บทที่ 6
“แม่! นั่นมันเมียผมนะ!”
“นี่ก็หลานฉันเหมือนกัน แกเป็นพ่อ! ก็ทำตัวให้ลูกมันรักมันคิดถึงบ้าง ไม่ใช่คิดแต่เรื่องสกปรก! ฉันขอบอกแกเอาไว้ตรงนี้เลยนะ ว่าตราบใดที่อีแก่คนนี้ยังไม่ตาย แกอย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมให้แกแตะต้องหลานสาวฉันแม้แต่ปลายเล็บ!”
“มันก็เป็นลูกผมเหมือนกัน ทำไมผมจะแตะไม่ได้! ลุกไปเก็บข้าวของแล้วไปกับฉันเดี๋ยวนี้!” หนนี้พ่อไม่พูดเปล่า แต่เลือกที่จะพุ่งเข้ามากระชากเธอกับพี่ให้ลุกขึ้น เดือดร้อนเธอที่ต้องเป็นฝ่ายผลักท่านออกไปให้ห่าง พร้อมยืนบังพี่สาวเอาไว้
“ไม่ไป! พ่อไม่มีสิทธิ์มาบังคับพวกเรา! หมามันยังรักลูกของมันเลย แต่นี่อะไร! เป็นคนซะเปล่า แต่กลับคิดสกปรก!”
“อีเรือง! โอ้ย!” ไม่ทันที่ฝ่ามือหนักๆ จะได้ฟาดลงใบหน้าใสของลูกสาวคนเล็ก ข้อมือของเขาก็ถูกรวบจากใครบางคนอย่างแรง ก่อนที่เสียงเข้มของคนมาใหม่จะเอ่ยถามขึ้น
“ไอ้เวรนี่ใครกันครับย่า!” ชายหนุ่มไม่ถามเปล่า แต่เลือกที่จะบิดข้อมือไอ้แก่ตรงหน้าหนักขึ้น เมื่อมันเริ่มจะขัดขืน
จะว่าโชคดีก็ได้ ที่เขามีนิสัยขี้เสือกเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้วพอเห็นรถแปลกๆ มาจอดที่หน้าบ้านหลังนี้เลยเดินเลียบๆ ทำทีจะเข้ามาสอด ทำให้ทันเห็นว่าไอ้แก่นี่เกือบๆ จะตบแม่ของลูกเขาไปแล้ว หากเขาไม่เข้ามาขวางมันเอาไว้เข้าซะก่อน
“แก! ปล่อยฉันนะโว้ย!”
“ปวินปล่อยก่อน นั่นพ่อพี่กับเรืองเอง” ความจริงที่ได้รู้ยิ่งทำให้เขาสงสัยหนักขึ้นไปอีก สุดท้ายก็ต้องถามขึ้นอีกหน
“พ่อแท้ๆ เลยเหรอพี่” ไม่แน่หรอก ไอ้แก่นี่อาจเป็นแค่พ่อเลี้ยงเพราะดูจากสันดานแล้ว ไม่น่าจะเป็นพ่อใครได้เลย
“เออ พ่อแท้ๆ แล้วแกล่ะเป็นใคร มาเสือกอะไรเรื่องของชาวบ้านเขา!” ก็ไม่ได้อยากเสือกนักหรอก ถ้าชาวบ้านที่มันว่าไม่ใช่คนที่กำลังจะกลายมาเป็นเมีย เป็นแม่ของลูกเขาในไม่ช้า
“ผมชื่อปวิน และที่ต้องเข้ามาเสือก ก็เพราะว่าผมเป็นผัวของเรือง!” สิ้นคำตอบ ก็เกิดอาการใบ้กินไปตามๆ กัน โดยเฉพาะกับพ่อของเธอ ที่ทันทีที่ได้รู้ถึงสถานะของปวินเข้า ไป ท่านก็ถามถึงความเป็นมาระหว่างเธอกับเขาอย่างละเอียดยิบ กระทั่งได้รู้ถึงจำนวนสินสอดที่อีกฝ่ายจะมอบให้ในวันแต่งงาน ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยโทสะก็อ่อนแสงลงเสียเฉยๆ
“สินสอดตั้งมากมายขนาดนั้น ยังไงแม่ก็ต้องแบ่งให้ผมเอากลับไปตั้งตัวบ้าง!” นับว่าเขามาได้ถูกจังหวะเสียจริง เพราะถึงจะไม่ได้ลูกกลับไปอย่างที่ตั้งใจ ก็คงได้สินสอดติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง แม้ลูกเขยจะกวนส้นไปสักนิด แต่ดูจากสินสอดที่มันเสนอมาให้นั้น ก็คงไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
“ทำไมฉันต้องให้ แกมาช่วยฉันเลี้ยงยัยเรืองมันตั้งแต่เมื่อไหร่!” นางตั้งใจจะเก็บไว้ให้เหลนของนางคนเดียวเท่านั้น!
คนอื่นอย่ามาเสือกเข้ามาวุ่นวาย!
“ถึงยังไงผมก็เป็นพ่อมัน ผมควรได้อะไรกลับไปบ้าง!” ความโลภที่แสดงออกมาอย่างเด่นชัดทำให้เรืองฤดีเริ่มรู้สึกอาย สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่ตวาดกลับไปเพราะเบื่อที่จะฟัง!
“หนึ่งล้าน! จะเอาก็เอาไป แต่ถ้าไม่ก็เลิกคุย!” นี่จะถือว่าเป็นค่าน้ำเชื้อที่เขาอุตส่าห์ทำให้เธอกับพี่ได้เกิดมาก็แล้วกัน
“ล้านเดียวมันจะไปพออะ…” คนที่ทำท่าจะแย้งจำต้องหุบปากเมื่อได้เห็นสายตาเอาจริงเอาจังจากลูกสาวคนเล็กเข้า
“ก็ได้ ล้านเดียวก็ล้านเดียวสิวะ!” เมื่อตกลงกันได้ปวินก็หันไปเสนอให้ย่าของเธอทำสัญญาเป็นเรื่องเป็นราว ว่าหลังจากรับเงินก้อนนี้ไปแล้ว พ่อจะไม่มีสิทธิ์มาเหยียบที่นี่อีก
และจะไม่มีสิทธิ์ เข้ามาเรียกร้องอะไรจากเธอได้ทั้งนั้น!
ซึ่งอีกฝ่ายก็ยอมตกลงแต่โดยดี
เพราะอยากได้เงินกลับไปตั้งตัว!
งานแต่งแบบเรียบง่ายถูกจัดขึ้นที่บ้านของเธอโดยมีย่ากับพี่สาว ที่รับบทเป็นญาติทางฝั่งเจ้าสาว ในส่วนของเจ้าบ่าวนั้นก็มีพี่ชายกับปู่ของเขา ที่วันนี้ดูหล่อเหลาชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร ทว่าในสายตาของเธอนั้นมันกลับหยุดที่คนๆ เดียว
“ไอ้แดงเป็นไงมั้ง” คนที่อยู่ๆ ก็ถามคำถามประหลาดขึ้น ทำให้เธอต้องถามกลับไปเบาๆ
“ไอ้แดงไหน ใครคือไอ้แดง” กุมารเหรอ หรือตัวอะไร!
“ลูกฉันไง ไอ้แดง!”
