ตอนที่ 7 หนุ่มหล่อนักธุรกิจ
เช้าตรู่… แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านกระจกรถ อันดาลืมตามองเพดานสีดำภายในรถยนต์ ก่อนจะไล่สายตามองเสื้อเชิ้ตสีขาวที่สวมบนตัวเธอ ส่วนชุดเกาะอกที่เธอสวมใส่มากลับโดนถอดสะเปะสะปะทิ้งลงพื้นรถ
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”อันดาอ้าปากค้าง แววตาเบิกกว้างตกใจ ขวับหันไปฝั่งคนขับ เห็นร่างกำยำนอนเปลือยท่อนบนกอดอก ใบหน้าของเขาช่างหล่อเหลาแม้ตอนหลับไหล
“ตื่นแล้วหรอ”เสียงของมาร์วินถามเธอในขณะที่หลับตา
เขาไม่ได้หลับแต่แรกเพียงแค่หลับตาพักสายตารออันดาตื่น
“บ้านอยู่ที่ไหน จะไปส่ง”มาร์วินเอ่ยถามสาวสวยที่นั่งเบาะข้างกัน ก่อนจะลืมตาหันมาจ้องมองใบหน้าพริ้มเพราแต่ใสซื่อ
อันดาทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ราวกับจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้ซักอย่าง
“มะ เมื่อคืนเราสองคนไม่ได้มีอะไรกันใช่ไหมคะ”เรียวปากสีชมพูเอ่ยถามคนเจ้าชู้ที่คุ้นตากระอึกกระอักกลัวคำตอบอีกฝ่าย
อันดาจำได้แค่บางเหตุการณ์ว่าตัวเธอร้อนรนต้องการอะไรบางอย่าง แต่ก็หักห้ามคำพูดและพฤติกรรมของเธอเองไม่ได้ และเธอก็จำเรื่องราวทั้งหมดที่อาร์ตและมาร์วินถกเถียงชิงตัวเธอ แต่ไม่นานภาพก็ตัดไป
“ไม่รู้สิ”คำตอบสั้น ๆ ชวนใจสั่นของมาร์วินบวกกับหน้านิ่ง ๆ ของเขาทำเอาสาวสวยไปต่อไม่ถูกทาง…
“โลเคชั่นบ้านอันค่ะ”เธอนั่งเงียบอยู่นาน ก่อนจะกดจีพีเอสในโทรศัพท์ยื่นให้มาร์วิน
ไม่รู้หรอกว่าเมื่อคืนเธอกับเขาทำอะไรกันไปบ้าง คิดดีไม่ได้เลยชุดเกาะอกกองที่พื้นให้เห็นตำตาขนาดนี้
เธอเองก็ไม่ได้มั่นใจขนาดนั้น ดูจากเมื่อคืนที่เขานั่งกับสาวสวยนมโต เขาก็น่าจะเจ้าชู้เหมือนที่ฮันน่าบอกและที่เธอเคยคาดเดาไว้
“หวังว่าคุณคงไม่ได้ทำอะไรฉันนะคะ”เธอคิดในใจ
มาร์วินขับรถเข้ามาในโครงการคฤหาสน์หลังโตที่อันดากดจีพีเอสให้ แต่ยังไม่ทันจะถึงหน้าประตูเหล็กของคฤหาสน์สาวสวยเธอก็สั่งให้มาร์วินจอดรถ ส่งเธอข้างถนน
หนุ่มหล่อดีกรีหมอไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่สังเกตอะไรมาร์วินขับรถช้า ๆ โดยมองอันดาผ่านกระจกหลัง จนกระทั่งสาวน้อยเข้าประตูคฤหาสน์ของเธอ เขาจึงขับรถออกไปจากโครงการ
สองวันผ่านไป…
“วันก่อน ทำไมกลับก่อนไม่บอกกันบางเลย”ฮันน่าถามอันดา ริมฝีปากดูดเศษขนมที่ติดปลายนิ้วตัวเอง
“จะกินจนอ้วนเลยรึไง” อันดาเบี่ยงหน้าหนีมองวิวทะเลสาบ แล้วเปลี่ยนประเด็นชวนฮันน่าคุยเรื่องอื่น ไม่อยากให้ฮันน่ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นกลัวว่าแพรวจะโดนหวดเอา
“ไม่อ้วนหรอก ก็น้าเคททำขนมอร่อยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหว” ฮันน่าคลี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเอนตัวพิงเบาะนุ่มและหยิบจับโทรศัพท์ขึ้นมาสไลด์หน้าจอ
“อือ แล้วนัดสัมภาษณ์งานวันไหน พรุ่งนี้หรอ”
“หึ” อันดาส่ายหน้าเอื่อยๆ
“เออนี่ ถามไรหน่อยสิ เพื่อนพี่ศรันไรนั่น”
“ฮั่นแหน่ ชอบพี่เขาละสิ”ฮันน่าชี้นิ้วใส่เพื่อน พูดแซวแล้วกระทุ้งศอกใส่แขนอันดา
“ยังพูดไม่จบเลย”
“ใช่ม่ะ สนใจหรอ”ฮันน่าพูดต่อ ปกติไม่เคยเห็นเพื่อนอยากจะสนใจหรืออยากรู้จักใครง่าย ๆ
“บ้า แค่ถามเฉย ๆ ” อันดาหลบตามองต่ำเมื่อโดนเพื่อนถาม ฮันน่าเลยเล่าประวัติคร่าว ๆ ของมาร์วินให้กับเธอฟัง
“ชื่อพี่มาร์วิน แค่นี้ รู้แค่ว่าเป็นหมอแค่นี้” ฮันน่าบุ้ยปากใส่เพื่อนแล้วหยิบขนมเข้าปากเคี้ยวจนแก้มตุ่ย
“นี่คือประวัติคร่าว ๆ หรอ”
“ฮ่า ฮ่า อือ ละอีกอย่างก็น่าจะเจ้าชู้มาก เพราะพี่รันก็เจ้าชู้ เขาคู่ขากัน เหมือนที่เคยบอกนั่นแหละ”ฮันน่าทิ้งทวนไว้แค่นี้ให้อันดาสงสัย
เวลาผ่านไปสองอาทิตย์...
@SPK HOUSE
หลังจากฝ่ายบุคคลนัดอันดาสัมภาษณ์งานเสร็จ ยังไม่ทันที่เธอขาเล็กเรียวจะก้าวเดินออกจากห้องสัมภาษณ์
ฝ่ายบุคคลสอบถามเธอว่าสะดวกเริ่มงานวันไหน เพราะทางบริษัทรับเธอเข้าทำงานเลยทันที
น่าแปลกใจทั้ง ๆ ที่เธอไม่มีประสบการณ์ แถมบริษัทนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทที่ใครก็หมายปองอยากจะเข้ามาทำงานและผ่านการสัมภาษณ์ยากมากด้วยซ้ำ
“เอ่อ อันพร้อมเริ่มงานวันนี้เลยค่ะ”เธอไม่ลังเล ที่จะตอบตกลงกับฝ่ายบุคคลของบริษัท และไม่นานก็มีหญิงวัยกลางคนเดินพาเธอไปที่โต๊ะทำงานตำแหน่งของเธอ
“นี่จะเป็นโต๊ะทำงานของอันดา มีอะไรสอบถามพี่ได้เลยนะ”
“ละ ละเลขาเลยหรอคะ อันดาว่า...”
“พี่เข้าใจนะว่าอันดาสมัครมาในนามอินทีเรีย แต่ระหว่างนี้ช่วยงานพี่ก่อนได้ไหม” ‘รินดา’ เลขาประทานบริษัทพูดอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากสาวดีกรีอินทีเรียดีไซน์เนอร์
ถึงแม้ว่าอันดาจะปฏิเสธว่าเธอไม่มีประสบการณ์เป็นเลขามาก่อน แต่รินดาก็ให้เหตุผลกลับมาว่าเธอจะสอนงานให้กับอันดาเอง
ฟังแล้วอาจจะดูย้อนแย้งกับสาขาที่เธอจบมา แต่ถ้าคิดในแง่ดีถ้าอันดารับตำแหน่งนี้ อันดาก็จะได้ประสบการณ์นี้กลับไปบริหารบริษัทของพ่อเธอ
“ค่ะ อันช่วยพี่รินดาก็ได้ค่ะ”อันดาตกลงที่จะทำงานตำแหน่งเลขาช่วยรินดา ทำเอารินดายกยิ้มอย่างพึงพอใจ
“วันนี้ท่านประธานลา พี่พอจะมีเวลาว่างอยู่บ้าง เดี๋ยวพี่สอนการจัดตารางาน และกฎระเบียบให้”รินดายื่นเอกสารให้กับอันดาพลางชี้ไปที่หน้าจอคอมแนะนำบอร์ดผู้บริหารแต่ละตำแหน่งให้อันดารู้จัก
จนเวลาผ่านไปเกือบบ่ายสามโมง
“พี่รินดาคะ อันจะไหวแน่ใช่ไหมคะ”อันดายิ้มเจื่อนให้กับรินดาพลางยกยาดมขึ้นมาสูดดมเข้าเต็มปอด
รินดาเห็นก็หลุดขำอันดาออกมาด้วยความเอ็นดู เธอไม่ได้เป็่นคนเขี้ยวอะไรมาก เลยอนุญาตให้อันดาไปผ่อนคลายที่คาเฟ่ข้างบริษัทให้สมองโล่ง
“โอ๊ย ทำไงดีเนี่ยยัยอัน ถอนตัวตอนนี้ทันไหม” อันดานั่งเท้าคางคิดในใจ มืออีกข้างนึงที่ว่างก็พลางจับหลอดดูดเขี่ยน้ำแข็งในแก้วกาแฟเย็นของเธอ
“ดูเครียดจังเลยนะครับ” เสียงของชายสูทดำมาดนักธุระกิจเอ่ยถามสาวสวยที่นั่งอยู่
เขาหันไปยิ้มกับเธอ ก่อนที่เธอจะยิ้มแล้วค้อมศีรษะตามมารยาทให้กับเขา
“ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ คุณ...?”
“อะ อ่อ ได้ค่ะ อันดาค่ะ” สิ้นเสียงหวาน เธอก็ดันตัวลุกขึ้นนั่งตัวตรง แต่ทว่า ชายสูทดำที่นั่งอยู่ตรงหน้าทำไมหน้าคุ้น
“มาทำงานวันแรกหรอครับ ไม่คุ้นหน้าเลย”
“ใช่ค่ะ เพิ่งเริ่มงานวันแรก ก็เครียดเลยค่ะ”
“เครียด?” เจ้าของสูทดำกระตุกคิ้วเป็นเชิงถาม
“พอดี อันอยู่ตำแหน่งเลขาท่านประทานเลยเครียดนิดหน่อยค่ะ ไม่ได้จบมาตรงสายงาน”
“แล้วคุณชื่อ...?”
“โอเว่นครับ เป็นรองประธานบริษัทที่อันดากำลังทำงานอยู่”
“รองประธานบริษัท 0.0” อันดาตาโตตกใจ เมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย ก่อนเธอจะรีบคำนับศีรษะเป็นการขอโทษ
“ไม่เป็นไรครับ ตามสบายเถอะ”โอเว่นยิ้มกว้าง รู้สึกถูกใจสาวสวยคนนี้แล้วสิ
“ไหน ๆ วันนี้ก็ทำงานวันแรก งั้นเดี๋ยววันนี้ผมขอเลี้ยงกาแฟและขนมเค้กอันดาดีกว่า” โอเว่นกระแอ้มเสียง พูดจบก็ยืดตัวไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดื่ม
“คนอะไรหน้าตาหล่อเหลาเอาการ แถมบุคคลิกก็สงบเสงี่ยมเจียมตัว” อันดาไม่ตอบอะไรกับโอเว่นอีก ได้แค่คิดคนเดียวในใจ แต่ถึงจะหล่อแค่ไหนก็ไม่ใช่สเป็กเธออยู่ดี
“เอ่อ อันขอตัวกลับไปทำงานก่อนดีกว่าค่ะ ขอบคุณสำหรับเค้กนะคะ แต่ไว้วันหลังจะดีกว่าค่ะ”เธอเกรงใจโอเว่น แล้วอีกอย่าง ถ้าคนผ่านมาเห็นคงไม่ดีแน่ เธอจึงบ่ายเบี่ยงหาทางเอาตัวรอดกลับไปฝึกงานต่อกับรินดาที่รอเธออยู่บนตึกสูง
