Episode 1 แต่งงานกับฉันนะ [6/7]
5 เดือนต่อมา...
RRRR RRR
เสียงกรีดร้องของโทรศัพท์มือถือแบบปุ่มกดดังขึ้นทำให้ฉันที่นั่งพิมพ์งานอยู่ที่ระเบียงของคอนโดสุดหรูเอื้อมมือหยิบมันขึ้นมาดู พอเห็นเบอร์ปลายสายก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้ไม่ยาก
“ว่าไงคะสุดหล่อ”
‘วันนี้จะไปไหนหรือเปล่า เดี๋ยวเราพาไป เราว่าง’
คนปลายสายอาสาอย่างจริงใจ ช่วงที่ผ่านมาฟีฟ่ารุกจีบฉันอย่างหนักมาก หลายครั้งที่ทำให้ฉันเกือบใจอ่อนให้ความขี้เอาใจของเขา เขาใส่ใจในรายละเอียดทุกอย่างที่เป็นฉัน... บางทีฉันก็แอบคิดนะว่า เขาใส่ใจฉันมากกว่าพี่แม็กหรือเปล่า แต่ก็ใช่ว่าเขาจะทำให้ฉันอึดอัดใจ เขารู้ว่าเขาควรที่จะยืนห่างออกไปเท่าไหร่ และฉันคิดว่าฟีฟ่าเป็นเพื่อนคนหนึ่งเสียมากกว่า
“แล้วฟ่าไม่ซ้อมดนตรีหรอ? ใกล้วันแข่งแล้วนะ”
‘เย็นๆ น่ะ ถ้าจะไปไหนเดี๋ยวเราพาไป แล้วตอนเย็นมิลก็พาเราไปซ้อมดนตรีเป็นการตอบแทนไง’
คนเจ้าเล่ห์คิดให้เสร็จสรรพทำให้ฉันส่ายหัวอย่างจนใจ ช่วงเวลาที่ผ่านมาฟีฟ่าไม่ได้ล้ำเส้นของคำว่า ‘เพื่อน’ ที่ฉันขีดเอาไว้มันเลยทำให้ฉันสบายใจ และไว้ใจที่จะไปไหนมาไหนกับเขา
ช่วงนี้ฟีฟ่าซ้อมดนตรีทุกวันกับเพื่อนต่างคณะที่ฟรอมวงกันขึ้นมาเอง มันเกิดจากความชอบที่เหมือนกัน พวกเขาจึงรวมตัวกันทำในสิ่งที่ตนเองชอบและเปิดยูทูปชาแนลปล่อยเพลงคัฟเวอร์ไทยสากลและเพลงสากลตอนนี้ผู้ติดตามก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากปล่อยเพลงออกมาได้สามถึงสี่เพลง
“เหอะ เรามีรถเถอะ ไม่ต้องรบกวนฟ่าหรอก” ฉันบอกพร้อมกับพรมนิ้วลงบนแป้นพิมพ์แล็บท็อปไปด้วย
‘ไม่อ่ะ เราอยากพาไป ...ให้เราพาไปนะ มิลจะไปเอาโทรศัพท์ที่ส่งเครมใช่ไหม?’
“รู้ด้วย อย่างกับมีตาทิพย์เลย”
ฟีฟ่าก็ยังคงเป็นฟีฟ่า ถ้าไม่ติดว่ามีแฟนอยู่แล้วฉันคงตกลงคบกับผู้ชายคนนี้ไปแล้ว
‘เราเป็นคนพามิลเอามันไปซ่อมเองป่ะ’ เขาทวนความจำ
“ฮ่าๆ ลืมไป งั้น...บ่ายๆ แล้วกันนะ เรานั่งพิมพ์รายงานอยู่อ่ะ”
‘รับทราบครับ’
เสียงปลายสายอารมณ์ดีจนสังเกตได้ ...ก็เขาได้คำตอบที่พอใจนี่
“งั้นแค่นี้นะ บาย”
‘จุ๊บก่อน’
“ไม่”
ติ้ด!
ริมฝีปากสวยปฏิเสธเสียงแข็งก่อนจะวางสายฉันได้ยินเสียงหัวเราะของฟีฟ่าเล็ดลอดผ่านมือถือมาด้วย
ไม่จำเป็นต้องสงสัยว่าทำไมฟีฟ่าถึงพูดแบบนี้ ...ในเมื่อเขากำลังจีบฉันมันก็ไม่แปลกอะไรที่คำพูดแบบนี้จะออกจากปากเขาแบบว่า... ได้ยินจนชินแล้ว แต่ฟีฟ่าก็ไม่เคยล่วงเกินอย่างที่เขาพูดสักทีหรอกจะมีก็แค่จับมือบ้างเวลาเดินเท่านั้น ...ก็เนียนๆ ตามสไตล์คนหน้ามึนนั่นแหล่ะ
“หนูคิดว่าแม่ทำถูกมั้ย มัสตาส”
นิ้วเรียวยางเกาคางแมวลายสลิดตัวน้อยที่นอนอยู่บนตักอย่างสบายใจ
“เหมียว” เจ้าอ้วนมัสตาสมันส่งเสียงบอก
“แต่แม่ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดใช่ไหม? เราเป็นแค่เพื่อนกันนี่”
ถึงฟีฟ่าจะไม่ได้คิดกับฉันแค่เพื่อนตั้งแต่ต้นก็เถอะ ฉันขอให้ชายหนุ่มเป็นแค่เพื่อนกันในระหว่างที่เขาจีบฉัน ยอมรับว่าทำใจไล่เขาไม่ลงจริงๆ ฉันใจไม่แข็งพอถึงขนาดไล่เขาออกไป และอีกอย่าง ...ฟีฟ่าก็ไม่เคยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว หรือทำอะไรให้ไม่สบายใจเลยสักครั้ง นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันคบกับฟีฟ่าในฐานะเพื่อนได้อย่างสบายใจ
ติ๊ง ต่อง...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยที่ฉันไม่รู้ตัวเนื่องจากจดจ่ออยู่กับการนั่งพิมพ์รายงานที่จะส่งอาจารย์ในวันจันทร์หน้า และมันก็ใกล้เสร็จเต็มทีแล้ว เหลือแค่บรรณานุกรมและจัดเรียงหน้าเท่านั้น
“ค่า...”
ฉันเดินมาเปิดประตูห้องแทบจะในทันทีที่ได้ยินเสียงกริ่ง ร่างสูงที่สวมหมวกแก็ปสีดำ เสื้อแจ็คเก็ตหนังคลุมทับเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนสีเข้ม และรองเท้าผ้าใบสีกรมท่าปรากฏขึ้นทันทีที่ประตูเปิดออก
“มาเร็วจัง”
ฟีฟ่าสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดเมื่อเห็นฉันยิ้มให้เขา สายตาคมกวาดมองร่างบางที่มีเสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวที่บางมากๆ ฉันแน่นใจว่าเขาต้องมองเห็นชั้นในสีเข้มแน่ๆ ส่วนท่อนล่างฉันใส่แค่กางเกงขาสั้น ความยาวของมันยาวไม่พอจะเลยพ้นชายเสื้อยืดด้วยซ้ำ วันนี้ฉันเปียผมยาวสีน้ำตาลไว้ด้านข้างปลายผมผูกเป็นโบว์ด้วยผ้าสีม่วงลาเวนเดอร์
ฉันไม่ได้ตั้งใจอ่อยเขานะ นี่มันเป็นชุดอยู่ห้องของฉัน แต่ถ้าวันไหนฟีฟ่ามาสิงอยู่ที่นี่ฉันก็ต้องแต่งตัวให้มันมิดชิดกว่านี้อยู่แล้ว
ร่างสูงก้าวเข้ามาในห้องที่คุ้นเคยเมื่อฉันหลีกทางให้เขาแล้วปิดประตูลง
“นี่มันบ่ายโมงแล้วนะมิล”
“ก็... รู้แล้ว”
จริงๆ แล้วฉันพึ่งรู้ตอนที่เห็นใบหน้าคมคายของเขาเนี่ยแหล่ะ
ฉันเดินไปเก็บหนังสือและแล็ปท็อบเข้ามาไว้ข้างในห้องเพราะกลัวว่าถ้าฝนตกตอนเธอออกไปข้างนอกมันจะทำให้ทุกอย่างเสียหาย
“กินข้าวยังเนี่ย?”
ฟีฟ่าถามขึ้นหลังจากที่ดื่มน้ำหมดแก้วทำราวกับว่าอยู่ห้องตัวเอง
นี่เป็นอีกอย่างที่ไม่ได้แปลกอะไรสำหรับฉัน เพราะฟีฟ่าจะชอบขนงาน และการบ้านมาทำที่ห้องฉันอยู่บ่อยๆ แรกๆ ก็ไล่เขาให้กลับไปทำที่ห้องของตัวเอง แต่หลังๆ ความหน้ามึนของเขาก็ทำให้ฉันถอดใจโดยคนหน้ามึนให้เหตุผลว่า
‘เปลืองไฟ มาทำที่ห้องมิลแหล่ะดีแล้วจะได้ช่วยชาติประหยัดพลังงาน’
“ยัง”
