นางรอง..ตอนที่ 2 อาชีพใหม่
ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาก้าวขาออกจากเรือนอย่างอารมณ์ดี วันนี้อากาศดียิ่งนัก หวังลี่หลันจะออกไปเดินตลาดเสียหน่อย ของสดในครัวเริ่มหมดแล้ว นางตั้งใจไว้ว่าจะทำน้ำแกงปลาของโปรดพี่ใหญ่เป็นมื้อเย็น ด้วยความที่เป็นเด็กกำพร้าไร้ซึ่งบิดามารดา อาศัยอยู่กับพี่ชายเพียงสองคนมาตั้งแต่เด็ก กอปรกับฐานะทางบ้านไม่สู้ดีนัก เจ้าของร่างเดิมจึงพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แรกๆหญิงสาวไม่รู้ว่าต้องหยิบจับตรงไหน หรือทำสิ่งใดบ้าง ทว่าพอได้ลงมือทำจริงๆ ร่างกายนี้กลับสามารถทำทุกอย่างได้คล่องแคล่ว โดยที่สมองของนางยังไม่ทันได้สั่งการเสียด้วยซ้ำ
ใบหน้างามยกยิ้มขึ้นเมื่อนึกถึงเรื่องราวหนึ่งเดือนที่ก่อนหน้านี้ นางเข้ามาอยู่ในร่างของหวังลี่หลันพร้อมกับความทรงจำที่ขาดๆหายๆ จึงต้องใช้เวลาพอสมควรในการปรับตัว ขณะที่หญิงสาวกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่นั้น ร่างสูงของใครบางคนก็โผล่เข้ามาขวางทางนาง
“คุณหนู เจ้าคือหวังลี่หลันใช่หรือไม่” เสียงทุ้มเอ่ยถามทันทีที่เจอเป้าหมาย
“เจ้าค่ะ แล้วท่านเล่าเป็นผู้ใด” ไยจู่ๆถึงได้เดินเข้ามาขวางทางผู้อื่นเช่นนี้ ช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย หญิงสาวแอบค่อนขอดในใจ
“ข้ามีนามว่าสือเฉิง มีธุระสำคัญจะคุยกับเจ้า ขอรบกวนเวลาคุณหนูสักครู่ได้หรือไม่” สือเฉิงรีบแนะนำตัว เขารู้ว่าการกระทำของตนเองไม่ค่อยเหมาะสมนัก ทว่าเขาไม่เห็นหนทางอื่นแล้วนอกจากเข้าหานาง
หวังลี่หลันพิจารณาคนตรงหน้าอย่างถ้วนถี่ บุรุษผู้นี้เป็นอีกหนึ่งคนที่หลงรักเมิ่งจื่อหยวน ในนิยายกล่าวไว้ว่า สือเฉิงเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของคหบดีสืออู่ มีใบหน้าหล่อเหลา ฐานะร่ำรวย ทว่ากลับชอบทำตัวไร้สาระไปวันๆ ทำให้ผู้เป็นบิดาต้องปวดหัวอยู่ไม่น้อย
“แต่ว่าข้าค่อนข้างยุ่ง ต้องรีบไปจ่ายตลาด ไม่สะดวกจริงๆเจ้าค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธอย่างนุ่มนวลที่สุด ในนิยายกล่าวว่าหวังลี่หลันพยายามหลบเลี่ยงการพบปะพูดคุยกับสือเฉิง เพราะพี่ชายนางไม่ชอบขี้หน้าเขา และที่สำคัญนางไม่อยากให้หลี่ซีเจี๋ยต้องผิดหวัง จึงเลือกช่วยให้บุรุษในดวงใจได้สมหวังแทน ช่างเป็นนางรองที่สวมบทแม่พระโดยแท้
“เช่นนั้นข้าจะจ่ายค่าเสียเวลาให้ พร้อมกับซื้อวัตถุดิบให้เจ้านำไปประกอบอาหารด้วย ไม่ทราบว่าแม่นางหวังพอจะว่างหรือยัง” สือเฉิงยื่นข้อเสนอ เขายินดีจ่ายขอเพียงนางยอมตอบตกลงเท่านั้น เรื่องการใช้เงินแก้ปัญหาชายหนุ่มถนัดอยู่แล้ว
“ก็ได้ ข้ามาคิดๆดูแล้ว คุณชายสือคงจะมีธุระสำคัญจริงๆ หากไม่ให้ความช่วยเหลือก็ออกจะใจดำเกินไปหน่อย” หวังลี่หลันหันขวับทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น นางไม่ชอบให้ใครมาติดสินบนหรอกนะ แต่หากเจ้าตัวเต็มใจนางก็ไม่อยากขัดศรัทธา คิดได้ดังนั้นใบหน้าหวานก็ฉีกยิ้มกว้างอวดฟันขาว
“ขอบคุณแม่นางที่เข้าใจ” สือเฉิงเอ่ยออกมาอย่างลิงโลดพร้อมกับจับจ้องรอยยิ้มตรงหน้าตาไม่กะพริบ บิดาของเขามักตำหนิเรื่องการใช้เงินแก้ปัญหา แต่ชายหนุ่มกลับคิดว่ามันเป็นทางไปลัดสู่เป้าหมาย สามารถช่วยย่นระยะเวลาได้มากทีเดียว เพียงแต่ต้องใช้ให้ถูกเวลาและถูกคนเท่านั้น
“ตกลงคุณชายสือมีเรื่องใดให้ข้าช่วยเหลือเจ้าคะ” หวังลี่หลันเอียงหน้าถาม คงมิใช่ว่าเขาจะมาขอให้นางช่วยเรื่องเมิ่งจื่อหยวนหรอกนะ
“สหายของเจ้า เมิ่งจื่อหยวนนางชมชอบบุรุษประเภทใด” ใบหน้าของคนถามขึ้นสีเล็กน้อย เป็นเพราะว่าตัวเขาชื่นชอบนางมาก จึงอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้นางสนใจ
“นางชอบบุรุษสุภาพอ่อนโยนและเฉลียวฉลาดเจ้าค่ะ” นั่นปะไร เป็นอย่างที่หวังลี่หลันคิดไว้ไม่ผิด เขาเข้าหานางเพราะเรื่องของสหายจริงๆด้วย หญิงสาวมองบุรุษตรงหน้าด้วยสายตาค้นคว้า แม้ว่าภายนอกสือเฉิงจะดูเป็นคนไม่เอาไหน ได้แต่เที่ยวเล่นไปวันๆ ทว่านางกลับไม่คิดเช่นนั้น ชายหนุ่มดูมีความมุ่งมั่นและตั้งใจแน่วแน่ หากได้ทำในสิ่งที่เขารัก
“เช่นนั้นหรือ แล้วเจ้าคิดว่าข้ามีคุณสมบัตินั้นหรือไม่” สือเฉิงถามอย่างกระตือรือร้น สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
หวังลี่หลันกวาดสายตาขึ้นลงสำรวจรูปร่างหน้าตา รวมถึงการแต่งกายของชายหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า
“ท่านดูไม่ใกล้เคียงเลยเจ้าค่ะ” ร่างระหงกอดอกพร้อมกับส่ายหน้าไปมา นางไม่อยากพูดออกไปเช่นนั้นเลย ทว่าก็ไม่อยากโกหกเขา เมิ่งจื่อหยวนไม่นิยมบุรุษไร้สมอง
“หมายความว่าอย่างไร ขะ ข้าดูไม่ฉลาดและโง่เหมือนพวกอันธพาลหรือ” สือเฉิงไม่คิดว่าตัวเองจะมีภาพลักษณ์ที่เลวร้ายถึงเพียงนั้น ปกติบิดามักบ่นเรื่องนี้เสมอจนเขาชินชา แต่พอมาได้ยินจากปากโฉมสะคราญ กลับรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย ชายหนุ่มแทบอยากจะเอาหน้ามุดดินเสียเดี๋ยวนี้
หวังลี่หลันพยักหน้าแทนคำตอบ นอกจากหน้าตาที่เด่นสะดุดและฐานะร่ำรวยแล้ว สือเฉิงแทบไม่มีสิ่งใดน่าดึงดูดเลย ขนาดนางชอบคนหน้าตาดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยังไม่อยากชายตามองเขาเลย ถ้าไม่ติดว่าชายหนุ่มยอมจ่ายค่าเสียเวลาให้ หญิงสาวคงชิ่งหนีไปนานแล้ว
“แล้วข้าต้องทำอย่างไร เจ้าพอจะช่วยข้าได้หรือไม่” สือเฉิงรีบดึงสติกลับมา รวบรวมความกล้าขอความช่วยเหลือจากคนตรงหน้า นางดูเชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้ไม่น้อย มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาเป็นอย่างไร
“ข้าไม่ค่อยมีเวลาเจ้าค่ะ” หวังลี่หลันต้องทำมาหากินเหมือนกัน นางมิใช่คนรวยอย่างเขานี่ ที่จะเอาแต่เที่ยวเล่นแล้วจะมีกินมีใช้ ไม่ว่างพอที่จะปรับบุคลิกภาพให้เขาหรอก แม้ว่าก่อนหน้านี้นางจะเป็นนักศึกษาจากสาขาวิชาจิตวิทยาที่มีบุคลิกภาพดีเยี่ยมก็เถอะ
“ข้าจะจ่ายให้ เจ้าสามารถเรียกได้ตามต้องการเลย” ชายหนุ่มยอมทุ่มสุดตัว เขาต้องกลายเป็นบุรุษในอุดมคติของเมิ่งจื่อหยวนให้ได้
“ท่านพูดจริงหรือเจ้าคะ” หวังลี่หลันตาโต พยายามข่มความลิงโลดในใจ ทุกวันนี้นางต้องเย็บผ้าไปฝากขายในตลาด ยังคงยึดอาชีพเจ้าของร่างเดิมอยู่ และแน่นอนหญิงสาวกำลังมองหาลู่ทางการทำมาหากินเพิ่มอยู่
“ข้าสือเฉิงพูดคำไหนคำนั้น” เจ้าของร่างสูงยืนยันหนักแน่น เขาจะต้องพิชิตใจเมิ่งจื่อหยวนให้จงได้
“เช่นนั้นก็ตกลงเจ้าค่ะ ข้าจะเปลี่ยนแปลงท่านให้เป็นบุรุษในฝันที่สตรีทั่วเมืองหลวงต่างหมายปอง” หวังลี่หลันมองชายหนุ่มตาเป็นประกาย หญิงสาวเคยปรับบุคลิกภาพให้รุ่นน้องทั้งหญิงและชายพร้อมกันทีเดียวหลายสิบคน สือเฉิงแค่คนเดียวไม่คณามือนางหรอก
“เริ่มวันนี้เลยดีไหม” ชายหนุ่มเริ่มฮึกเหิมขึ้นมา อยากเป็นอย่างที่นางเอ่ยเมื่อครู่เร็วๆ
“ไม่ดีเจ้าค่ะ วันนี้ข้าต้องซื้อของเข้าบ้าน เอาแบบนี้ดีกว่าพรุ่งนี้ยามเฉิน (07.00-08.59น.) ท่านมาเจอข้าที่ศาลากลางสระมรกตหลังวัดจิ้งอันก็แล้วกัน” หวังลี่หลันไม่เห็นด้วย วันนี้นางไม่ว่างจริงๆ จึงเสนอให้เป็นวันถัดไปแทน
“ตกลง นี่เป็นค่าเสียเวลาของเจ้า ส่วนของวันพรุ่งนี้ข้าจะจ่ายให้อีกที” สือเฉิงยื่นถุงเงินสีสดให้หญิงสาว มองนางด้วยสายตาซาบซึ้งและเชื่อมั่น หวังลี่หลันเองก็รับค่าเสียเวลามาด้วยความเต็มใจ นี่มันมากกว่าค่าตอบแทนที่นางนั่งหลังขดหลังแข็งปักผ้าทั้งเดือนเสียอีก ใบหน้างามมองถุงเงินด้วยแววตาระยิบระยับ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาปริศนาคู่หนึ่งกำลังจับตาดูอยู่ตลอดเวลา
