บท
ตั้งค่า

2 ทวงสัญญา (1)

2

ทวงสัญญา

“เพิ่งกลับจากออสเตรเลียไม่ใช่เหรอ”

หลังจากที่ปล่อยให้เสียงเพลงครอบงำโดยไม่มีใครปริปากพูดอะไรมานาน ฉันก็โพล่งขึ้นมา เพราะเริ่มทนไม่ได้กับสายตากรุ้มกริ่มของ ‘ปลาวาฬ’ ที่จ้องมองฉันไม่เลิก เรียกได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกประหม่า อาจเพราะนัยน์ตาที่ฉายแววเจ้าเล่ห์คู่นั้น ยังคงเต็มไปด้วยความซุกซนแบบเด็กๆ ล่ะมั้ง ฉันรู้สึกเหมือนถูกเด็กชายปลาวาฬวัยสิบสี่ปี จ้องมองหลังจากจูบกับรุ่นพี่อีกครั้งหนึ่งเลย

ทั้งๆ ที่เขาโตขึ้นมาก เด็กนั่นเปลี่ยนไปแทบทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาตัวสูงอย่างที่ฉันเคยพูดไว้ หน้าตาก็ดูดีขึ้นผิดหูผิดตา จากเด็กน้อยใสซื่อ กลายเป็นหนุ่มน้อยน่าสัมผัสที่มีดวงตากลมโต คิ้วสวย จมูกโด่ง ริมฝีปากบางหยักเข้ารูป ยิ่งเรือนร่างไม่ต้องพูดถึง มองเผินๆ ฉันยังรู้เลยว่าภายใต้เสื้อยืดสีดำสนิทนั้น ถูกซ่อนไว้ด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่งสมความเป็นชาย

แต่ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง เขายังเป็นปลาวาฬที่อยากรู้อยากเห็น และแสดงออกทุกความรู้สึกทางสายตาที่ใสซื่อ เขาดูเหมือนจะไร้พิษสงนะ แต่เชื่อเถอะว่าการที่เขาเอาแต่มองฉันราวกับจงใจใช้สายตาโลมเลียฉันทั้งร่าง เขาย่อมไม่ธรรมดา

“ครับ มาถึงตอนสี่ทุ่ม”

ปลาวาฬตอบออกมา พร้อมกับหยิบรีโมตมากดปิดเสียงเพลงที่ดังขัดจังหวะนั่นด้วย แต่แหม...มาถึงประเทศไทยตอนสี่ทุ่ม แล้วก็วิ่งโร่ออกมากินเหล้ากับเพื่อนฝูงตั้งแต่วันแรกเลยเนี่ยนะ ไม่เกินไปหน่อยหรือไง

“พอเข้าบ้านแล้ว ก็มาที่นี่เป็นที่แรกเลยครับ”

“แม่ไม่ว่าเอาหรือไง” ฉันแย้ง เพราะเท่าที่รู้ แม่เขาก็เผด็จการพอควร ไม่งั้นคงไม่ส่งลูกชายไปเรียนต่อต่างประเทศกะทันหันแบบนั้นหรอก

แต่คำถามของฉันกลับทำให้ปลาวาฬยิ้มกริ่ม ราวกับว่าเขารอที่จะพูดคำนี้มานานแล้วอย่างนั้นแหละ

“ผมโตแล้วนะครับ J”

เขาพูดยิ้มๆ

ฉันเองพอได้ยินคำพูดนั้นของเขา ก็พานนึกไปถึงเรื่องราวตอนเด็กขึ้นมา ยิ่งพอมองหน้าเขาแล้วเห็นว่าปลาวาฬละสายตาไปจากฉัน เพื่อรินน้ำเปล่าใส่แก้วใบใหม่ส่งให้ ผลพวงจากความเมาก็ทำให้ฉันเผลอคิดอะไรบ้าๆ ทันที

ถ้าฉันจูบเขาตอนนี้ล่ะ?

ถ้าฉันทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ในวัยเด็ก ริมฝีปากสีสวยเหมือนลูกเชอรี่นั้นจะจูบตอบฉันอย่างเรียกร้องหรือเปล่า เขาจะละลายไปกับรสจูบที่ฉันมอบให้ไหม หรือเขาเองจะเป็นฝ่ายรุกรานฉันอย่างช่ำชองกันแน่นะ

ความคิดและจินตนาการของฉันเลยเถิดไปไกล กระทั่งแก้วน้ำถูกส่งมาให้ ฉันจึงได้สติ

บ้าจริง! นี่เธอคิดอะไรอยู่ ยัยอลิส!

ก็แค่คำสัญญาในวัยเด็ก เผลอๆ ปลาวาฬลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ!

ฉันกล่าวโทษตัวเองที่เสียสติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ และก่อนที่จะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปมากกว่านี้ ฉันจึงคิดได้ว่าควรกลับเข้าห้อง และปล่อยให้เพื่อนของน้องชายสนุกสนานกันต่อไป ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะยกธงขาวกันไปหมดแล้วก็ตาม อเล็กซ์เองก็ด้วยล่ะ น้องเวรนั่นนั่งคุยกับฉันอยู่ดีๆ ก็ไถลตัวเองจากโซฟาลงไปนอนราบกับพื้น เหมือนพวกขี้เมาสิ้นสติเฉยเลย

เสียแรงที่เกิดเป็นน้องชายฉันจริงๆ!

“ตามสบายนะ”

ฉันลุกขึ้นยืนและหันไปบอกปลาวาฬด้วยเสียงสุภาพ เหมือนเดิมที่รายนั้นยิ้มพร้อมกับมองฉันด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ไม่เลิก ฉันจึงทำเป็นไม่สนใจเขา และเดินข้ามอเล็กซ์ไปโดยไม่ลืมใช้เท้าเขี่ยเพื่อเตือนสติมันไปด้วย

“ตื่นมาแล้วเก็บกวาดห้องให้เรียบร้อยนะ”

“โหย...เจ้อ้ะ!”

มันพึมพำเป็นเสียงบ่น ก็ช่วยไม่ได้ อยากกินเหล้าจนห้องรกเอง พรุ่งนี้วันเสาร์แม่บ้านไม่เข้ามาทำความสะอาดด้วย เพราะงั้นคนที่ต้องเก็บกวาดก็ต้องเป็นอเล็กซ์นี่ล่ะ

ฉันกลับเข้ามาในห้องด้วยสภาพอิดโรยสุดๆ จากเดิมที่ตั้งใจจะอาบน้ำนอน แต่ความเหนื่อยล้าก็ทำให้ฉันฟุบหลับลงบนเตียงและแน่นิ่งอยู่อย่างนั้นนานเกือบชั่วโมง กระทั่งเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ฉันจึงสะลึมสะลือไปเปิด ก่อนจะตาสว่างในทันที เมื่อพบว่าคนที่อาจหาญมาเคาะห้องฉันกลางดึกคือใคร

“ปลาวาฬ”

ฉันเรียกชื่อเขาอย่างแปลกใจ แต่ก็ต้องรู้สึกประหลาดใจมากกว่าเดิม เมื่อเจ้าของชื่อยังคงยิ้มกริ่ม ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการกระทำของตัวเองเลยสักนิด

“มีอะไรหรือเปล่า” ฉันถามต่อ แต่เด็กนั่นก็ยังไม่ตอบ เขาเอาแต่ยิ้ม ก่อนจะชูขวดและแก้วเหล้าในมือส่งให้ พลางบอกฉันด้วยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยสิครับ”

คำพูดเขาฟังดูน่าสงสาร แต่ฉันว่าฉันนี่แหละที่น่าสงสารยิ่งกว่า สภาพฉันดูเมากว่าเขาเยอะ

“พวกนั้นล่ะ”

ฉันหมายถึงอเล็กซ์และเพื่อนคนอื่น แต่คำตอบของปลาวาฬคือท่าทางยักไหล่ บ่งบอกชัดเจนว่าทุกคนเมาจนหลับกันไปหมดแล้ว

“ถ้างั้นนายก็เลิกดื่มเถอะ”

“พี่อลิสไม่ไหวแล้วเหรอครับ”

“ใช่” ฉันตอบตรงๆ จนคนฟังหน้าเสีย

ปลาวาฬนิ่วหน้า และหรี่ตาลงอย่างน่าสงสาร ท่าทางของเขาเหมือนเด็กน้อยไม่มีผิด แต่ไม่ใช่หน้าที่ฉันที่ต้องมาดูแลแขกของน้องชายแบบนี้ ฉันจึงตัดสินใจปิดประตูลงอีกครั้ง แต่ปลาวาฬก็เลื่อนมือมาขวาง พร้อมกับใช้น้ำเสียงออดอ้อนขั้นสุดเพื่อรั้งฉันเอาไว้

“พี่อลิส... ผมเจ็ตแล็ก [1] อะ”

เขาทำตาปริบๆ เหมือนลูกสุนัข จนฉันหลุดขำออกมา

“แล้วไง”

“คนอื่นก็หลับกันหมด ผมไม่มีเพื่อนคุยเลย จะกลับบ้านก็ไม่ได้ เดี๋ยวแม่รู้ว่าหนีออกมา บ่นตายเลย” ปลาวาฬอธิบาย

“ไหนบอกว่าโตแล้ว แม่ไม่ว่าไง”

“ผมเป็นเด็กน้อยสำหรับแม่เสมอล่ะครับ L” เขาทำหน้ายู่ ก่อนก้มหน้ามองฉันและยืนยันประโยคเดิมออกมาอีก “แต่ผมโตแล้วจริงๆ นะ”

อีกละ!

ได้ยินคำนี้ทีไร ฉันรู้สึกเหมือนเขากำลังทวงสัญญาทุกที

“นั่นรูปพี่อลิสรับปริญญานี่นา”

ในขณะที่ฉันเผลอ เด็กหนุ่มที่ยืนยันว่าตัวเองโตแล้ว ก็ใช้ช่วงเวลานั้นผลุบเข้าไปในห้องนอนฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต ครั้นฉันจะไล่เขาออกไป ปลาวาฬก็มัวแต่ชื่นชมภาพถ่ายในอิริยาบถต่างๆ ของฉัน จนฉันไม่กล้าพูดอะไร

“รูปนี้ถ่ายเมื่อไหร่ครับ”

เขาชี้มือไปที่ภาพถ่ายชุดว่ายน้ำของฉันที่ขยายใหญ่อยู่บนผนัง พร้อมกับเอ่ยถามออกมาอย่างสนใจ

“ปีที่แล้วมั้ง”

“ใครถ่ายให้เนี่ย”

“แฟนเก่า” ฉันตอบเสียงเรียบ “เขาเป็นช่างภาพน่ะ”

“ไม่สวย...”

“เอ๊ะ”

“ผมหมายถึงเขาจัดองค์ประกอบและแสงของภาพไม่สวย เสียดาย ได้นางแบบดีๆ แต่จัดแสงเสียหายหมดเลย”

“พี่ว่ามันก็สวยดี”

“พี่อลิสจะสวยกว่านี้ถ้าให้ผมถ่าย”

“...”

“J”

“เป็นช่างภาพหรือไงเรา”

ฉันรีบทำลายความเงียบ หลังจากถูกโจมตีด้วยน้ำเสียงเชิญชวนและแววตาเจ้าเล่ห์อีกครั้ง ปลาวาฬต้องเมามากแน่ๆ เขาถึงได้ใช้สายตาโลมเลียฉันอย่างจาบจ้วงแบบนั้น

“ก็ลองดูไหมล่ะครับ ผมมีกล้องอยู่ในรถนะ” เขาบอก

“แล้วพี่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำด้วยไหม”

ฉันนึกสนุก ก็เลยท้าทายออกไปบ้าง แต่คำถามของฉันทำให้ปลาวาฬหัวเราะ ท่าทางจริงใจของเขาทำให้ฉันผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ครู่เดียวเท่านั้นแหละ เพราะฉันบอกแล้วว่าเด็กนี่ไม่ธรรมดา!

“ผมจะถ่ายภาพสวยที่สุดเมื่อนางแบบไม่ใส่อะไรเลย”

“ทะลึ่ง!” ฉันปากไว พอๆ กับมือที่เลื่อนขึ้นไปฟาดต้นแขนเขาอย่างพลั้งเผลอ แต่ปลาวาฬกลับหัวเราะร่า ราวกับว่านี่เป็นเรื่องสนุกที่สามารถกลั่นแกล้งฉันได้

“ไปนั่งกันเถอะครับ”

แล้วเด็กนั่นก็เอ่ยชวน เขาเดินไปนั่งบนโซฟารับแขกเล็กๆ ตรงปลายเตียง ปลาวาฬวางแก้วเหล้าในมือลงหลังจากที่ดื่มมันหมดแล้ว ก่อนจะรินลงไปใหม่เพื่อส่งต่อมาทางฉัน

“ดื่มกับผมนะครับ ถือว่าเป็นการต้อนรับก็ได้” เขาว่า

และพอยกเรื่องนี้มาอ้าง ฉันก็หมดหนทางปฏิเสธ กำลังจะเดินไปนั่งข้างกายเขา แต่หมอนั่นก็กลับโพล่งคำถามแปลกประหลาดออกมา

“พี่อลิสไม่ปิดประตูห้องเหรอครับ”

“ปิดทำไม” ฉันถาม เพราะการที่เขาเข้ามาอยู่ในห้องฉัน และเราอยู่กันแบบสองต่อสอง เปิดประตูทิ้งไว้มันก็เป็นการดีอยู่แล้ว

แต่ใครจะเชื่อล่ะว่าเหตุผลของปลาวาฬ จะทำให้ฉันอึ้ง

“ถ้าพวกนั้นตื่นมา แล้วเห็นว่าผมอยู่ในห้องพี่ มันจะดูไม่ดีนะครับ”

ขอบคุณที่ช่วยรักษาภาพลักษณ์ให้ฉัน! ถ้าจะเป็นห่วงเป็นใยขนาดนั้น นายก็ไม่ควรเข้ามาตั้งแต่ทีแรกไม่ใช่หรือไง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel