Episode 2 คบกันก็ได้นะ [2/10]
“ขออนุญาตเสิร์ฟค่ะ”
อาหารที่สั่งถูกจัดวางที่โต๊ะ หลังจากนั้นพนักงานก็พูดขึ้น ฉันมองจานอาหารที่เรียงรายอยู่ตรงหน้า กลิ่นหอมของมันเรียกน้ำย่อยในกระเพาะได้เป็นอย่างดี ...พึ่งรู้นะเนี่ยว่าตัวเองหิวขนาดนี้
“เมนูที่สั่งครบแล้วนะคะ” พนักงานทวนอาหารอีกรอบ
“ครับ” ฟีฟ่าตอบ
“ขอให้มีความสุขกับการทานอาหารมื้อนี้นะคะ”
ฉันไม่รีรอหยิบช้อนส้อมขึ้นมาลงมือรับประทานอาหารตรงหน้าโดยไม่สนใจคนที่นั่งมองด้วยรอยยิ้ม แม้จะบอกว่าไม่ค่อยหิวเท่าไร แต่เมื่อกลิ่นอาหารโชยมาเตะจมูกมันก็ทำให้รู้ว่าพยาธิในท้องร้องประท้วงแค่ไหน
“อ่ะ กินเยอะๆ”
ฟีฟ่าคีบเนื้อชิ้นโตจากชามราเมงของเขาวางในจานให้ฉัน ฉันยิ้มร่าดีใจเมื่อเห็นเนื้อในจาน
“ขอบคุณค่ะ ลองชิมข้าวเราไหม? อร่อยนะ”
ฉันตักข้าวหอมญี่ปุ่นวางด้านบนด้วยปลาซาบะที่ราดซอสสูตรเฉพาะยื่นมาตรงหน้าฟีฟ่า ถือว่าแลกกัน และเขาก็ไม่ลังเลที่จะทานอาหารช้อนเดียวกับฉัน
“อร่อย” เขาส่งสายตากรุ่มกริ่มพร้อมกับเคี้ยวมันอย่างเอร็จอร่อย
ท่าทางแบบนี้มันน่านัก ฉันจึงยู่จมูกใส่เขาจะให้เขากินเองต่างหาก แต่ฟีฟ่ากลับทำเหมือนฉันกำลังป้อนเขาอย่างนั้นแหล่ะ
สองหนุ่มสาวรับประทานอาหารไปคุยกันไปโดยไม่รู้ตัวเลยว่า มีสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่
“พี่แม็ก ไปกันค่ะ”
“อืม”
สายตาคมละความสนใจจากภาพตรงหน้าหันไปสนใจผู้เป็นหญิงสาวพึ่งเดินออกจากห้องน้ำ
หลังจากที่ไปเปลี่ยนมือถือที่ศูนย์แล้วฟีฟ่าก็พาฉันมาที่ห้องซ้อมดนตรีของตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ ที่นี่นักศึกษาสามารถมาขอซ้อมได้ตลอดไม่เว้นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่ต้องทำหนังสือขออนุญาตเสียก่อน
“ป่ะ” ฟีฟ่าดึงมือคนตัวเล็กให้เดินตามหลังจากสะพายกีตาร์ขึ้นบ่า
เขาชอบถือวิสาสะจับมือฉันอยู่เรื่อย ฉันลองพยายามสลัดออก แต่ฟีฟ่ากลับบีบมือฉันให้แน่นขึ้นคล้ายกับจะบอกว่า อย่าขัดใจเขา ...นี่คือความหน้ามึนอีกข้อของฟีฟ่า
“ว้าว...”
เสียงประหลาดใจของยักษ์ มือเบสของวงดังขึ้นทำให้คนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องซ้อมดนตรีมองตามสายตาของเขา
“สวัสดีทุกคน” ฉันกล่าวทักทายหลังจากสลัดมือหนาออกจากมือของตัวเองสำเร็จ
“โว้ว วันนี้มันพาสาวมาด้วยโว้ย” เสียงของเมฆ มือกลองก็ตามมาสมทบ
“หุบปากไปเลย พวกหมาหอนอยู่ได้น่ารำคาญ”
ฉันเข้ามาในห้องซ้อมดนตรีเป็นครั้งแรก ห้องนี้ถือว่าไม่ใหญ่มาก มีกลองชุดตั้งอยู่หลังห้อง พร้อมกับเบส และกีตาร์หลายตัววางอยู่ อีกด้านมีคีย์บอร์ดตั้งอยู่ ทั้งยังมีเครื่องขยายเสียง ไมโครโฟน และเอฟเฟ็ก ภายในห้องมุมหนึ่งมีโซฟาหนึ่งชุดตั้งอยู่ด้วย
“มึงไม่ต้องด่าพวกกูกลบเกลื่อนความเขินหรอกไอ้ฟ่า” โทน มือคีย์บอร์ดเดินมาตบบ่ากว้างของฟีฟ่าก่อนจะเดินมาหาฉัน “สวัสดีครับคนสวย”
“หวัดดี โทน”
หนุ่มเจ้าเสน่ห์กล่าวทักทายฉันจึงยิ้มให้เขาบางๆ แต่มือหนาของฟีฟ่ากลับดึงใบหูของโทนจนเขาต้องถอยออกห่าง
“สัส กูเจ็บ”
ฟีฟ่าชี้หน้าคาดโทษไม่สนใจเสียงร้องของโทนก่อนจะหันมาพูดกับฉัน “ไปนั่งที่โซฟาไป”
ฉันเดินมานั่งลงบนโซฟาตัวนุ่มอย่างว่าง่าย ฟีฟ่าเดินตามมานั่งบนที่พักแขนโซฟาตัวเดียวกับที่ฉันนั่งอยู่ อะไรกันมีที่ว่างอีกตั้งเยอะจะมานั่งอะไรตรงนี้ แต่ก็ช่างพ่อคุณเขาเถอะ เขาพอใจเขาก็ทำนั่นแหล่ะ ไม่พอใจก็อย่าไปบังคับเขา
เวลาต่อมาประตูห้องบานใหญ่ก็ถูกผลักออกก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของดิน นักร้องประจำวง จะปรากฏขึ้น
“โทษทีว่ะ มาช้า”
“มัวแต่นอนกกสาวจนมาสายอ่ะดิมึง”
ดินยักไหล่ให้เมฆอย่างไม่หยีหระก่อนจะหันมาที่ฉัน ฉันก็เลยยิ้มให้เขาตามมารยาท
“หวัดดี มิลเล่คนสวย”
“หวัดดีดิน” ฉันทักทายกลับ
“โว้ว ไอ้ฟ่า”
ก่อนที่ดินจะเข้าถึงตัวฉันเท้าหนาของฟีฟ่ากลับยื่นมาห้ามเสียก่อนออกจะหวงเกินหน้าเกินตาไปหน่อย แต่พวกเขาก็ดูมีความสุขทุกครั้งที่ได้แกล้งฟีฟ่า ทุกคนในวงรู้กันหมดว่าฟีฟ่าชอบฉัน และกำลังตามจีบอยู่ นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้หนุ่มๆ ในวงให้ความสนใจฉันมากกว่าปกติ
“ประจำที่เลยไอ้ดิน” ฟีฟ่าพูดพร้อมกับลุกขึ้นมาต่อกีตาร์ไฟฟ้ากับเอฟเฟ็กและเครื่องขยายเสียง
“โด่... แค่ทักทายเอง ไม่ต้องหวงขนาดนั้นก็ได้ครับ คุณฟีฟ่า”
