นางเอก..ตอนที่ 5 ชีวิตเจ้าเป็นของข้า
ลู่หนิงอันเดินตามหลังอาฟู่เข้ามาในห้องทึบห้องหนึ่ง บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยเครื่องทรมานรูปร่างประหลาด กลิ่นโลหิตฉุนจนแทบอาเจียน บรรยากาศน่าขนหัวลุกเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าคนนำทางหยุดเดิน นางจึงหยุดตาม
หญิงสาวเพิ่งสังเกตเห็น เบื้องหน้ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด ทันใดนั้น เสียงอ้อนวอนของสตรีนางหนึ่งก็ดังขึ้น
“ท่านเจ้าสำนัก ข้าน้อยไม่รู้เรื่องจริงๆค่ะ” สตรีที่นั่งคุกเข่าส่ายหน้าไปมาไม่ยอมรับ
นางมีนามว่าเฟยฮวา อยู่กับสำนักคุ้มภัยต้าหู่มาหลายปี ทำความดีความชอบก็หลายอย่าง ครั้งนี้เพราะความโลภจึงยอมรับเงินก้อนโตเข้ากระเป๋า ไม่คาดคิดว่าเรื่องจะถึงหูเจ้าสำนักเร็วถึงเพียงนี้ เฟยฮวารู้จักนิสัยของท่านเจ้าสำนักดี การยอมรับสารภาพ มิใช่หนทางสู่ความรอด หากแต่เป็นการอ้าแขนยอมรับความตายแต่โดยดี ซึ่งนางจะไม่มีวันยอมให้เป็นเช่นนั้นเด็ดขาด
“ถอดเล็บมือนางออกให้หมด” เซียวจวิ้นสั่งน้ำเสียงเย็นเยียบ ร่างสูงนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้สีดำสนิท ปลายเท้าทั้งสองวางพาดอยู่บนโต๊ะอีกตัว อาภรณ์ที่สวมใส่กลืนไปกับเก้าอี้จนแทบแยกไม่ออก แววตาเหี้ยมเกรียม รอบกายเต็มไปด้วยไอสังหารเข้มข้น
“ไม่นะ ไม่!” เฟยฮวาหน้าถอดสี ก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างของนางดิ้นอย่างทุรนทุราย สีหน้าบิดเบี้ยวเหยเกไม่น่าดู นางคิดผิด ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ สุดท้ายก็ได้กลายเป็นร่างไร้วิญญาณไม่ต่างกัน อยู่ที่ว่าจะช้าหรือเร็วก็เท่านั้น
ลู่หนิงอันเผอิญเห็นภาพสยดสยองนั่นเข้าพอดี รีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดหน้าตนเอง เสียงร้องโหยหวนพร้อมโลหิตสายหนึ่ง พุ่งกระฉูดมาเปื้อนชายกระโปรงสีหวาน นางจึงอุทานออกมาด้วยความตกใจ แอบสาปส่งบุรุษที่นั่งบนเก้าอี้ในใจ โหดเหี้ยมเช่นนี้ตายไปไม่ได้ขึ้นสวรรค์แน่
เซียวจวิ้นได้ยินเสียงไม่คุ้นเคย จึงนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่ตนให้อาฟู่ไปตามลู่หนิงอันมาพบ สายตาคมปลาบหันไปยังทิศทางที่มีโฉมสะคราญขี้ขลาดยืนอยู่ ร่างสูงเหยียดตัวตรง หย่อนปลายเท้าที่พาดบนโต๊ะลงพื้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วย่างสามขุมไปหา ท่าทางหวาดกลัวของนางทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“กลัวหรือเมียรัก” เจ้าสำนักหนุ่มตะโกนถามแข่งกับเสียงร้องโหยหวนของเฟยฮวา จุดประสงค์ที่ให้ลู่หนิงอันมาก็เพราะสิ่งนี้ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ เขาต้องการให้นางเห็นว่าต้าหู่เป็นสถานที่แบบใด หากนางไม่ยอมทำตามที่เขาสั่ง ได้มีจุดจบเช่นเดียวกับเฟยฮวาแน่
“ท่านมันไม่ใช่คน ทำร้ายได้แม้กระทั่งสตรีไร้ทางสู้ ใจคออำมหิตเกินไปแล้ว” ลู่หนิงอันไม่รู้ว่าสตรีที่นั่งจมกองเลือดเบื้องหน้ามีความผิดอันใด ทว่าโลกที่นางจากมาไม่นิยมความรุนแรง ยิ่งกับสตรีที่เป็นเพศแม่ด้วยแล้ว เขาควรหาบทลงโทษที่เหมาะสม หรือไม่ก็เบากว่านี้
“ใช่ ข้าเป็นปีศาจร้าย ความเจ็บปวดของผู้อื่นคือความสุขของข้า เริ่มกลัวแล้วล่ะสิ” สิ่งที่เซียวจวิ้นเกลียดที่สุดคือการทรยศ โดยเฉพาะกับคนที่เขาเลี้ยงดูปูเสื่อมาเป็นอย่างดี เฟยฮวาแอบขายข่าวให้ศัตรูจนเป็นเหตุให้ความลับของต้าหู่รั่วไหล คนของเขาถูกซุ่มโจมตีจนบาดเจ็บล้มตายนับสิบชีวิต หากมิใช่เพราะต้องการหาผู้บงการที่แท้จริง เฟยฮวาคงถูกสับเป็นชิ้นๆไปแล้ว
“ไม่! การกระทำของท่านมิได้ทำให้ข้ากลัว ตรงกันข้าม ข้ากลับรู้สึกสะอิดสะเอียนเสียยิ่งกว่าสิ่งปฏิกูล” ลู่หนิงอันเชิดใบหน้าขึ้นอย่างกล้าหาญ สายตาบ่งบอกว่าทั้งรังเกียจและขยะแขยง หากเขาไม่ใช่เจ้าสำนักคุ้มภัยต้าหู่ เซียวจวิ้นก็เปรียบเสมือนอันธพาลข้างถนนคนหนึ่งเท่านั้น
“ดี เก่งให้ตลอดรอดฝั่งก็แล้วกัน” เจ้าสำนักหนุ่มเค้นเสียงลอดไรฟัน นึกประหลาดใจในความรู้สึกของตนเอง อันที่จริงเขาควรโมโหที่ถูกประณามสิ มิใช่มีท่าทีชอบใจเช่นนี้ ยิ่งนางพยศมากเท่าไร เซียวจวิ้นกลับยิ่งรู้สึกตื่นเต้น การมาของลู่หนิงอันนับว่าสร้างสีสันได้มากทีเดียว
“อาฟู่ หากเฟยฮวายังปากแข็ง ก็ถอดเล็บเท้าออกนางด้วย ส่วนเจ้า..คุณหนูลู่ ดูเสียให้เต็มตา หากยังพยศไม่ยอมเชื่อฟัง เจ้ามีสภาพไม่ต่างจากนางแน่”
เซียวจวิ้นสั่งลูกน้องก่อนจะเข้าไปประชิดกายบางจากทางด้านหลัง คว้าร่างอ้อนแอ้นเข้ามาตรึงไว้ มือแกร่งบีบใบหน้างาม บังคับให้ดูการทรมานนักโทษอย่างเลือดเย็น
“ไม่!” คนงามส่ายหน้าไปมา คับแค้นใจจนน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย หญิงสาวไม่เคยเกลียดใครเท่าคนผู้นี้มาก่อนในชีวิต ขนาดผู้กำกับที่งกค่าตัวนักแสดง นางยังชิงชังไม่เท่า เขานับเป็นคนแรก
“ดูเสียให้เต็มตา จดจำเอาไว้ให้ดี ชีวิตเจ้าเป็นของข้า หากอยากมีชีวิตอยู่จนสามารถกลับไปหาเว่ยเชียนเสียงได้ เจ้าต้องเป็นเด็กดีเข้าใจหรือไม่”
เซียวจวิ้นกระซิบข้างใบหูเล็ก สีหน้าเขายามนี้ราวกับคนวิปลาส ประเดี๋ยวบึ้งประเดี๋ยวยิ้ม แม้จะไม่เข้าใจตัวเองทว่ากลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง ชายหนุ่มชอบความใกล้ชิดเช่นนี้
การมีเรือนร่างนุ่มนิ่มอยู่ในอ้อมแขนทำให้เขาผ่อนคลาย กลิ่นกายหอมกรุ่นยิ่งดอมดมยิ่งคล้ายดั่งต้องมนต์ จวบจนสัมผัสได้ว่าร่างอ้อนแอ้นที่มีท่าทีต่อต้านเมื่อครู่แน่นิ่งไป เซียวจวิ้นจึงได้สติช้อนร่างปวกเปียกของโฉมสะคราญออกไปจากห้องลงทัณฑ์ ท่ามกลางสายตาของลูกน้องหลายสิบชีวิต
