Episode 2 คบกันก็ได้นะ [1/10]
Episode 2
คบกันก็ได้นะ
ภายในห้างสรรพสินค้าที่เป็นแหล่งรวมทุกสรรพสิ่งเอาไว้ในตึกสูงกว่าสิบชั้นเพียงที่เดียว ซึ่งแต่ละชั้นจะแบ่งพื้นที่เอาไว้อย่างชัดเจนเพื่อง่ายต่อการเลือกสรร และเดินหาสินค้า บริการที่เป็นประเภทเดียวกัน ซึ่งตอนนี้ฉันกับฟีฟ่าก็กำลังขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้น 5 ที่เป็นโซนร้านอาหาร
“กินข้าวก่อนนะ แล้วค่อยไปเอาโทรศัพท์ มิลจะได้กินยาก่อน”
“ยังไงก็ได้ แต่ยังไม่ค่อยหิวเลย” ฉันบอกก่อนจะก้าวเท้าออกจากบันไดเลื่อน
“ไม่หิวก็ต้องกิน”
ฟีฟ่าดึงมือฉันให้เดินตามเข้าไปในร้านราเมง ไม่รู้เขาเป็นอะไรนักหนาเวลาเดินด้วยกันสองคนชอบจับมือฉันตลอดต่อให้ฉันสะบัดมือออกเขาก็ยังดึงดันจะจับอยู่ดีหลังๆ ขี้เกียจจะทะเลาะด้วยก็เลยปล่อยเลยตามเลย ฟีฟ่าพาฉันมานั่งที่โต๊ะมุมหนึ่งของร้านไม่นานพนักงานก็เอาเมนูมาให้ แต่เขากลับไม่เปิดอ่านด้วยซ้ำ เสียมารยาทจริงๆ
“เอาข้าวหน้าปลาซาบะย่าง กับราเมงมิโซะครับ” เขาบอกกับพนักงานร้าน
“นี่ เรายังไม่ได้เลือกเลยนะ”
ฉันร้องท้วง แม้ไม่ต้องเปิดเมนูก็รู้ว่าฉันจะสั่งอะไร แต่เขาไม่คิดว่าฉันอยากทานอย่างอื่นบ้างหรือไง แต่ก็นั่นแหล่ะ ฉันชอบปลาซาบะย่างเกลือของร้านนี้... ฟีฟ่าคงจะจำได้ล่ะมั้ง เพราะทุกครั้งที่มาฉันก็จะสั่งแต่เมนูเดิมๆ พนักงานจดเมนูพร้อมกับอมยิ้มเธอคงเห็นเรานี้มาทานอาหารที่ร้านบ่อยๆ
“ขอเกี๊ยวซ่าด้วยนะครับ”
แทนที่ฟีฟ่าจะสนใจฉันกลับสั่งอีกเมนูที่ฉันชอบทานพร้อมกับดึงเมนูอาหารคืนให้พนักงาน
“รับน้ำอะไรดีคะ”
“น้ำแร่ครับ”
พนักงานทวนรายการที่สั่งแล้วรับเมนูกลับคืนมาก่อนที่เสียงคนตัวเล็กจะดังขึ้น
“อยากกินน้ำอัดลม”
“เอาแค่นั้นครับ” ฟีฟ่าบอกกับพนักงาน
นั่นก็หมายความว่าเขาไม่ได้สั่งน้ำอัดลมให้ฉัน ชิ ฉันไม่ได้จะให้เขาจ่ายตังค์ให้สักหน่อย ฉันอยากกินน้ำอัดลมทำไมเขาต้องขัดใจฉันด้วย
“รอสักครู่นะคะ”
“ฟีฟ่า!”
“ไม่ได้ เดี๋ยวน้ำอัดลมก็ไปกัดกระเพาะเธอหรอก” เขาบอกเสียงดุ ราวกับกำลังดุเด็กที่ดื้อจะเอาของเล่น
ฉันโน้มตัวตีที่แขนคนขัดใจหลายๆ ที “นี่แนะๆ”
ถึงเขาจะเป็นห่วงก็เถอะ แต่ทำไมเขาชอบขัดใจฉันก็ไม่รู้
“โอ๊ยๆ มันเจ็บนะ ยัยบ้าตีมาได้”
ชายหนุ่มชักมือกลับตีครั้งเดียวมันไม่เจ็บหรอก แต่ฉันเล่นตีซ้ำที่เดิมตั้งหลายทีแบบนั้นก็ต้องเจ็บเป็นธรรมดา
“ขัดใจ!”
“หึ”
ร่างบางทิ้งตัวนั่งลงที่เดิมพร้อมกับสีหน้าที่หงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด แขนเรียวกอดอกไว้ราวกับว่ามันเป็นโล่ที่ใช้ปกป้องฉันจากฟีฟ่า ใบหน้างอง้ำ ปากบางเบ้ลงเล็กน้อยทำให้เขากระตุกยิ้มชอบกล
“มิล...”
“...” ฉันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“มิลเล่...” เขาเรียกเสียงหวานขึ้นมาอีกระดับราวกับกำลังเอาใจ และง้อฉันอยู่
“...อะไร” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเง้างอน
“หึ งอนหรอ?”
ฉันปรายตามองเขาอย่างหยิ่งๆ สายตาของเขาทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ เขาเอาแต่จ้องมาที่ริมฝีปากฉันราวกับกำลังคิดอะไรอยู่
“ชิ”
“ง้อ...”
นิ้วก้อยเรียวยาวตามแบบฉบับของคนเล่นกีตาร์ยื่นมาตรงหน้า ฉันเสมองออกไปนอกกระจกพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดชีวิตไม่อยากให้เขารู้ว่าฉันใจอ่อนให้กับการง้อของเขา ...เดี๋ยวได้ใจกันพอดี
“แน่ะ ยิ้มแล้ว แสดงว่าหายงอนเราแล้ว”
“ไม่!” ใบหน้าหวานปนเซ็กซี่กลับมาบึ้งตึงอีกครั้ง
“ส่งนิ้วก้อยมา”
ฟีฟ่ากระดิกนิ้วเล็กน้อยเชิงบังคับ และเร่งเร้าให้ยอมคืนดี แต่ฉันก็ยังยืนยันคำตอบเดิม
“ไม่!”
“เดี๋ยวเลี้ยงข้าว ถ้าไม่หายก็จ่ายเองจ่ายให้เราด้วย”
“ไอ้บ้าฟีฟ่า เล่นงี้เลยหรอ?” ฉันหันขวับเมื่อได้ยินประโยคนั้น
“จะหายไม่หาย?” เขายักคิ้วอย่างเป็นต่อ
“จิ๊”
ฉันจิ๊ปากก่อนจะยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวอย่างจำใจ และการกระทำนั้นมันก็ทำให้ฟีฟ่าพอใจและยิ้มออกมา รอยยิ้มของเขามันทำให้ฉันรู้สึกคันยิบยิบในหัวใจ เขามีวิธีการกำราบฉัน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะใจร้ายทำอย่างที่พูด
