Episode 1 แต่งงานกับฉันนะ [4/7]
หลายวันต่อมา...
ฉันอยู่ในชุดนักศึกษาพอดีตัวกับกระโปรงพลีทยาวคลุมเข้า เท้าเล็กสวมด้วยรองเท้าผ้าใบสีขาว ซึ่งนั่นก็คือ เครื่องแบบนักศึกษาปี 1 ฉันยกนาฬิกาที่คาดอยู่บนข้อมือเล็กขึ้นมาดูเวลาแล้วต้องขมวดคิ้ว
“...เที่ยงกว่าแล้วหรอเนี่ย?” ฉันพึมพำกับตัวเอง
มันเลยเวลานัดมาตั้งนานแล้ว แต่คนที่ฉันรออยู่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมาสักที ฉันเริ่มยู่คิ้วเรียวเล็กมาชนกันตามอารมณ์ก่อนที่จะควานหาโทรศัพท์เครื่องหรูที่อยู่ในกระเป๋าผ้าสีขาวสกรีนตรามหาวิทยาลัย
‘พี่แม็ก กำลังโทร...’
ไม่กี่วินาทีต่อมาเจ้าของหมายเลขก็รับสาย
‘ฮัลโหล’
“อยู่ไหนแล้วคะ มารับหน่อย”
ฉันกรอกเสียงลงบนโทรศัพท์เครื่องหรู วันนี้ไม่ได้เอารถมา เพราะแฟนหนุ่มสุดหล่อของฉันอาสามารับส่งเอง และไม่บ่อยนักที่เขาจะมีเวลาให้แบบนี้ ปกติเราเจอกันแค่เดือนละไม่กี่ครั้งเองมั้ง
‘เอ่อ ...มิล พี่ไม่ว่างอ่ะ’
“อ่าว...”
พอได้ยินประโยคนั้นมันทำให้ฉันเสียความรู้สึกอย่างมาก แต่ก็ควรจะชินได้แล้วนี่นา
‘มิลกลับเองได้ไหม?’
ฉันสูดอากาศเข้าจนเต็มปอดแล้วค่อยๆ ปล่อยมันออกมาอย่างเซ็งๆ ถึงบอกว่าไม่ได้เขาก็คงไม่ทิ้งสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้มารับฉันหรอกก็ในเมื่อเขาไม่ว่างนี่ ...หาวิธีกลับเองก็ได้
“อ้อ... ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวมิลจะให้เพื่อนไปส่ง”
เฮ้อ... มีที่ไหนกันล่ะ ตอนนี้มันเลยเวลาเลิกคลาสมาตั้งนานแล้ว วันนี้มีเรียนแค่ช่วงเช้า เพื่อนในชั้นก็กลับกันหมดแล้วจะมีก็แต่ฉันเนี่ยที่ยืนรอพี่แม็กมารับอยู่หน้าคณะ
‘โอเค งั้นแค่นี้นะ’
พี่แม็กแทบจะตัดสายในทันทีเหมือนกำลังรีบไปทำอะไรสักอย่าง ฉันรู้ดีว่าเรื่องนั้นมันสำคัญมากกว่าฉันที่เป็นแฟนของเขา บางครั้งฉันก็น้อยใจอยู่เหมือนกัน เรื่องไร้สาระสำหรับฉันมันกลับเป็นความสุขของแฟนฉันเฉยเลย
อ่า... ควรจะชินได้แล้วนี่
ฉันพ่นลมหายใจอีกครั้งอย่างปรงตก นี่ฉันต้องเดินจากตึกคณะนิเทศศาสตร์ที่อยู่เกือบหลังมอไปที่หน้ามอ เพื่อหาแท็กซี่กลับคอนโดหรอเนี่ย! เมื่อคิดได้เช่นนั้นเท้าเล็กก็ค่อยๆ ก้าวข้ามถนน แต่ความเซ่อซ่าที่ไม่ได้มองถนนทำให้เกือบเอาชีวิตไม่รอด
ปิ๊น ปี๊น...!
“เฮ้ย...!”
เอี๊ยด!
เสียงแตรรถดังไปทั่วทั้งบริเวณเรียกสติฉันให้หันกลับไปมองรถยุโรปยี่ห้อดังที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ร่างเล็กล้มลงกับพื้นด้วยความตกใจยังดีที่คนขับเบรกทันไม่งั้นฉันก็คงไม่รอด แต่ความเจ็บกลับย้ำเตือนให้ฉันรู้ว่าบางส่วนในร่างกายกำลังจะระบมในเวลาต่อมา
“โอ๊ย... ก้นฉาน...” ฉันโอดครวญด้วยความเจ็บปวด
“เป็นอะไรหรือเปล่า?”
เสียงทุ้มที่เคยได้ยินดังขึ้น ฉันจึงเงยหน้าขึ้นสบตาสีนิลของคนที่เกือบขับรถชนฉัน ไม่สิ... คนที่ฉันเดินปาดหน้ารถเขาต่างหาก
ฟีฟ่ายิ้มบางๆ แล้วมือหนาก็ยื่นมาตรงหน้าฉันจึงวางมือบนมือของเขาจากนั้นชายร่างสูงก็ฉุดร่างฉันขึ้นจากพื้นถนน แต่ก็ไม่รู้เพราะแรงดึงหรือตัวของฉันเบาหวิวกันแน่ ทำให้ฉันปะทะเข้ากับแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างจัง
“อึ้ย! ขะ ขอโทษ” ...เอ่อ...แน่นดีแฮะ อย่างที่คิดไว้เลย
ฉันยอมรับว่าคิดไม่ซื่อกับร่างสูงใหญ่ แหม... ฉันก็เป็นผู้หญิงนะ และเป็นผู้หญิงที่ชอบผู้ชายหล่อๆ อ่ะนะ ยิ่งโดนกอดแบบนี้มันก็แอบเขินนิดๆ ด้วย แต่ในตอนที่ฉันจะผละออกดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ยอมปล่อย แขนแกร่งยังคงโอบฉันเอาไว้ไม่ยอมปล่อยจนฉันต้องท้วงขึ้น
“ฟีฟ่า... ปล่อยเราได้แล้ว”
...ท่องไว้มิลเล่ เธอมีแฟนแล้ว แฟนเธอชื่อ แม็ก!
“หึ”
เสียงเค้นในลำคอทำให้ฉันนึกหมั่นไส้ไหนจะรอยยิ้มนั้นอีก แต่คนตัวสูงก็ยอมปล่อยฉันให้เป็นอิสระ
“ขอโทษนะ ที่เดินตัดหน้ารถนายอ่ะ”
“มิลเล่ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว รถเราก็ไม่เป็นอะไรเหมือนกัน”
“นี่...! หมายความว่าไง?” ฉันถามอย่างเอาเรื่อง
...ถ้าฉันเข้าใจไม่ผิดเขาเป็นห่วงรถมากกว่าคนใช่ไหม? ชิ เสียดายที่ชมว่าหล่อ ขอคืนคำแล้วกัน
“มิลเล่กินข้าวยัง?”
“ยัง ทำไม? จะชวนเราไปกินข้าวอ่ะดิ่”
