1 คืนวันศุกร์ที่แสนน่าเบื่อ (2)
02.00 AM
ฉันกลับถึงคอนโดฯ ในสภาพที่เมาสุดชีวิต แค่เดินให้ตรงทางยังเป็นเรื่องยาก ก็อย่าหวังว่าฉันจะขับรถกลับมาได้ง่ายๆ เลยนะ เพราะงั้นฉันจึงตัดสินใจทิ้งรถไว้ที่ผับ และเดินทางกลับด้วยแท็กซี่เพื่อทำตามแคมเปญเมาไม่ขับ แต่มันกลายเป็นว่าฉันดันมีปัญหากับการเข้าห้องนี่สิ
คีย์การ์ดฉันหาย!
กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าฉันทิ้งมันไว้หน้ารถ ก็ตอนที่ฉันเทข้าวของในกระเป๋าออกมากองกับพื้นหมดแล้ว
“บ้าชะมัด แล้วฉันจะเข้าห้องได้ยังไงเนี่ย!”
ฉันพึมพำอย่างคนเมา พลางเซถลาไปชนกำแพงเพราะเริ่มตั้งตัวไม่อยู่ ให้ตายเถอะ ฉันรู้สึกวิงเวียนไปหมด ดราย มาร์ตินี่ที่นับจำนวนแก้วไม่ได้ ทำให้สติของฉันพังพินาศ!
ฉันเสยผมสีน้ำตาลเข้มของตัวเองอย่างขัดใจ พร้อมกับโยนกระเป๋าถือที่ว่างเปล่าลงกับพื้น ก่อนหันมาเคาะประตูห้องพักเสียงดังสนั่น
ปัง ปัง ปัง!
เสียงมันดังมากจนฉันเองก็วิตกว่าคนข้างห้องอาจลุกมาด่า แต่ช่างเถอะ ทั้งชั้น 37 มีแต่ผู้ชาย ถ้าเขาเปิดประตูออกมาและพบว่าเป็นฉัน ก็ไม่มีใครบ่นอะไรแล้วล่ะ เผลอๆ ชักชวนฉันเข้าไปพักผ่อนในห้องเขาก่อนอีกต่างหาก ให้ตาย! ฉันเคาะประตูเสียงดังขนาดนี้ ไอ้น้องชายตัวดีก็ยังไม่ยอมเปิด
“ไอ้เล็กซ์! เปิดประตู!”
ฉันจึงตะโกนต่อด้วยน้ำเสียงอ้อแอสุดฤทธิ์ แต่บานประตูก็ยังคงถูกปิดสนิท ฉันก้มมองพื้น เห็นแสงไฟเลือนรางมาจากด้านช่องว่างของบานประตู พร้อมๆ กับที่เสียงเพลงจังหวะรุนแรงที่ดังลอดมา เพียงแค่นั้นฉันก็รู้ว่าไอ้น้องบ้ามันจัดปาร์ตี้อีกแล้ว
“อเล็กซ์!!!”
ปัง! ปัง! ปัง!!!
ฉันตะโกนเรียกเสียงดังกว่าเดิม พร้อมกับทุบประตูห้องรุนแรงกว่าทุกที ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะโทรหาให้มันมาเปิดประตูหรอกนะ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าแบตหมดไปตั้งแต่ตอนอยู่ในผับแล้ว เพราะงั้นฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก
“เปิดประตู!!!”
ปัง!...
สิ้นเสียงตะโกนและทุบบานประตูอีกครั้ง ห้องของฉันก็ถูกเปิดออก ฉันกำลังหงุดหงิดได้ที่ ที่ไอ้น้องบ้ามาเปิดประตูช้า ก็เกือบจะหลุดปากด่าออกไปให้หายโมโห แต่พอเสยผมขึ้นพลางใช้สายตาโฉบเฉี่ยวเพ่งมองไปยังใบหน้าของบุคคลที่ทำหน้าที่นั้น ฉันก็รีบหุบปาก
เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ภายในห้องคอนโดฯ ของฉันไม่ใช่อเล็กซ์ แล้วก็ไม่ใช่พวกนัท แซนด์ ท็อป กลุ่มเพื่อนสนิทของอเล็กซ์ด้วย หากแต่เป็นผู้ชายตัวสูง ผิวขาวจัด แถมยังหน้าตาดีผิดมนุษย์มนา ที่ยืนมองฉันด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่มชวนให้เกิดความรู้สึกแปลกประหลาด และถ้าสติของฉันไม่ได้หลอนจนคิดไปเองแล้วล่ะก็...
ฉันรู้สึกคุ้นชินกับดวงตาคู่นี้อย่างบอกไม่ถูก
“กลับมาแล้วเหรอครับ J”
ในขณะที่ฉันยืนนิ่ง คนตรงหน้าก็เอ่ยทักพร้อมรอยยิ้ม ราวกับรอคอยการกลับมาของฉันอย่างใจจดใจจ่อ แต่ฉันไม่ตอบโต้อะไร นอกจากขมวดคิ้วเพราะนึกให้ตายก็นึกไม่ออกว่าหมอนี่เป็นใคร
ฉันไม่ได้เข้าห้องผิดใช่ไหมเนี่ย!
“เข้ามาสิครับ อเล็กซ์อยู่ข้างในน่ะ” เขาบอกต่อ เมื่อเห็นท่าทีของฉันดูสับสน
แหงล่ะ ฉันเมามากนะ แล้วคนที่มาเปิดประตูให้ก็ดันเป็นผู้ชายที่ไม่รู้จัก เป็นใครก็ต้องรู้สึกแบบนี้ทั้งนั้น
และโดยไม่รอให้ฉันขยับตัว คนตัวสูงตรงหน้าก็เป็นฝ่ายผลักดันร่างฉันเข้ามาเสียเอง ก่อนที่เขาจะก้มลงเก็บข้าวของของฉันที่หล่นเกลื่อนกลาดอยู่หน้าห้อง มาใส่ไว้ในกระเป๋าตามเดิมและเลือกที่จะวางมันไว้บนชั้นเก็บของใกล้ๆ ทางเข้า แล้วค่อยหันกลับมาจับบ่าทั้งสองข้างของฉันให้เดินไปตามทาง
ฉันเอ๋อไปพักใหญ่ แต่ก็ยอมให้ความร่วมมือโดยดี ถึงแม้จะไม่รู้จักเขาเลยก็ตาม
กระทั่งเขาพาฉันเดินมาถึงห้องรับแขก ก็พบว่าไอ้น้องชายตัวดีกำลังเมาแอ๋อยู่กับพวกเพื่อนๆ ที่ฉันคุ้นหน้า พอเห็นฉัน อเล็กซ์ก็โบกไม้โบกมือทักทายน่าหมั่นไส้
“กลับมาแล้วเหรอเจ้~”
“เออสิ” ฉันตอบกลับอย่างหงุดหงิด ในขณะที่คนช่วยพยุงค่อยๆ ดันตัวฉันให้นั่งลงบนโซฟารับแขก ก่อนที่เขาจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม และรินน้ำเปล่าใส่แก้วส่งให้ฉัน พลางใช้สายตาเจ้าเล่ห์จ้องมองจนฉันรู้สึกแปลกๆ
ยอมรับว่าใจสั่น และอีกนัยหนึ่งก็คือฉันรู้สึกว่าเหมือนฉันเคยถูกเพ่งมองด้วยแววตาแบบนี้มาก่อน
“ผมโทรหาเจ้แล้วนะ เจ้โลมาไม่ได้ไปด้วยใช่มั้ยล่ะ ก็ว่าจะชวนมากินที่บ้านด้วยกัน แต่โทรศัพท์เจ้แบตหมดใช่ป่ะ”
น้องชายของฉันพูดแทรกขึ้นมา
“ถึงชวนก็ไม่กินหรอก” ฉันตอบ
เพราะเรื่องจริงก็คือฉันไม่เคยกินเหล้ากับน้องชายอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่ารังเกียจหรืออะไรนะ แต่อย่างที่บอก อเล็กซ์มักกินเหล้ากับกลุ่มเพื่อน แล้วเพื่อนของมันก็ชอบแอบมองฉันอย่างหื่นกระหาย พวกเขาหน้าตาดีถูกใจฉันอยู่หรอก แต่ผิดเองที่มาเป็นเพื่อนกับอเล็กซ์ เพราะงั้นฉันขอบาย~
“โห เจ้!” อเล็กซ์โวยวายขึ้นมา “นี่มันไม่ใช่สังสรรค์ธรรมดานะ”
“วันเกิดใครอีกล่ะ” ฉันชายตาไปยังเพื่อนของน้องชายอีกห้าคนที่หมดสภาพ นอนแผ่ราบไปกับพื้นกันหมด เด็กพวกนี้พอรู้ว่าฉันไม่เล่นด้วยแน่ๆ ก็ไม่ต้องวางฟอร์มอีกเลยสินะ
“ม่ายมีใครเกิด~ แต่เป็นงานเลี้ยงต้อนรับ”
“อ๋อ” ฉันขานรับอย่างเข้าใจ ซึ่งถ้าเดาไม่ผิด ผู้ชายแปลกหน้าที่ฉันไม่คุ้นชิน คงเป็นเพื่อนใหม่ในกลุ่มเขา ที่ได้รับสิทธิ์มาดื่มกินถึงคอนโดมิเนียมของเราแบบนี้
ฉันยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม แต่พออเล็กซ์เฉลยออกมา ฉันก็สำลักน้ำและเกือบทำแก้วหลุดมือ!
“งานเลี้ยงต้อนรับปลาวาฬนี่งาย~”
“อะไรนะ” ฉันถามขึ้นมาทันที พลางหันไปมองหน้าผู้ชายคนเดิมในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนรัดรูปที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม และกำลังยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย “ปลาวาฬเหรอ”
“ช่ายดิเจ้...”
ฉันถามเขา แต่อเล็กซ์เป็นคนตอบ ในขณะที่เจ้าของชื่อได้แต่ส่งยิ้มไม่เลิก
ปลาวาฬ...
ให้ตายเถอะ ฉันก็ว่าทำไมสายตาคู่นี้มันถึงคุ้นนัก ที่แท้ก็เป็นไอ้เด็กปลาวาฬคนนั้นนี่เอง!
