ตอนที่ 2
“ผมว่าคุณป้าควรคิดดีกว่าว่าจะให้ลูกชายติดคุกหรือชดใช้ด้วยตนเอง”
“หึ อีขวัญ แกมีหน้าที่ชดใช้ให้น้อง รวมถึงประกันตัว แกคิดจะอกตัญญูหรือไง” วีรดาสะบัดมือออกหันมาขู่ของขวัญที่ยืนนิ่งทำใจ
“น้องฉันต้องชดใช้เท่าไหร่คะ” เธอเปลี่ยนมาถามโจทย์เพื่อตัดปัญหาครอบครัว ต่อให้เธอปฏิเสธมานับครั้งไม่ถ้วนก็จำยอมใจอ่อนเพราะความกตัญญูคำเดียว
“สิบล้านครับ”
“ฮะ! สิบล้าน ไอ้น้องเวรเอ๊ย ทำบ้าอะไรลงไป”
“ผมให้ผ่อนจ่ายได้สำหรับคุณ เดี๋ยวผมจะคุยกับท่านให้ ขอเบอร์ติดต่อด้วยครับ เราคงต้องคุยนอกรอบกัน ส่วนผู้ต้องหาฝากไว้ก่อนแล้วกัน จนกว่าผมจะตกลงได้” พูดจบขันเงินก็ถูกลากเข้าห้องขังทันทีตามติดด้วยมารดาที่อ้อนวอนก่อนหันมาจับแขนของขวัญ น้ำเสียงอ่อนลงเพื่อปกป้องลูกชายสุดที่รัก
“ขวัญลูกแม่ ช่วยน้องหน่อยนะลูก น้องไม่เคยนอนห้องขัง ช่วยน้องหน่อยได้ไหม”
“แม่”
“ช่วยน้องหน่อยนะ ทำเพื่อแม่” ว่าแล้วประโลมลูบผมราวกับรักใคร่ที่ไม่มีอยู่จริงตั้งแต่พ่อเธอเสีย เธอก็ไม่เคยได้รับความรักที่ลำเอียงนี่อีกเลย หนำซ้ำยังถูกตราหน้าว่าเป็นคนทำพ่อตาย เพราะพ่อกำลังจะไปรับเธอกลับจากโรงเรียนแต่ถูกรถพ่วงชนเสียชีวิตคาที่ จากที่มีแม่รักลูกไม่เท่ากันอยู่แล้วกลายเป็นเธอไม่ได้รับอะไรจากมารดานอกจากชดใช้แทนน้องชาย
“เอาแบบนี้แล้วกันนะครับ ผมขอคุยกับท่านก่อน แล้วจะมาให้คำตอบว่าต้องชดใช้เท่าไหร่ดีสำหรับคนที่ต้องมาแบกรับความเลวของน้องชายและแม่ที่ลำเอียง” ไม่ใช่เพียงแต่คนในครอบครัวเห็นสิ่งนี้ คนนอกเองยังเห็นแจ้งจนดูออกแต่กลับต้องพยายามเข้าใจของขวัญว่าทำไมถึงทนอยู่ให้โขกสับ
ภูริเดินย้อนกลับมาขึ้นรถตู้อย่างลำบากใจ พยายามคิดหาทางออกช่วยหญิงสาวที่มีน้ำใจเมตตา
“ท่านครับ”
“ไม่จบง่ายสินะทนายภู”
“ครับ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าคู่กรณีเป็นน้องชายผู้หญิงที่ช่วยเราเมื่อครู่ เธอกำลังถูกแม่ใจร้ายบีบให้ชดใช้แทนน้อง ท่านลดหย่อนให้เธอผ่อนได้ไหมครับ”
“ครั้งแรกที่เห็นเธอ ผมนึกถึงใครรู้ไหมทนายภู”
“คุณหญิงหรือครับ”
“ใช่ เหมือนภรรยาผมทั้งรอยยิ้ม ทั้งความเก่ง เธอจัดการได้หมด ถ้าเธอไม่คลอดลูกเสียชีวิต เจ้าชาวีคงไม่เย็นชาเหมือนทุกวันนี้”
“ถ้าคุณชาวีได้เจอความอ่อนโยนของผู้หญิงผมว่าความเย็นชานี้อาจหายไป”
“แย่ตรงที่เจ้าชาวีไม่สนใจใคร” จู่ๆ นึกบางอย่างขึ้นได้จึงเอ่ยทันที “เรื่องฉ้อโกง ทนายภูบอกว่าคนทำเป็นน้องชายเธอแถมมีแม่ใจร้ายอีกใช่ไหม”
“ครับ เพราะความกตัญญูทำให้เธอต้องชดใช้แทนน้อง ผมจึงจะมาขอท่านเมตตาให้เธอผ่อนจ่ายได้ไหมครับ”
“เอาแบบนี้ดีกว่า มีข้อเสนอที่เด็ดขาดกว่านั้น ผมได้ ฝ่ายนั้นได้ และเธอได้อิสระ”
“แบบไหนครับ”
“ยื่นข้อเสนอให้เธอ หนี้ทั้งหมดจะหักล้างไปกับค่าตัวเธอ แลกเข้ามาเป็นภรรยาในบ้านผม”
“หมายถึงให้ชดใช้เป็นตัวเธอหรือครับท่าน”
“ใช่ เมื่อตกลงแล้วต้องตัดความสัมพันธ์กับครอบครัวทันที ทนายภูช่วยจัดการสัญญาลายลักษณ์อักษรเรื่องนี้ด้วย เธออาจลำบากใจอยู่สักหน่อยแต่ปฏิเสธไม่ได้แน่นอน”
“ไม่เป็นการบังคับไปหรือครับ”
“ผลประโยชน์ได้ทั้งสองฝ่าย แม้เธอจะลำบากใจแต่ผลระยะยาวเธอจะหลุดพ้นจากวงโคจรนี้”
“ถ้างั้นผมลงไปคุยกันเธอเลยแล้วกัน” ภูริบอกจบก็รีบลงไปจัดการต่อเพราะทั้งของขวัญและวีรดายังคงรออยู่ด้านในสถานีตำรวจ
ภูริหยุดอยู่ตรงหน้าของขวัญอย่างนึกเห็นใจแต่เมื่อสบสายตาหญิงสาวรู้ทันทีว่าเธอทุกข์มากแค่ไหน
“ผมคุยกับท่านมาแล้ว ท่านเสนอหนึ่งข้อตกลง ลูกชายคุณป้าจะได้ออกมาแก้ไขตนเอง”
“ว่ามาเลยค่ะทนาย ขอแค่เอาลูกชายออกมา ฉันแลกได้ทุกอย่าง”
“คดีจะเป็นโมฆะต่อเมื่อคุณเข้ามาเป็นภรรยาในบ้านของท่านครับ” ภูริหันมาทางของขวัญเมื่อสังเกตท่าทีของเธอสลับกับผู้เป็นแม่ ซึ่งผลออกมาเป็นไปตามคาด
“ฉันหรือคะ”
“จริงนะคะ เฮ้อโล่งอกไปที ลูกชายไม่ต้องติดคุก นังขวัญแกเก็บของแล้วไปอยู่กับเขาเลย อยู่ในบ้านแกก็ขวางหูขวางตาฉัน” แม่ผู้อ่อนโยนหายไปสิ้นกลายเป็นแม่ใจร้ายเหมือนเดิมทำของขวัญมองด้วยความน้อยใจ