร้อน
ปลาวาฬยังอยู่บนเวที บทเพลงของเขาจบลงไปแล้ว แต่หมอนั่นก็ยังคงบรรเลงท่อนสุดท้ายซ้ำไปซ้ำมา ราวกับต้องการบอกให้ฉันรับรู้ และฝังลึกลงไปในจิตใจ
บ่ อยากเป็นน้องชายแล้วล่ะ…
บ่ อยากเป็นน้องชายแล้วล่ะ…
บ่ อยากเป็นน้องชายแล้วล่ะ…
ฉัน...
จะทำยังไงดี...
[1] เพลง พี่สาวครับ ศิลปิน จรัล มโนเพ็ชร
