ตอนที่ 5 แขกผู้มาเยือน
ร่างเล็กของซานซานยืนเท้าสะเอวหอบหายใจแรงด้วยความเหน็ดเหนื่อย หญิงสาวเพิ่งจะแบกท่อนฟืนเข้าไปไว้ในบ้านอย่างทุลักทุเล นางออกมาหาฟืนตั้งแต่เช้า ทำงานงกๆแทบไม่ได้หยุดพัก แต่บุรุษในชุดสีเข้มนั่นกลับยืนกอดอกนิ่ง ไม่คิดที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเลยสักนิด
“คนแล้งน้ำใจ” หญิงสาวบ่นพึมพำ ช่างไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย ถ้าอยู่ในยุคที่นางจากมานะ ซานซานจะหยิบมือถือออกมาถ่ายวิดีโอแล้วอัพประจานในโซเซียลเสียให้เข็ด
“ข้าได้ยินนะ รีบทำงานเร็วเข้า อย่ามัวโอ้เอ้" เสียงทุ้มตะโกนไล่หลังร่างบาง
“อยากให้เร็วทำไมไม่มาช่วยข้าขนเล่า" เดินลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ พ่อคุณเอ๊ย!
“เจ้าเคยเห็นนายท่านที่ใดเข้าไปช่วยบ่าวไพร่ทำงานเช่นนั้นหรือ รีบๆขนให้เสร็จ ถ้ามือทำงานให้ได้เท่าปาก ตอนนี้คงเสร็จไปนานแล้ว" เซี่ยซูเหยียนยกมือขึ้นดีดหน้าผากคนช่างจ้อ
“เจ้าคนต่ำทราม ฝากไว้ก่อนเถอะ" นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจ ลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ
เสียงเดินขึ้นบันไดทำให้สองนายบ่าวหยุดชะงักเบนสายตาไปยังทิศทางของเสียง
“ข้าเห็นควันไฟจึงขึ้นเขามาดู ที่แท้ก็เป็นพวกเจ้านี่เอง" เสียงหวานของบุคคลแปลกหน้าเอ่ยขึ้นทักทาย แขกผู้มาเยือนเป็นสตรีในชุดสีขาวสว่างไสว นางมีใบหน้างดงามถูกล้อมไปด้วยเรือนผมสีน้ำหมึกยาวจรดเอว
“พี่สาวท่านนี้ก็หลงทางมาเหมือนกันหรือเจ้าคะ" ซานซานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น หรือว่านางกับเซี่ยซูเหยียนจะมีเพื่อนร่วมชะตากรรมแล้ว
“ข้าอาศัยอยู่ที่นี่ มีนามว่าไป๋เจินเจิน แล้วพวกเจ้าเล่า" สตรีในชุดขาวแนะนำตัว
“ข้ามีนามว่าถานจิวเหมย ส่วนเขาคือเซี่ยซูเหยียน พวกเราบังเอิญหลงทางเข้ามา แล้วบ้านของท่านอยู่ที่ใด มิใช่หลังนี้หรอกหรือ" หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ไป๋เจินเจิน พิจารณาใบหน้างามนั่นอย่างถี่ถ้วน ยุคโบราณนี่ดีจัง มีแต่คนหน้าตาผิวพรรณดี
“มิใช่หรอก ข้าอาศัยอยู่ในหุบเขาฝั่งโน้น" ไป๋เจินเจินชี้ไปยังอีกฝั่งของภูเขา
“ข้าว่าพวกเราเข้าไปดื่มชาในบ้านก่อนดีหรือไม่" ซานซานเอ่ยชวนอย่างมีมารยาท ในเมื่อตอนนี้ตนอาศัยอยู่ที่นี่ก็ควรทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับแขกผู้มาเยือนไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
“ไม่เป็นไร ข้าแค่แวะมาดูพวกเจ้า ขาดเหลือสิ่งใดก็บอกข้าได้นะ ว่าแต่พวกเจ้าสองคนเป็นอะไรกันหรือ" ไป๋เจินเจินสบตากับบุรุษร่างสูงตรงหน้า นางได้กลิ่นโลหิตอสรพิษไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกายของชายผู้นี้ เหตุใดมนุษย์จึงได้มีกลิ่นอายของปีศาจเล่า
“พวกเราเป็น.." ซานซานพูดยังไม่ทันจบร่างสูงก็เอ่ยแทรกขึ้นว่า
“พวกเราเป็นสามีภรรยากัน หากไม่มีสิ่งใดแล้วข้ากับภรรยาต้องขอตัว" เรือนร่างกำยำเข้ามาโอบเอวร่างเล็กในชุดสีแดงเพลิงทันที
“ได้สิ รบกวนเวลาของพวกเจ้ามานานแล้ว เห็นทีข้าต้องขอตัวกลับเช่นกัน” กล่าวจบไป๋เจินเจินก็หันหลังจากไป
“ปล่อยข้าได้แล้ว" หญิงสาวขืนตัวออกจากวงแขนของชายหนุ่ม คิดจะมาหลอกกินเต้าหูข้าหรือ เสียใจย่ะ จิตใจของซานซานนั้นมีพระเอกซีรีส์และพระเอกนิยายจับจองเต็มพื้นที่แล้ว ไม่เหลือให้ตัวร้ายอย่างท่านหรอก
“ก็ไม่ได้อยากจับนักหรอก เป็นเสนียดต้องลำบากไปล้างอีก" ร่างสูงเช็ดมือหนากับชายเสื้ออย่างรังเกียจ
ซานซานถลึงตาใส่คนตรงหน้า สมเป็นตัวร้ายในนิยายจริงๆ ร้ายไปหมดทุกอย่าง ร้ายแม้กระทั่งวาจาที่พ่นออกมา
“ท่านไม่ควรไปเสียมารยาทแบบนั้นกับไป๋เจินเจิน ไม่รู้จักผูกมิตรเอาไว้ เผื่อวันหน้าจะได้ช่วยเหลือกัน” บุรุษผู้นี้เอาแต่ใจไม่รู้จักไว้หน้าผู้ใด แม้ว่าหญิงสาวจะรู้สึกเห็นใจในชาติกำเนิดของเขา แต่ชายหนุ่มก็ควรให้เกียรติผู้อื่นมากกว่านี้
“นางไม่ใช่มนุษย์" สตรีผู้นั้นคือเจ้าของร่องรอยที่เขาเจอเมื่อสองวันก่อน
“จริงหรือ! ต้องเป็นเซียนแน่เลย นางถึงได้ใส่ชุดชาวเหมือนพี่หย่งเล่อ” หญิงสาวมีสีหน้าตื่นเต้น ดีจังนอกจากหย่งเล่อยังมีเซียนตนอื่นอยู่อีก
“ปีศาจ นางเป็นปีศาจงูขาว” เขาได้กลิ่นอสรพิษเข้มข้นจากตัวสตรีผู้นั้น ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าไป๋เจินเจินมีจุดประสงค์อันใด มาดีหรือมาร้าย ต้องคอยระวังตัวไว้ให้ดี ตั้งแต่โผล่มาที่นี่เซี่ยซูเหยียนรู้สึกว่าร่างกายตนเองเริ่มเปลี่ยนไป ประสาทสัมผัสทั้งห้าดีขึ้นแบบก้าวกระโดด
“เช่นนั้นเราก็ไปขอโลหิตของนางกับพี่หย่งเล่อ แล้วนำไปปลดผนึกดีหรือไม่" สายโลหิตของปีศาจกับเซียน ซานซานตบเข่าฉาดให้กับความคิดอันแยบยลของตนเอง
“เจ้าจะเอาโลหิตของเซียนขี้เก๊กผู้นั้นเข้ามาได้อย่างไร" ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามอย่างสนใจ
“ท่านนี่สมองทึบจริงๆ แม้ว่าจะมีตาข่ายเวทย์ปกคลุมอยู่ แต่คำว่าตาข่ายก็ต้องมีรูเล็กๆซ่อนอยู่สิ เราเพียงแค่ต้องหาให้เจอเท่านั้น” นางเชื่อว่าหย่งเล่อต้องรู้อะไรดีๆอีกเยอะแน่
“มันไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิดหรอก" ผู้ใดจะยอมมอบโลหิตของตนให้ผู้อื่นโดยง่ายเล่า
“ถ้าไม่อยากช่วยก็อย่ามาขวางข้าก็แล้วกัน ชิ" ก่อนเข้าบ้านหญิงสาวเดินเข้าไปกระแทกไหล่ใส่ต้นแขนเขาอย่างแรง หวังให้ชายหนุ่มเจ็บ แต่ไหงกลับเป็นนางที่เม้มปากสั่น พยายามข่มกลั้นไม่ให้มีเสียงใดเล็ดลอดออกไป แข็งชะมัด นั่นมันแขนคนหรือก้อนหินกันแน่เนี่ย
