ตอนที่ 4 คุณหมอหัวใจ Cardio
@ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
“ผู้ป่วยชายไทย อายุสี่สิบห้าปี มาด้วยเรื่องอุบัติเหตุขับรถชนเสาไฟฟ้า หน้าอกกระแทกกับพวงมาลัยรถค่ะอาจารย์ อัลตร้าซาวด์หัวใจดูแล้ว พบว่ามีเลือดออกในช่องเยื้อหุ้มหัวใจค่ะ”
“โทรบอกห้องผ่าตัดให้เตรียมห้องผ่าตัดด่วนเลย”
“รับทราบค่ะอาจารย์”
มาร์วินวิ่งตรงไปที่ห้องผ่าตัดด้วยความเร็วแสง ล้างมือ แต่งชุดปราศจากเชื้อเข้าห้องผ่าตัดทันทีที่ถึง
“ผู้ป่วยชายไทย อายุสี่สิบห้าปี มีรอยฟกช้ำกลางอก บริเวรที่เสี่ยงต่อตำแหน่งหัวใจค่ะ” พยาบาลห้องผ่าตัดรายงานอาการของผู้ป่วยทวนให้มาร์วินทราบอีกครั้ง
“หมอดมยาพร้อมนะครับ ทุกอย่างพร้อมนะ”
“พร้อมค่ะอาจารย์”
“งั้นก็เริ่มทำการผ่าตัดได้เลยครับ”
“แพลนของเราก็คือ ผ่าตัดเปิดช่องอก เพื่อระบายน้ำในเยื่อบุหัวใจออกมา”
“เบลดครับ” มาร์วินออกคำสั่งกับพยาบาลในทีม ให้ส่งมีดผ่าตัดให้กับเขา ก่อนจะใช้ปลายมีดกรีดลงบนช่องอกของผู้ป่วย
“ซักชั่นครับ”
“ซักชั่นค่ะ” พยาบาลในทีมหยิบอุปกรณ์ดูดสารคัดหลั่งขึ้นมาดูดเลือด
ผ่านไปเกือบห้าชั่วโมง การผ่าตัดดำเนินต่อไป ตามลำดับขั้นตอน
แกร็บ! สิ้นเสียงกรรไกรตัดไหม ที่ตัดฉับเส้นไหมเย็บปิดแผลบริเวณช่องอก
“เดี๋ยวผมฝากปิดแผลต่อด้วยนะครับ น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้ว”
“ขอบคุณทุกคนมากครับ”
…..
“ตรวจเสร็จยังวะ” เกือบเที่ยงของวัน ศรันเดินเข้ามาหาเพื่อนในห้องทำงาน ทิ้งตัวลงนั่งโงกบนโซฟาสภาพเหมือนคนไม่ได้หลับนอนมาทั้งคืน
“อือ เสร็จแล้ว” มาร์วินพูดขึ้นในระหว่างที่ตายังจดจ้องกับคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน เร่งพิมพ์ข้อมูลการผ่าตัดผู้ป่วยลงระบบ
“แล้วเมย์ล่ะ”
“ตรวจคนไข้ที่นัดมาติดตามอาการยังไม่เสร็จอ่ะดิ แต่เดี๋ยวตรวจเสร็จก็เดินตามมาเองแหละ” ศรันอ้าปากกว้างหาวนอน ปากแทบจะฉีกถึงรูหูก่อนจะปรับเปลี่ยนจากนั่งเอนตัวเป็นนอนลงโซฟา
“นั่นไง มาละ ตายยากชิบหาย”
“อารมณ์เสีย นี่ไม่ได้ใส่อารมณ์เลยนะ พวกมึงคิดดู ส่งคนไข้มาให้กูดูแลต่อ จะส่งเวรกันสักคำก็ไม่มี” ‘เมย์’ สาวสวยคนเดียวของกลุ่ม เปิดประตูห้องเข้ามา แล้วโวยวายเสียงดังตามสไตล์สาวเจ้าอารมณ์ยังกับคนโดนแหย่รังแตน
“และนี่ก็อีกอย่าง สั่งอเมริกาโน่เย็น ไม่หวาน แล้วดูทำให้ นึกว่าหวานร้อยเปอร์เซ็น”
“แค่นี้...?” ศรันเลิกคิ้วถาม ลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปมองเจ้าของเสียง
“เออสิ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดี”
“แล้วมีวันไหน ที่มึงอารมณ์ดีบ้าง กูเห็นวีนทุกวัน” ศรันพูดก่อกวนระบบประสาทและสมองของเมย์เพราะเห็นเพื่อนเป็นแบบนี้จนชิน
“ได้ที ว่ากูใหญ่เลยนะมึง” เมย์แห้วใส่ศรันพร้อมกับเดินไปนั่งเบียดเพื่อนที่โซฟา แล้วเงยหน้าขึ้นหาหนุ่มหน้านิ่งอย่างมาร์วินที่กำลังจดจ่ออยู่กับคอมพิวเตอร์
“แล้วจะไปกินไหมเนี่ย ข้าวเที่ยง เดี๋ยวก็ไม่ได้แดกพอดี มีผ่าตัดต่อไม่ใช่ไง”
“แล้วนั่นปากมึงไปโดนอะไรมา” เมย์เอ่ยถามมาร์วินเมื่อเห็นมุมปากเพื่อนแดงแจ๋เป็นแผล ต่อมความอยากรู้ก็เริ่มทำงาน
“นี่อย่าบอกนะว่าพวกมึงไปดริ้งค์กันมาเมื่อคืน” นิ้วเรียวยาวชี้ไปมาสลับใส่เพื่อนผู้ชายทั้งสองคน เพราะสภาพแต่ละคนพังไม่เป็นท่า อีกคนปากแตก อีกคนสภาพศพตายซาก
“เบาได้เบาไอ้เสือ เลขสามแล้ว”
“อืม” มาร์วินดันตัวขึ้นจากเก้าอี้ทำงานพร้อมกับเดินไปหยิบเสื้อกาวน์สีขาวมาคลุมใส่แล้วหันไปพูดกับเมย์และศรัน
“จะไปแดกไหมละข้าว บ่นเป็นแม่เลยเว้ย”
“ไปดิ ก็รอมึงเนี่ย”
“เออ ก็รอคุณมึงอ่ะ”
“หมอแผนกอื่นนะเมาท์แหลกเลยว่าที่มึงได้รางวัลหมอหัวใจที่มีฝีมือดี เพราะเส้นสายแม่มึง”
“พูดมั่วชิบหาย เพื่อนกูเก่งจากฝีมือ”
“จริง แม่งพูดไม่ดูผลงาน”
เสียงของศรันและเมย์พร่ำบ่น เมื่อมาร์วินโดนหมอแผนกอื่นว่า แต่ก็ทำไงได้ ในเมื่อคนมันเก่งจริง ๆ
มาร์วินขึ้นชื่อว่าเป็นหมอหัวใจที่ฝีมือดีระดับต้น ๆ ของประเทศ เพราะกว่าจะมีวันนี้ได้ หนุ่มหล่อคนนี้ต้องใช้ความพยายามถึงขั้นขัดคำสั่งของตระกูลเพื่อมาเรียนหมอตามความฝันของตัวเอง
“แต่ถ้าบอกว่าเพื่อนกูเจ้าชู้จะไม่เถียงซักคำ”
“กูไม่ได้เจ้าชู้ กูแค่เอ็นดูสาว ๆ” มาร์วินคลี่ยิ้มอ่อน หย่อนก้นนั่งลงโต๊ะอาหารของโรงพยาบาล
“พูดแบบนี้ ดูดีขึ้นมาหน่อยโน๊ะ” เมย์พูดแซวเพื่อนแล้วเดินไปสั่งอาหาร
ทั้งสามคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ กระทั่งเรียนจบ วกวนไปเรียนเฉพาะทาง แล้วก็วนกลับมาทำงานที่เดียวกัน
สองหนุ่มเสือผู้หญิง กับสาวสวยหมวยหนึ่ง เห็นแบบนี้มาร์วินกับศรันหวงเมย์จะตาย แต่ก็ไม่เคยคิดไม่ซื่อต่อกันนะ แต่มันจะมีสักวันไหมนะที่ผีจะผลักให้คนสองคนมันรักกัน กัดกันอยู่ได้
“แล้วเมื่อเช้าเข้าห้องผ่าตัด คนไข้เป็นไรมาวะ” ศรันถือชามก๋วยเตี๋ยววางบนโต๊ะพรางถามมาร์วิน เพราะแอบไปส่องมา เห็นว่าต้องเข้าห้องผ่าตัดด่วน
“อุบัติเหตุรถยนต์ชนเสาไฟฟ้า หน้าอกกระแทกกับพวงมาลัย”
“วันก่อนคนไข้มาแต่เช้าเหมือนกัน คนไข้ให้ประวัติว่าปวดร้าวที่ต้นแขนซ้ายบ่อย ๆ แต่ไม่ยอมมาหาหมอนะ คิดว่าคงเพราะนอนทับแขนตัวเอง ที่ตัดสินใจมาหาหมอเพราะหน้ามืด”
“เลยให้พยาบาลที่ห้องฉุกเฉินทำคลื่นไฟฟ้าหัวใจให้”
“สรุปเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉย แต่เช้า...” มาร์วินตักข้าวคำโตใส่ปากด้วยความหิว
นี่แหละชีวิตของการเป็นหมอทานข้าวไม่ตรงเวลา ถ้าวันไหนมีคนไข้ฉุกเฉินเข้ามาก็ต้องรีบไป ไม่ว่าจะกินข้าวอยู่หรือทำอะไรอยู่ก็ตาม ถ้าอยู่ภายในเวรรับผิดชอบก็ต้องรีบไป เพราะชีวิตคนไข้สำคัญที่สุด
“แล้วคืนนี้มึงต้องอยู่เวรป่ะเนี่ย” เสียงของเมย์พูดขึ้นกลางโต๊ะอาหาร
“อยู่ดิ ฝากหมอเวรตรวจแทนยังไม่ได้หรอก ต้องอยู่เฝ้าเอง ไว้เอาท่อช่วยหายใจออกค่อยว่ากัน”
*********
หมอฝีมือดีมาแล้วค่ะ พี่ ๆ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยน๊าาา
ขอคนละคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้นักเขียนได้มุ้ย
