ตอนที่ 4 กลัวความลับแตก
"มีแฟนยัง" ที่ถามเพราะกลัวว่าถ้าเธอมีแฟนแล้วจะมามีปัญหากันทีหลัง ที่เห็นผมมาใกล้เธอแบบนี้ อย่าเพิ่งพากันคิดไปไกล ผมไม่ชอบความวุ่นวายสักเท่าไหร่
"ไม่ ฉันว่าจะเอาลูกเจ้าของมหาลัยไปฝากพ่อ"
"แค่ก! แค่ก!" น้ำพุ่งเลยกู
"นี่ น้ำนายเต็มเสื้อฉันเลย" เธอโวยวายใส่ผม ก็ใครใช้ให้พูดคำนั้นออกมาวะแม่ง คนกำลังกินน้ำอยู่ ดีแค่ไหนไม่พุ่งใส่หน้าเธอแทน แล้วประโยคที่เธอใช้ก็ช่างกำกวมซะเหลือเกิน
"ยะ..ยัยบ้า พูดอะไรออกมารู้ตัวไหม" แล้วคือพูดหน้าตายด้วยนะประเด็น
"ทำไม?" ยังจะมาทำหน้าไม่เข้าใจใส่ผมอีก
"จิ๊!"
"หงุดหงิดเหมือนตัวเองเป็นญาติกับเขางั้นแหละ"
"หุบปากแล้วกินไป" ผมดันจานราดหน้าเข้าไปใกล้เธอ
"เดี๋ยวนะ" เหมือนเธอเพิ่งนึกอะไรได้ แก้วน้ำลำไยที่วางอยู่ถูกยกขึ้นไปดู
"น้ำส้มหมด" ผมรู้ว่าเธอกำลังจะด่า จริง ๆ มันไม่ได้หมดตามที่บอกไปหรอก
"แน่ใจนะ" เหมือนเธอจะไม่ค่อยเชื่อผมสักเท่าไหร่
"กิน ๆ ไปเถอะหน่า" เอาจริงตั้งแต่ผมก้าวเข้ามาในโรงอาหาร สายตาหลายคู่ต่างก็พากันมองมาที่ผมเป็นตาเดียว ถามว่ารู้สึกยังไงกับสายตาพวกนั้น ผมก็เฉย ๆ นะ คงเพราะผมเป็นเจ้าของบวกกับมานั่งกินข้าวกับเด็กใหม่ด้วยเลยเป็นจุดดึงความสนใจจากทุกคน ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากนี้หนูแย้มจะกลายเป็นขี้ปากคนทั้งมหาลัย ถ้าพูดแล้วผมไม่ได้ยินก็แล้วไป แต่ถ้าเรื่องถึงหูผมเมื่อไหร่..เจอกัน
"เสร็จแล้วฉันต้องทำอะไรต่อ" ลืมบอกไปว่าผมได้ส่งข้อความหาไอ้ไพรม์แล้วเรื่องขอตัวเธอมาช่วยงาน ซึ่งจริง ๆ แล้วผมแค่อยากแกล้งเธอแค่นั้นแหละไม่มีไรมาก
"เลิกเรียนแล้วไปไหนไหม" ผมถามขณะตักราดหน้าเข้าปาก
"ต้องถามว่าฉันได้เรียนกับเขาหรือเปล่าเถอะ" เออว่ะ ลืมไปเลย
"งั้นไปซื้อของเป็นเพื่อนฉันหน่อย" ซื้อไรดีวะกู เสือกไม่คิดก่อนพูดด้วยนะ
"มีออกนอกสถานที่ด้วยเหรอ"
"เจ้านายค่อนข้างเรื่องมากน่ะ เขาสั่งให้ฉันไปดูพวกผ้าปูที่นอน น้ำหอมดับกลิ่น ผ้าม่านแล้วก็..." ซึ่งแน่นอนว่าของที่พูดมาในห้องมีครบหมด..
"เออ ๆ"
"พูดใหม่" รอบนี้เสียงผมเข้มกว่าเดิม
"โอเคค่ะพี่ ชื่อไรนะ?"
"พายุโว้ย"
"นั่นแหละค่ะพี่พาย" ยัยนี่กำลังกวนตีนผม เธอจำได้แต่แกล้งลืม
ณ ห้างสรรพสินค้า
ตึกตึก
"ไหนร้านที่นะ..พี่พายจะดู" หนูแย้มรีบเปลี่ยนคำพูดทันทีเมื่อเจอสายตาเข้มดุ ตั้งแต่มาถึงพายุเอาแต่ก้มหน้ากดมือถือ ไม่ได้สนใจของที่ตนจะมาดูตามที่บอกหญิงสาวไป
"ยังไม่ถึง"
"แต่นี่มันคือชั้นผ้าม่านนะ แล้วพี่พาหนูเดินเลยร้านนี้รอบที่สิบแล้ว" เธอกับเขาเดินผ่านบ่อยจนพนักงานร้านจำได้ พายุเงยหน้ามองก็เห็นพนักงานสองคนยืนส่งยิ้มมาให้ เขาเก็บมือถือใส่กระเป๋าพร้อมกับมองหาร้านรองเท้าชาย
"ไปกัน"
"ไปไหน?"
"เจ้านายส่งข้อความมาให้ไปดูรองเท้าให้หน่อย"
"นี่เจ้านายพี่เขาเป็นง่อยเหรอ นอกจากเป็นเจ้าของมหาลัยก็คือพิการขาด้วยว่างั้น" พายุพยายามยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า แม้ในใจอยากด่ามากแค่ไหนก็ตาม เขาข่มอารมณ์ไม่ให้ตัวเองหลุดต่อหน้าเธอ
"พอดีเจ้านายติดประชุมเลยมาเองไม่ได้"
"แล้วมันใช่เรื่องที่ฉันต้องมาด้วยไหมวะ" หนูแย้มบ่นอุบอิบแต่ก็ยอมเดินไป ทว่า..
"ไปไหน" พายุเรียกอีกคนเอาไว้
"ก็ไปร้านรองเท้าไง"
"แต่นั่นมันทางไปห้องน้ำ" เธอรีบหันไปดูทันที เป็นห้องน้ำตามที่พายุบอกจริง ๆ
"ฉันแค่ตีวงกว้างเพื่อเลี้ยว" เธอแถอย่างหน้ามึน หนูแย้มเดินนำอีกคนไปด้วยความรวดเร็ว พายุส่ายหน้าพร้อมกับตามหญิงสาวไปติด ๆ
"สวัสดีค่ะคุณพายุ" พนักงานทักทายลูกค้าวีวีไอพีของทางร้าน
"ที่สั่งไว้" เขาสั่งไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว วันนี้ของเพิ่งมาถึง ไหน ๆ เขาก็มาห้างแล้วเลยแวะมาเอาด้วยตัวเอง มีทั้งของเขาและน้องชาย
"พี่ดูสนิทกับพนักงานที่นี่จัง"
"แน่นอน" คนตัวโตไหวไหล่อย่างไม่ปฏิเสธ จะไม่สนิทได้ไง สั่งรองเท้าร้านนี้ประจำ
"เชิญทางนี้เลยค่ะ" พนักงานสาวผายมือให้ทั้งสองตามไปยังเคาเตอร์ชำระเงิน
"เจ้านายพี่ใส่คนเดียวเหรอ ทำไมสั่งเยอะจัง" มีทั้งหมดสิบถุงที่วางเรียงกันอยู่
"ทั้งหมดหนึ่งล้านแปดแสนเก้าพันบาทค่ะ"
พรึ่บ!
"ฮะ? ทะ..เท่าไหร่นะ" หนูแย้มหันขวับไปมองที่พนักงานคิดเงินทันที เธอตกใจกับราคารองเท้าเจ้านายคนตัวโตใส่ สำหรับเธอเงินหนึ่งล้านคือสร้างบ้านได้เลย
"หนึ่งล้านแปดแสนเก้าพันบาทค่ะ" พนักงานตอบเธอสีหน้ายิ้มแย้ม
"บ้าไปแล้ว คนอะไรซื้อรองเท้าทีเป็นล้าน" คนตัวโตแอบขำหญิงสาวข้างกาย หน้าตาหนูแย้มตอนนี้ถ้าช็อกได้คือช็อกไปแล้ว
"นี่ครับ" พายุยื่นบัตรแบล็คการ์ดสีดำให้พนักงาน ซึ่งในส่วนบัตรแบล็คการ์ดนี้ มีความพิเศษกว่าบัตรเครดิตชนิดอื่นตรงที่ “ไม่จำกัดวงเงิน” ผู้ครอบครองนั้นต้องเป็นผู้ที่รวยเอามาก ๆ ต้องมีเงินในบัญชีขั้นต่ำอย่างน้อย ๆ 500 ล้านบาท มีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลกว่าบุคคลทั่วไป เป็นบัตรที่ค่าธรรมเนียมรายปีที่สูงลิปลิ่ว
"เรียบร้อยค่ะ"
"ถือ" เขาสั่งเธอให้ไปเอาถุงรองเท้ามาถือ
"ไม่กล้าจับเลยอ่ะพี่"
"ไม่กัดหรอก"
"มันไม่กัดแต่มันแพงไง"
"เลอะเทอะ"
"เฮียพาย" เสียงหวานของใครบางคนดังแทรกเข้ามา ก่อนที่เจ้าของเสียงนั้นจะมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า
"แจน?"
"พอดีแจนมาทานข้าวกับเพื่อนน่ะค่ะเลยแวะมาเอารองเท้าให้ไพรม์" เธอมองหญิงสาวข้างพายุก่อนจะเลื่อนสายตามองต่ำลงไปยังถุงในมือทั้งสอง แจนเลือกจะไม่ถามอะไรพี่ชายแฟนออกไป เพราะเธอมองว่ามันคือเรื่องส่วนตัวของอีกคน
"เฮียมาเอาแล้วเหรอคะ"
"ใช่ แจนจะกลับแล้วใช่ไหม"
"ค่ะ แจนกำลังจะกลับ"
"งั้นเฮียฝากด้วยนะ รบกวนเอาไปส่งที่รถให้หน่อยนะครับ" เขาบอกกับน้องสะใภ้ก่อนจะเอ่ยบอกพนักงานในร้าน
"ได้ค่ะคุณพายุ"
"แล้วเจอกัน" พูดจบเขาก็ลากหนูแย้มออกจากร้านไปทันที แจนทำได้เพียงมองตามทั้งสองไปสีหน้ามึนงง
_________________________________
