บท
ตั้งค่า

นางเอก..ตอนที่ 4 ชังน้ำหน้า

ลู่หนิงอันนำเสื้อผ้าที่บิดจนหมาดไปตากไว้ตามสถานที่ที่หยุนซีบอก จากนั้นจึงกลับเรือนเสาเย่า นางเห็นเสี่ยวอี้กำลังจัดแจงท่าทางให้ผู้เป็นนาย บนโต๊ะข้างเตียงมีสำรับวางอยู่ เดาได้ว่าคงถึงเวลาอาหารของเซียวเซียงเซียงแล้ว

“นายหญิง..สีหน้าท่านดูไม่ค่อยดี เพิ่งไปสัมผัสอากาศเย็นมา อังมือบนเตาพกนี่สักครู่เถิดเจ้าค่ะ” เสี่ยวอี้มองใบหน้าซีดขาวราวกระดาษอย่างเห็นใจ พยักพเยิดให้เจ้าของร่างอันสั่นเทาไปยังเตาพกกลางห้อง

“ขอบใจมาก” ลู่หนิงอันรีบทำตามที่สาวใช้บอก นางนั่งลงบนเก้าอี้ ยกมือแดงอมม่วงของตนขึ้นอังเตาพกบนโต๊ะ ใบหน้างามผ่อนคลาย ค่อยยังชั่วขึ้นมาหน่อย เมื่อครู่นางรู้สึกคล้ายฝ่ามือถูกแช่ด้วยน้ำแข็ง ราวเลือดที่ไหลเวียนอยู่ข้างในหยุดทำงานไปชั่วขณะ

“เสี่ยวอี้ เจ้าเป็นเพียงบ่าวมีสิทธิ์อันใดมาสั่งผู้อื่น” หยุนซีกอดอกก้าวขาเข้ามาในห้อง ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างถือดี แต่ไหนแต่ไรมาเสี่ยวอี้มักเป็นคนควบคุมยาก ด้วยความที่นางเป็นสาวใช้ส่วนตัวของคุณหนู จึงมิได้รับคำสั่งผ่านหัวหน้าสาวใช้เช่นคนอื่นๆ

“ท่านก็เห็นว่านายหญิงไปตากหิมะมา แถมยังซักผ้าในน้ำที่เย็นจัด ข้าเกรงว่านางจะล้มป่วย” เสี่ยวอี้เถียง พลางขยับออกมาจากเตียง มุ่งหน้าไปยังลู่อันหนิง แสดงให้เห็นว่าตนเข้าข้างผู้ใด

“ข้าก็ไปกับนาง ยังไม่เป็นไรเลย อย่ายุ่งเรื่องผู้อื่นให้มากทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีเถิด” หยุนซีมองคนทั้งคู่ด้วยสายตาวาวโรจน์ ก่อนจะหันไปสั่งลู่หนิงอัน “ส่วนเจ้า..ต้องมาปัดกวาดเช็ดถูเรือนเสาเย่าทุกวัน เสร็จแล้วค่อยเอาผ้าไปซัก ข้าจะมาตรวจงานยามซื่อ” (09.00 - 10.59 น.) กล่าวจบก็สะบัดหน้าจากไปอย่างถือดี นางมิได้รับอนุญาตให้เข้านอกออกในเรือนเส่าเย่า จึงต้องออกไปก่อนที่จะถูกท่านเจ้าสำนักมาพบเห็นเข้า

คล้อยหลังหัวหน้าสาวใช้บ้าอำนาจ ลู่หนิงอันจึงมีโอกาสได้สำรวจห้องนี้อย่างถี่ถ้วน บริเวณโดยรอบแม้ถูกประดับด้วยเครื่องเรือนราคาแพง ทว่าบรรยากาศกลับดูหม่นเศร้าไร้ชีวิตชีวา กวาดสายตาไปเรื่อยๆจนหยุดอยู่ที่เตียงกว้าง

เตียงลักษณะเช่นนี้เรียกว่า เตียงคั่ง (炕床 : Kàng chuáng) หรือเตียงอุ่น เป็นเตียงที่ก่อเป็นแท่นจากอิฐ ด้านใต้กลวง ปูทับด้วยหินพอกดินโคลน จากนั้นจึงปูทับด้วยเสื่อหรือฟูกอีกที ด้านหนึ่งเชื่อมต่อกับปล่องจากเตาไฟ อีกด้านมีช่องระบายควัน มีทั้งแบบจุดไฟในห้อง บ้างเชื่อมต่อมาจากเตาไฟในห้องครัว หรือจุดไฟใต้เตียง ซึ่งดูจากลักษณะเตียงแล้วน่าจะเชื่อมต่อปล่องไฟมาจากห้องครัวอีกฝั่ง ความร้อนที่เกิดจากการจุดไฟจะส่งผ่านแผ่นหินขึ้นไปยังด้านบนเพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่เตียงคั่ง เมื่อไฟมอดลงแต่ความอบอุ่นยังถูกกักเก็บไว้ในเตียงคั่ง ในยุคสมัยจีนโบราณมีเพียงฮ่องเต้และเหล่าเชื้อพระวงศ์เท่านั้นที่มีเตียงเช่นนี้ เซียวจวิ้นคงรักน้องสาวมาก จึงได้เสาะแสวงหาช่างฝีมือมาสร้างเตียงอุ่นให้ถึงเรือน

“ปกติคุณหนูเซียวทานอะไรได้บ้าง” หลังจากอังเตาพกได้ชั่วครู่ ลู่หนิงอันเริ่มรู้สึกอบอุ่นขึ้น นางจึงมีความคิดที่จะตอบแทนความมีน้ำใจของเสี่ยวอี้

“อาหารเหลวเจ้าค่ะ เป็นน้ำข้าวต้มกับซุปรสจืด” สาวใช้กลับมาที่โต๊ะข้างเตียง ผายมือแนะนำสำรับของผู้เป็นนาย คุณหนูไม่รู้สึกตัวจึงเคี้ยวอาหารเองไม่ได้ อาหารทุกอย่างจึงเป็นแบบเหลวทั้งหมด เพราะง่ายต่อการย่อยไม่ให้กระเพาะอาหารต้องทำงานหนักจนเกินไป

“มาเถิด ให้ข้าช่วยเจ้า” ลู่หนิงอันขันอาสา นั่งลงบนเก้าอี้พลางหยิบชามน้ำข้าวต้มขึ้นมา บรรจงป้อนให้คนป่วยอย่างเบามือ หากอยู่ในยุคปัจจุบัน ร่างกายของเซียวเซียงเซียงคงไม่ซูบผอมเท่านี้ อย่างน้อยนางก็จะได้รับอาหารและน้ำเกลือผ่านทางสายยาง มิต้องคอยเปิดปากแล้วค่อยๆเทอาหารลงไปเช่นนี้

“แต่ว่ามือของท่าน..” เสี่ยวอี้ท้วงติง แม้มือทั้งสองข้างของคุณหนูลู่จะดีขึ้น ไม่เป็นสีม่วงคล้ำเหมือนก่อนหน้านี้ ทว่ายังคงเป็นสีแดงเข้มอยู่ดี

“ข้าไม่เป็นไรจริงๆ” ลู่หนิงอันฉีกยิ้มกว้าง ในฐานะนักแสดงที่เป็นตัวประกอบ นางทำมาแล้วทุกอย่าง ทั้งบุกป่าฝ่าดง ตากแดดตากฝน นางประสบพบเจอมาหมด แค่นี้ถือว่าสบายมาก ต่อให้ร่างกายนี้จะบอบบางไม่ถึกทนเหมือนร่างเดิมก็ตาม

เสี่ยวอี้ยอมเชื่อในที่สุด นางได้แต่ประหลาดใจในตัวโฉมสะคราญเบื้องหน้า นายหญิงเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของอาจารย์ลู่ แม้ลู่จิ่งจะมิใช่ขุนนางใหญ่โตทว่าก็เป็นที่นับหน้าถือตา คงไม่ปล่อยให้บุตรสาวต้องซักผ้าเอง หรือแม้กระทั่งเคยมีประสบการณ์ป้อนอาหารคนป่วยเช่นนี้ ท่าทางคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงนั่น ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคุณหนูในห้องหอแม้แต่น้อย

ทันใดนั้นเองร่างสูงโปร่งของอาฟู่ก็เข้ามารายงาน “เรียนนายหญิง ท่านเจ้าสำนักให้ไปพบขอรับ”

“แต่ว่าข้า..” นางเพิ่งป้อนอาหารเซียวเซียงเซียงได้ไม่กี่คำ ตั้งใจว่าหลังมื้ออาหารจะลองกายภาพคนป่วยเสียหน่อย ก่อนมาเป็นนักแสดงนางเคยเป็นนักกายภาพบำบัดมาก่อน จึงตั้งใจใช้ความรู้ความสามารถที่มีมาช่วยเหลือเซียวเซียงเซียงให้ถึงที่สุด

“นายหญิงรีบไปเถิดเจ้าค่ะ ทางนี้ให้เป็นหน้าที่บ่าวเอง” เสี่ยวอี้กลัวว่าลู่หนิงอันจะถูกทำโทษอีก จึงรีบเอ่ยออกไป

“เช่นนั้นก็ได้ นำทางด้วย” ลู่หนิงอันทอดถอนใจส่งต่อชามแก่เสี่ยวอี้ พลางหันไปเอ่ยกับบุรุษตัวโต ครานี้ไม่รู้คนบ้าผู้นั้นจะมาไม้ไหนอีก นางชังน้ำหน้าเขายิ่ง หากไม่เพราะเห็นแก่น้องสาวเขา นางคงหาทางหนีไปแล้ว ไม่ทนอยู่ให้เซียวจวิ้นกับคนของเขาโขกสับเยี่ยงนี้หรอก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel