Episode 1 แต่งงานกับฉันนะ [7/7]
‘เปลืองไฟ มาทำที่ห้องมิลแหล่ะดีแล้วจะได้ช่วยชาติประหยัดพลังงาน’
“ยัง”
“มิลเล่! เดี๋ยวก็ปวดท้องอีกหรอก” เขาตำหนิหน้าดุ
แปะ!
หน้าผากขาวถูกดีดเบาๆ แต่ด้วยความขาวของฉันกลับทำให้มันขึ้นสีแดงจางๆ ซะงั้น แต่มันก็ไม่เท่ากับความเจ็บที่ตามมา ฟีฟ่าชอบดุเวลาที่ฉันทานข้าวไม่ตรงเวลาเป็นประจำ เขารู้ว่าฉันมีปัญหาแน่ถ้าโรคกระเพาะกำเริบ
“โอ๊ย! เจ็บนะ”
มือเรียวลูบหน้าผากตัวเองปอยๆ และฟังคำบ่นของคนตัวสูงไปด้วย“บอกกี่ครั้งแล้ว ทำไมไม่จำสักที”
“ก็มันทำงานเพลินๆ อ่ะ เลยลืมเวลา” บอกพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง
“งั้นรีบไปแต่งตัวเลย”
“เหมียว...”
เสียงมัสตาสดังขึ้น มันคลอเคลียขาแกร่งอย่างออดอ้อนทำราวกับว่าอยากเรียกร้องความสนใจจากฟีฟ่า เพราะเขามัวแต่สนใจฉันไม่เล่นกับมันเหมือนทุกครั้ง
“ว่าไงครับตัวป่วน แม่หนูยังไม่เอาข้าวให้กินใช่ไหม?”
มัสตาสถูกอุ้มขึ้นมาในอ้อมกอดของฟีฟ่า นิ้วเรียวยาวสะกิดที่จมูกสีชมพูของมันเบาๆ
“เหมียว...”
“เหอะ กับผู้นี้อ้อนใหญ่เลยนะ” ฉันพูดอย่างหมั่นไส้
ทุกครั้งที่ฟีฟ่ามาที่ห้องมัสตาสแทบจะไม่อ้อนฉันด้วยซ้ำ เอาแต่คลอเคลียคนตัวสูงทั้งวัน ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเลี้ยงมันกันแน่
“ไปแต่งตัว”
คนตัวสูงขึ้นเสียงแยกเขี้ยวใส่คนที่ยังไม่เข้าไปแต่งตัว ถ้าอยู่ต่ออีกนิดเขาคงจับฉันทุ้มลงกับพื้นแน่ๆ
“รับทราบ!”
ฉันรีบเดินเข้าไปในห้องและแต่งตัวอย่างรวดเร็ว พอฟีฟ่าพูดถึงข้าวเที่ยงฉันก็ชักจะหิวขึ้นมาแล้วสิ พอเปิดประตูออกมาก็เห็นว่าฟีฟ่ากำลังมองดูเจ้ามัสตาสที่ทานอาหารเม็ดอย่างมูมมาม สายตาของเขามองดูแมวน้อยที่กินอาหารพร้อมกับรอยยิ้ม ...เขาคงหลงในความขี้อ้อนของมัสตาสเข้าให้แล้ว
“วันนี้พ่อจะพาแม่เขาออกไปข้างนอกนะ อยู่บ้านอย่าทำของรกนะ” คนที่สมอ้างเป็นพ่อของมาสตาสลูบหัวมันอย่างเอ็นดู
“เสร็จแล้วค่ะ”
ฟีฟ่ามองไปยังต้นเสียงฉันเห็นสายตาดุๆ ปนตำหนิของเขาแล้วก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ นี่ฉันคิดว่าตัวเองแต่งตัวเร็วแล้วนะ หยิบอะไรได้ก็ใส่ๆ มา หน้าก็โปะแค่แป้งบางๆ เติมปากด้วยทินนิดหน่อย เร็วกว่านี้ก็เดอะแฟรชแล้ว
“ไปใส่กางเกงขายาว”
“ทำไม?” ฉันถามก่อนจะก้มมองชุดที่ตัวเองใส่
“ห้องซ้อมมีแต่ผู้ชาย ไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้”
นั่นคงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาอยากให้ฉันใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด ครั้งหนึ่งเขาหลุดปากออกมาว่า ‘หวง’ และคำพูดสั้นๆ มันก็ทำให้ฉันใจเต้นแรงแทบบ้า ขนาดแฟนฉันยังไม่เคยบอกแบบนี้เลย ใจดวงน้อยของฉันบางลงทุกครั้งที่เขาพูดหรือแอ๊บเนียนปล่อยไก่ด้วยประโยคหวานๆ เอ๊ะ หรือที่จริงเขาตั้งใจพูดกันแน่
“ก็ได้”
“เฮ้อ... ทำไมชอบอ่อย” ฟีฟ่าพ่นลงหายใจพร้อมกับพึมพำเบาๆ
ฉันไม่แน่ใจว่าเขาพูดอะไร แต่ก็ไม่ได้สนใจถามด้วยต้องรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่คุณชายฟีฟ่าจะงับหัวเอา
“พอใจยัง?”
ฉันกลับมาอีกครั้งด้วยชุดที่มิดชิดกว่าเดิมคือ กางเกงยีนขายาว แต่ยังเป็นเสื้อตัวเดิม
พรึบ!
“ใส่เสื้อคลุมด้วย”
ฟีฟ่าโยนเสื้อแจ๊กเก็ตหนังของเขาให้สวมทับเสื้อแขนกุดไหมพรมสีฟ้าอ่อน
“งื้อ... ผมยุ่งหมดแล้ว”
ฉันดึงเสื้อตัวนั้นออกอย่างหงุดหงิด ถึงมันจะเป็นเสื้อคอปีนที่ไม่ได้โชว์เนินอก แต่ด้วยความรัดของผ้าไหมพรมกลับเน้นให้เห็นส่วนที่ยื่นออกมาจากตัวฉันอย่างชัดเจน ฉันสวมมันอย่างไม่อิดออด
“หึ ไปกันได้แล้ว”
แขนแกร่งโอบรอบลำคอรั้งให้ร่างเล็กเข้าใกล้แล้วเดินออกไปจากห้องไม่รู้ว่าเขาอยากจะฆ่าฉันหรือไงกันถึงได้รัดคอฉันแน่นขนาดนี้
“โอ้ย เดี๋ยวเราก็ขาดใจตายหรอก”
ความจริงแล้วฉันไม่ได้กลัวตัวเองขาดใจตายหรอก แต่กลัวฟีฟ่าได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อยที่เต้นโครมครามต่างหาก แถมกลิ่นกายของเขายังทำให้เคลิบเคลิ้มอีกต่างหาก
...เขาชอบสะกดจิตฉันอยู่เรื่อยเลย
