Episode 1 แต่งงานกับฉันนะ [3/7]
“อ๋อ... เปล่า”
ผมปฏิเสธก่อนที่จะกดจูบลงบนแหวนลงเล็กที่ติดอยู่กับนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ
“เฮ้ย!”
ไม่รู้ว่าวันนี้เธอตกใจไปแล้วกี่รอบตั้งแต่ผมเดินเข้ามา คนตัวเล็กไม่ได้ชักมือกลับ และปล่อยให้ผมถอนจูบออกไปเอง ...นี่ผมทำนอกเหนือคำสั่งรุ่นพี่อีกแล้วสินะ
ก้อนเนื้อที่หน้าอกด้านซ้ายเต้นแรงอย่างบ้าระห่ำ ผมไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไงกับเหตุการณ์นี้ ถ้าเจอกันครั้งหน้าเธอจะขยาดผมหรือเปล่าหรือเธอจะรู้สึกเหมือนผมตอนนี้กันแน่
“วู้ว...”
แปะๆ
“ทำดีมากไอ้น้อง เอาสมุดมา กูจะเซ็นให้!”
ผมลุกขึ้นยืนทันทีท่าได้ยินประโยคนั้น และยิ้มมุมปากขอบคุณคนที่ช่วยทำให้ผมได้ลายเซ็น
“ขอบคุณนะที่ช่วยเรา”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราถอดแหวนคืนให้”
มิลเล่กำลังจะถอดแหวนพลาสติกสีชมพูวงเล็กออก แต่ผมยกมือห้ามก่อน
“เอ่อ... ไม่ต้อง เราให้ ถือว่าเป็นที่ระลึกที่เรารู้จักกัน”
“หา?”
“ไปละ”
หลังจากขี้ตู่ว่าผมและเธอทำความรู้จักกันผมก็วิ่งกลับไปหารุ่นพี่ที่รับคำสั่งมา ปล่อยให้เธอยืนอึ้งอยู่ที่เดิม
...แต่ผมกลับลืมไปว่าผมยังไม่แนะนำตัวกับเธอด้วยซ้ำ น่าเสียดายชะมัด... แต่ก็ช่างเถอะ เอาไว้เจอกันวันหลังค่อยแนะนำก็ได้ยังไงก็ต้องได้เจอเธออีกแน่นอน
“แม่ง มึงทำเกินหน้าที่ไปหรือเปล่าวะไอ้น้อง ฮ่าๆ”
เสียงหัวเราะบ่งบอกถึงความชอบใจของรุ่นพี่ก่อนจะเซ็นชื่อลงบนสมุดพก ซึ่งเป็นของสาขาดนตรีสากล
วันต่อมา…
จะเรียกว่าความบังเอิญหรือเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิตดี เพราะตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ตั้งอยู่ข้างๆ กับตึกคณะนิเทศศาสตร์ ผมจึงมีโอกาสได้เจอเธออีกครั้ง และตอนนี้เท้าของผมก็กำลังก้าวเข้าไปหาคนตัวเล็กที่หอบของพะลุงพะลังเต็มมือ ดูจากท่าทางที่กำลังชะเง้อมองสองฝั่งถนนเธอน่าจะออกมารอใครสักคนที่หน้าตึกคณะนิเทศศาสตร์
“เราช่วยไหม?”
“อ่าว นายคนเมื่อวานนี่”
สาวน้อยหันมายังต้นเสียงก็พบกับชายหนุ่มยืนยิ้มอยู่ แล้วผมก็ถือวิสาสะแย่งม้วนกระดาษที่เธอหอบมาไปถือเอาไว้
“นี่เรายังไม่ได้บอกชื่อเราจริงๆ หรอ?”
“ยังเถอะ” เธอเอ่ยด้วยหน้าตาปรงตก
ดีจัง อย่างน้อยเรื่องที่ผมทำเมื่อวานก็ทำให้เธอจำผมได้
“เธอชื่อ มิลเล่ใช่ป่ะ เราฟีฟ่านะเรียนดนตรีสากล” ผมแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ
เธอมองกระเป๋ากีตาร์ที่สะพายอยู่ด้านหลังก็คงจะพอเดาออก
“อ๋อ ...โอเค เรารู้จักกันอย่างเป็นทางการแล้วนะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฟีฟ่า...”
มิลเล่ยืนมือบางมาตรงหน้าผมไม่ลังเลที่จะทักทายเธอด้วยการจับมือนุ่มทันที อ่า... ได้จับมือนุ่มของเธออีกแล้ว
“ยังใส่แหวนวงนั้นอยู่หรอ?” ผมถามขึ้นในขณะที่ปล่อยมือบางอย่างอ้อยอิ่ง
“เอ่อ...มันติดนิ้วมาอ่ะ ถอดไม่ออก สงสัยคงต้องลดความอ้วนแล้วมั้ง”
มิลเล่ยกมือซ้ายขึ้นมามองแหวนวงเล็กที่ติดแหงกอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ใบหน้ายุ่งๆ ของเธอทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“อ๋อ... ใส่ไว้แบบนั้นน่ะดีแล้ว”
“อะไรนะ...?”
“...อ้อ... เปล่าๆ”
ผมอมยิ้มพร้อมกับเบือนหน้าไปทางอื่น เพื่อหลบดวงตาเซ็กซี่ที่หรี่ลงอย่างจับผิด
“ไปกันยัง”
เสียงห้วนของใครบางคนดังขึ้นด้านหลังของมิลเล่ดึงความสนใจให้เราหันไปยังต้นเสียงโดยไม่ได้นัดหมาย
ดวงตาคมของชายหนุ่มในชุดนักศึกษาที่ไม่ค่อยเรียบร้อยจ้องมองมาที่ผมอย่างดุดัน ซึ่งผมเองก็ไม่คิดจะหลบอยู่แล้วแถมยังจ้องกลับอย่างไม่ลดละ ราวกับว่าผมกับผู้ชายคนนั้นกำลังส่งกระแสจิตคุยกัน
“ค่ะ ขอโทษนะ แฟนเรามารับแล้วอ่ะ”
คำว่า ‘แฟน’ มันชวนให้หัวใจของผมกระตุกวูบ ร่างกายชาไปชั่วขณะ ไม่น่าเชื่อว่าคำๆ เดียวจะสามารถทำให้หัวใจผมหนักอึ้งแบบนี้
“ใครอ่ะ” เขาถามแฟนสาว แต่สายตายังจับจ้องที่ผม
“อ๋อ เพื่อนค่ะ เขาจะมาช่วยถือของ”
“ขอบใจนะน้อง แต่แฟนพี่ พี่ดูแลเองได้” เขาพูดพร้อมกับแย่งของในมือผมไปถือ
“ครับ”
ผมยกยิ้ม แต่สายตากลับไม่ยิ้ม พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างยียวน
“เราไปนะ”
สาวน้อยที่ไม่รู้ว่าเราคุยเรื่องอะไรกับโบกมือให้ผมก่อนจะเดินตามแรงกระชากของแฟนหนุ่มไป
“มีแฟนแล้วหรอกหรอ? แดกแห้วต่อไปไอ้ฟ่าเอ้ย..”
ก็อย่างว่า สวยอย่างกับนางฟ้าไม่มีแฟนสิแปลก ผมส่ายหัวให้กับตัวเอง แล้วเดินไปยังลานจอดรถ
: จบบันทึกของฟีฟ่า :
