Episode 1 แต่งงานกับฉันนะ [5/7]
“ยัง ทำไม? จะชวนเราไปกินข้าวอ่ะดิ่” ฉันยิ้มให้กับคนตัวสูงตรงหน้า อยากจะร้องกรี๊ดดังๆ ในที่สุดพระเจ้าก็ส่งคนมาช่วยลูก ไม่ให้ลูกต้องเดินไกลเป็นกิโลๆ แล้ว
“อืม กินข้าวกัน เที่ยงแล้ว”
มือหนาดึงข้อมือฉันให้เดินตาม แต่เขาก้าวยาวเกินไปสำหรับผู้หญิงจนฉันต้องวิ่งแทน ฉันมั่นใจว่าฟีฟ่าเป็นคนที่ไว้ใจได้ ฉันเชื่อเซนส์ตัวเองจึงยอมไปกับเขาอย่างง่ายดาย
“ช้าๆ ก็ได้ เราไม่หนีไปไหนหรอก”
มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูให้ฉันเข้าไปในรถยนต์สไตล์สปอร์ตคันหรูก่อนที่เขาจะรีบวิ่งมาอีกฝั่ง
“มิลเล่อยากกินอะไรอ่ะ”
“อะไรก็ได้ทั้งนั้นอ่ะตอนนี้ เราต้องรีบกินยา” ฉันบอกขณะที่สายตามองไปบนถนน
“เป็นอะไร?”
ใบหน้าหล่อเหลายังคงจับจ้องที่ท้องถนนถามเหมือนกับว่าไม่ใส่ใจ เขาคงอยากชวนฉันคุยแค่นั้นมั้ง
“โรคกระเพาะน่ะ”
“งั้นกินร้านแถวๆ หน้ามอแล้วกันนะ”
ดีเหมือนกันจะได้เร็วหน่อยนี่ก็ใกล้บ่ายแล้ว ถ้ากินผิดเวลาอาจจะทำให้ฉันปวดท้องได้ แล้วถ้าปวดท้องขึ้นมาต่อให้มีอาหารเลิศรสมาวางตรงหน้าฉันก็กินไม่ได้ เนื่องจากกระเพาะมันไม่รับฝืนกินเข้าไปก็ต้องอาเจียนออกมาอยู่ดี และมันก็ทรมานมากๆ
“ได้หมดจ๊ะ”
“เลี้ยงง่ายนะเรา” เขาเอ่ยเย้าแหย่
“จะเอาไปเลี้ยงสักตัวมั้ยล่ะ”
คำพูดหลอกล้อที่พูดออกมาอย่างไม่คิดอะไรทำให้คนฟังชะงักเล็กน้อย
“ไม่พูดเล่นสิ”
เขาปรายตามองฉันด้วยใบหน้านิ่งๆ ตายแล้ว! นี่ฉันเผลอพูดอะไรไม่เข้าหูเขาใช่ไหม? ฉันคิดว่าเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่งจึงพูดเล่นไปแบบนั้น แต่ไม่นึกเลยว่าเขาจะไม่ชอบอยากจะตบปากตัวเองแรงๆ จริงๆ
ฟีฟ่าจอดรถเทียบฟุตบาทแล้วพาฉันเดินเข้ามาในร้านข้าวมันไก่หน้ามหาวิทยาลัย
“อยากกินข้าวมันไก่อยู่พอดีเลย”
ฉันพูดขึ้นหลังจากที่ได้ยินประโยคนั้นออกจากปากของฟีฟ่าเท่าที่จำได้ฉันก็ไม่ได้สนิทกับเขาถึงขั้นที่จะมาพูดหยอกล้อแบบนั้นได้ ถึงคนตัวสูงจะเคยขอเธอแต่งงานกลางมหาวิทยาลัยก็เถอะ แต่อันนั้นก็ไม่น่าจะนับ เพราะเขาโดนรุ่นพี่แกล้งต่างหาก
“อยากกินก็กินเยอะๆ ผอมเป็นไม่เสียบผีแล้ว”
คำพูดหยอกเย้าของเขาทำให้ฉันรู้สึกใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง บางทีเขาอาจจะไม้ได้โกรธฉันก็ได้
“เหอะ เขาเรียกหุ่นนางแบบหรอกย่ะ เอ้อ ฟีฟ่า...รบกวนอะไรหน่อยสิ”
“ว่ามา”
“ไปส่งที่คอนโดหน่อยสิ ไม่ไกลหรอก ขับไปจากร้านข้าวมันไก่ เลยไฟแดงตรงสี่แยกข้างหน้าไปอีกแต่นิดเดียวเอง นะๆ”
ฉันเกาะแขนแกร่งพร้อมกับเขย่าเบาๆ อ้อนเขาอย่างเต็มที่ถ้าเขาไม่ได้โกรธที่เธอพูดเล่นเขาต้องไปส่งฉันแน่ๆ ถ้าเขาไม่ไปส่งแสดงว่าเขาอาจจะไม่พอใจจริงๆ
“ได้สิ”
“ขอบคุณ...” ฉันพูดพร้อมกับยิ้มหวานๆ ทำให้คนตัวสูงต้องเสมองไปทางอื่น ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
เราสั่งอาหารกับแม่ค้าก่อนจะเดินเข้าไปนั่งโต๊ะมุมในสุดติดกระจกมองเห็นถนนเส้นหลักที่มีรถแล่นขวักไขว่ ไม่นานข้าวมันไก่ร้อนๆ ก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะ
ฉันรู้สึกถึงสายตาคมของฟีฟ่าที่มองมา แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจเขามัวขบคิดบางเรื่องจึงมองไปที่ถนนคล้ายกับกำลังเหม่อลอย ปากเล็กก็เคี้ยวอาหารอย่างช้าๆ
“มิลเล่”
“หืม..?” ฉันหันมาตามเสียงเรียกพร้อมกับเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถาม
“เราจีบเธอได้ป่ะ”
ฉันอ้าเล็กน้อยพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างก่อนจะหลับตาปริบๆ มะ เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ? เขาบอกว่า... จะจีบฉันหรอ? หรือฉันหูฝาดไปเอง? ใบหน้าของฉันตอนนี้คงเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามพอเห็นฉันไม่ตอบอะไรเขาจึงพูดต่อ
“เราไม่รู้หรอกนะว่าคนจะจีบกันมันต้องเริ่มที่ตรงไหน แต่เราจะพยายามจีบเธอให้ติด”
ฉันยิ้มให้เขาเล็กน้อย ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เขาจีบเป็นหรือไม่ แต่ปัญหามันอยู่ที่ตัวฉันต่างหากหรือบางทีเขาอาจจะลืมไป
“ขอโทษนะฟีฟ่า คือ เรามีแฟนแล้ว”
...ฉันไม่ควรให้ความหวังเขา เพราะฉันเองก็ไม่ได้โสด ควรบอกให้เขาตัดใจตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า
“เรารู้... แต่เราจีบเธอไง เราไม่ได้จีบแฟนเธอ”
“เฮ้ ยู... เอามุขนี้ไปเก็บลงถังขยะเลยนะ”
“ฮ่าๆ เราพูดจริงๆ ถึงยังไงเราก็จะจีบ วันไหนที่มิลเลิกกับแฟนเราจะได้เสียบ... เอ่อ หมายถึงคบกับเราทันทีไง ไม่ต้องเสียเวลา”
“แล้ว... ถ้าเราไม่เลิกกับแฟนสักทีล่ะ” ฉันถามเพื่อให้เขาได้คิด
“เราก็จะรอไง”
“เหอะ จะคอยดูว่าจะรอได้นานแค่ไหน”
ฉันตักอาหารเข้าปากอีกคำไม่สนใจคำพูดของคนตรงหน้า ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะรอได้อย่างที่เขาพูด มันก็เป็นแค่คำพูดของคนดื้อดึงเท่านั้นแหล่ะ
...นานแค่ไหนก็จะรองั้นหรอ? ไม่มีทางหรอก ฉันไม่เห็นข้อที่จะทำให้ฉันเลิกกับแฟนได้เลย อีกอย่างฉันคบกับพี่แม็กมาตั้งสองปี ไม่เคยทะเลาะ หรือมีปัญหากับรุนแรงเลยสักครั้ง มิหนำซ้ำฉันกับพี่แม็กก็ยังรักกันดีอีกด้วย
“งั้นแสดงว่าเราจีบเธอได้ใช่มั้ย?”
คนตัวสูงถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น ทำราวกับว่า เกิดมาพึ่งจะเคยจีบสาวครั้งแรกอย่างนั้นแหล่ะ จะว่าไปเขาก็ตลกดีเหมือนกันนะ
“แล้วถ้าเราไม่ให้จีบล่ะ”
“ก็จะจีบอยู่ดีไง” เขาบอกอย่างหน้ามึน
“หน้าด้านมากเถอะ”
ฉันยู่จมูกให้เขาอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะส่งข้าวมันไก่แสนอร่อยคำสุดท้ายเข้าปาก พึ่งสังเกตว่าชายหนุ่มกวาดข้าวมันไก่หมดเกลี้ยงไปนานแล้ว ปกติฉันก็ไม่ได้ทานข้าวช้านะ แต่ฟีฟ่าทานเร็วต่างหาก
ฟีฟ่าเพียงยักคิ้วข้างขวาให้ฉันพร้อมกับรอยยิ้มที่กวนประสาทสุดๆ ก่อนจะเดินไปจ่ายเงินค่าข้าวมันไก่ทั้งสองจาน ทั้งที่ฉันบอกว่าไม่ต้องแต่เขากลับบอกว่า ...
“จะจีบสาวทั้งทีต้องใจป๋าเสียหน่อย ถึงจะเป็นแค่ข้าวมันไก่กับน้ำเปล่าแค่ไม่กี่บาทก็เถอะ”
